ลายเซ็นของท่านประธานกรรมการบริษัท "ธาราฟู้ดส์" ถูกตวัดลงบนกระดาษหย่าศึกที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่ออย่างเลือดเย็น รินรดากวาดสายตามองเอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในมือด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่ทำให้ญาติผู้พี่อย่าง "นภัทร" ถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินหนี
“แกอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะรินรดา บริษัทมันใกล้จะเจ๊งอยู่แล้ว ฉันกับคุณอาแค่ช่วยพยุงมันไว้ เจ้าของร้านอาหารดาวมิชลินอย่างเธอควรจะก้มหน้าก้มตารับกรรมที่ทำตัวเองสิ!” เสียงแหลมสูงของนภัทรเจือความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะพยายามตอกย้ำความชอบธรรมของตนเอง แต่เหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมกลับฟ้องความจริงยิ่งกว่าคำพูด
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ส้นสูงสีดำสนิทกระทบพื้นกระเบื้องราคาแพงของสำนักงานทนายความ เกิดเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนสูทสีขาวสะอาดตาอย่างใจเย็น ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา
“ช่วยพยุงอย่างนั้นหรือคะ... พี่นภัทร” น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องสันหลังวาบ “ตั้งแต่คุณพ่อเสียไป เอกสารทุกฉบับที่พวกท่านเอามาให้ฉันเซ็นด้วยความไว้ใจ มีฉบับไหนบ้างคะที่เป็นการช่วยพยุง ไม่ใช่การสูบเลือดสูบเนื้อจนบริษัทไม่เหลือแม้แต่กระดูกสุนัข”
“นังเด็กนี่! แกอย่ามาปากดีนะ!” นภัทรหน้าดำคร่ำเครียด สัญชาตญาณดิบของคนจนตรอกทำให้เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกน้องเก่าที่เคยเป็นถึงเชฟมือทองและผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ทว่า... มือที่พุ่งเข้ามากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างว่องไว ไหวพริบระดับเชฟที่ต้องบริหารครัวสมานฉันท์ท่ามกลางความกดดันระดับสูงทำให้เธออ่านเกมออกตั้งแต่แรก ประสบการณ์สตรีทสมาร์ทที่สั่งสมมาสอนให้เธอไม่เคยยอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำฟรีๆ
“เชิญเอาบริษัทเน่าๆ นั่นไปเสวยสุขให้เต็มที่เถอะค่ะ” รินรดาหยิบกระเป๋าหนังใบโปรดขึ้นสะพายไหล่ รอยยิ้มมุมปากเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายถูกส่งให้ญาติผู้พี่เป็นครั้งสุดท้าย “จำเอาไว้นะคะ... ของที่ได้มาด้วยการโกง ต่อให้กินเข้าไปเท่าไหร่ วันหนึ่งมันก็จะย้อนกลับมาทวงคืนชีวิตพวกคุณเอง”
ร่างระหงหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงโวยวายไล่หลังของนภัทรดังแว่วมาแต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ สิ่งที่เธอสนใจในตอนนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองนับสิบล้านที่สูญเสียไปในพริบตา แต่เป็น "กุญแจดอกเก่า" ในกระเป๋าเสื้อโค้ทต่างหาก... กุญแจสู่ไร่เก่าของคุณตาที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นเพียงมรดกไร้ค่าในอำเภอชนบทห่างไกล
รถยนต์คันเล็กมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือของประเทศ ถนนลาดยางค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นทางลูกรังขรุขระ สองข้างทางจากตึกรามบ้านช่องหนาแน่นถูกแทนที่ด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนและผืนป่าเขียวขจี รินรดาลดกระจกลงรับลมธรรมชาติ กลิ่นอายดินชื้นฝนและกลิ่นหอมจางๆ ของใบไม้ป่าโชยเข้าปะทะจมูก ลมหายใจที่อัดอั้นมาตลอดหลายเดือนค่อยๆ ถูกผ่อนออกอย่างช้าๆ
ความเหนื่อยล้าจากการถูกหักหลังโดยคนที่เรียกว่าครอบครัวเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ทว่า ในวินาทีที่รถยนต์ขับเลี้ยวผ่านป้ายไม้เก่าแก่ที่สลักคำว่า "ไร่สุขสำราญ" ความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาในอก
ไร่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่บ้านไม้สองชั้นที่ผุพังไปตามกาลเวลาและสวนรกชัฏ แต่มันคือสถานที่แห่งความทรงจำเดียวในวัยเด็กที่เธอเคยหัวเราะได้อย่างไร้เดียงสา และที่สำคัญ... มันคือสถานที่ที่เธอซ่อน "ความลับ" บางอย่างเอาไว้
เมื่อดับเครื่องยนต์และก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นดิน รินรดาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น บ้านพักหลังเก่าเต็มไปด้วยหยากหยักและฝุ่นหนาเตอะ สภาพทรุดโทรมกว่าที่คิดไว้มาก ทว่า ในขณะที่เธอกำลังกวาดสายตามองสำรวจความเสียหายรอบตัว จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าก็ไหววูบคล้ายคลื่นความร้อนในทะเลทราย
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณใสราวกังวานดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอดิจิทัลสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า รินรดาไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ เพราะนี่คือ "มิติเก็บของวิเศษ" ที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ตอนที่อุบัติเหตุเกือบพรากชีวิตเธอไปเมื่อปีก่อน มิติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล สามารถเพาะปลูก แช่แข็ง และเก็บรักษาความสดของวัตถุดิบได้ชั่วกัลปสาน รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชโบราณหายากที่เธอสะสมไว้ตอนเป็นเชฟชื่อดัง
“ในเมื่อพวกมันอยากให้ฉันล้มละลายนัก งั้นก็ลองดูค่ะว่า เชฟมือหนึ่งคนนี้จะใช้พื้นที่ผืนนี้กับมิติลับ พลิกฟื้นชีวิตให้สะท้านฟ้าสะท้านดินได้อย่างไร”
รินรดาพึมพำกับตัวเองขณะกำลังกวาดสายตาสำรวจแปลงผักรกร้างหลังบ้าน ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเดินไปสำรวจห้องครัวเก่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากทางรั้วไม้ไผ่
*แกร็ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ใบหน้าคมคายดุดัน คิ้วหนาพาพาดเหนือดวงตาสีเข้มที่จ้องมองมายังผู้บุกรุกหน้าใหม่อย่างไม่กะพริบตา ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธร้ายแรงอะไร... แต่เป็น "ต้นกล้าผักกาดขาว" ที่ถูกประคองไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับมันคือเพชรเม็ดงาม
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "เจ้าของที่ดินติดกัน" และมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่า... ดุร้ายยิ่งกว่าเสือ หวงผักในแปลงยิ่งกว่าไข่ในหิน และไม่เคยยอมให้ใครหน้าไหนเหยียบเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขาเลยแม้แต่ก้าวเดียว!
“เธอเป็นใคร... และกล้าดียังไงถึงมาเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของฉัน?” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ ทั้งสิ้น
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เลือดนักสู้ในตัวพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มนัยน์ตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะแอบคิดว่า ผู้ชายคนนี้นอกจากจะอันตรายแล้ว... ทำไมถึงได้ดูน่าดึงดูดสายตาอย่างประหลาดเช่นนี้
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้ด้วยกันนะคะ
สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน•ตอนที่ 1
จุดตกต่ำคือจุดเริ่มต้น
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!