เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 3

มื้อดึกที่ไม่เต็มใจ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่ารักษาฟอร์มภัณฑารักษ์ผู้สูงส่งอยู่ตรงนั้นอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณยอมแพ้เรื่องเอกสารคดีบ้านเลขที่ 13 และฉันจะเดินกลับออกไปมือเปล่า... พร้อมกับคำครหาว่าคุณเป็นคนขัดขวางกระบวนการสืบสวนค่ะ" น้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งท้าทายดังขึ้นทันทีที่รินรดาตวัดสายตาสบเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของมินตรา เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่รวบตึงอย่างไร้ที่ติกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สเตนเลสในห้องครัวแคบๆ ของหอพักนักสืบ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากรอบบางหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระอา ปนประกายความดื้อรั้นที่พร้อมจะเปิดศึกได้ทุกเมื่อ มินตราถอนหายใจออกมาเบาๆ เสียงลมหายใจนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมากลบเกลื่อนความหวั่นไหวบางอย่าง "คุณรินรดาคะ สมองอันปราดเปรื่องของคุณช่วยประมวลผลดูสักนิดไหมว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว และเอกสารที่คุณอยากได้มันไม่ได้กองอยู่บนโต๊ะทำงานฉัน แต่มันอยู่ในตู้เซฟที่หอสมุดโบราณ ซึ่งปิดทำการไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้วค่ะ" มินตราสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยือกเย็น ทว่าแฝงความเฉียบคมชนิดที่คนฟังต้องจี๊ดขึ้นสมอง รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออด เธอเกลียดความสุขุมเยือกเย็นแบบหุ่นยนต์ของอีกฝ่ายเสียจริง ยิ่งอีกฝ่ายทำตัวนิ่งสนิทเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะเข้าไปปั่นประสาทให้รอยยิ้มสมบูรณ์แบบนั่นหลุด0กมาเสียให้ได้ แต่ทว่า... ท้องไส้ที่ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบาๆ ในจังหวะที่ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ก็ทำเอาความมั่น 0กมั่นใจเมื่อครู่สะดุดกึกทันที รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความหิวโซจากการตามแกะรอยเบาะแสมาทั้งวันเริ่มประท้วงอย่างรุนแรง แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนเธอไม่อยากเอ่ยปากยอมแพ้ มินตราปรายตามองพุงแบนราบที่ส่งเสียงประท้วงเมื่อครู่ มุมปากข้างหนึ่งของภัณฑารักษ์สาวกระตุกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มเยาะที่เบาบางเสียจนแทบมองไม่เห็น แต่รินรดากลับจับสังเกตได้ทันที "ยิ้มอะไรคะ? หิวก็ส่วนหิว งานก็ส่วนงานค่ะ อย่าเอามาปะปนกัน" รินรดาเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความอับอายที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "ฉันไม่ได้ยิ้มค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่า... นักสืบปากเก่งคนนี้จะทนอดอยากปากแห้งไปได้อีกสักกี่น้ำ ในเมื่อร้านอาหารตามสั่งใต้ตึกนี้ก็ปิดหมดแล้ว หรือคุณจะกินแฟ้มคดีเป็นอาหารเย็นแทนคะ?" มินตราเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเย้าแหย่เจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท รินรดากัดฟันกรอด ยัยภัณฑารักษ์นี่มันร้ายกาจเป็นบ้า รู้จุดอ่อนเธอทุกอย่างโดยไม่ต้องสืบสวนเลยสักนิด และก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ ท้องเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงร้องประท้วงดังยิ่งกว่าเดิมจนกลบเสียงลมหายใจในห้อง มินตราหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มและน่าฟังเสียจนรินรดาใจกระตุกวูบ "เลิกทำฟอร์มเถอะค่ะคุณริน ฉันจองโต๊ะที่ร้านอาหารกึ่งผับริมแม่น้ำไว้แล้ว... และคุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะมันคือเงื่อนไขเดียวที่คุณจะได้กุญแจไขตู้เซฟเอกสารชุดนั้น" พูดจบ มินตราก็คว้ากระเป๋าหนังราคาแพงขึ้นมาสะพายไหล่ แล้วก้าวเดินผ่านร่างบางไปอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งให้รินรดายืนกำมือแน่นด้วยความขัดเคืองปนหมั่นไส้ "นี่คุณ! มัดมือชกกันชัดๆ นะคะ!" รินรดาตะโกนไล่หลัง แต่ขายาวๆ ของอีกฝ่ายก็ก้าวออกไปที่ประตูแล้ว พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานที่ลอยกลับมา "ถ้าไม่อยากกินข้าวฟรีกับคนน่ารำคาญแบบฉัน ก็เชิญนอนท้องร้องอยู่ที่นี่คนเดียวเถอะค่ะ" บรรยากาศภายในร้านอาหารกึ่งผับสไตล์วินเทจค่อนข้างครึกครื้น แต่โต๊ะมุมอับสายตาที่มินตราเลือกกลับเงียบสงบและเป็นส่วนตัว แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของภัณฑารักษ์สาว ยิ่งขับเน้นให้ความนิ่งขรึมนั้นดูน่าค้นหาอย่างประหลาด รินรดานั่งเท้าคางมองจานอาหารตรงหน้าที่ถูกยกมาเสิร์ฟ อาหารแต่ละอย่างล้วนเป็นเมนูโปรดที่เธอชอบกินทั้งสิ้น ทั้งที่เธอไม่เคยบอก... หรือว่ายายบ้านี่แอบไปสืบประวัติเธอมากันแน่? "มองหน้าฉันแบบนั้น มีอะไรติดอยู่บนหน้าหรือคะ หรือว่าอาหารไม่อร่อยถูกปากนักสืบผู้ยิ่งใหญ่?" มินตราเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแก้วไวน์ในมือ เธอจิบของเหลวสีแดงเข้มช้าๆ ท่าทางน่ามองจนรินรดาเผลอจ้องนานเกินไป "เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงรู้ว่าฉันชอบกินอะไร... อย่าบอกนะคะว่าแอบชอบฉันจนต้องไปสืบประวัติลับมา?" รินรดาหรี่ตาลง ใช้ลูกเล่นแพรวพราวเข้าสู้เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอก มินตราสำลักไวน์เบาๆ เธอยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปากอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบกลับมีริ้วรอยความแดงระเรื่อปรากฏขึ้นจางๆ ที่พวงแก้ม ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล "หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณริน ฉันแค่บังเอิญไปอ่านเจอในรายงานประวัติอาสาสมัครเก่าๆ ของคุณต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะ" มินตราสวนกลับเสียงเรียบ ทว่าหูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำเสียจนรินรดากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ เคมีที่ปะทะกันไปมาเริ่มเปลี่ยนรสชาติจากความตึงเครียดกลายเป็นความหวานละมุนที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ รินรดายังคงเปิดฉากหยอกล้อด้วยสายตาแพรวพราว ขณะที่มินตราทำได้เพียงตั้งรับด้วยความซึนและอาการปากแข็งที่น่าเอ็นดูเป็นบ้า จนกระทั่งมินตราเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะ ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์โชยเข้าแตะจมูกรินรดา จนคนปากเก่งถึงกับลมหายใจสะดุด "แล้วก็... เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักทีค่ะ ถ้านับจากนี้คุณยังดื้อดึงไม่ยอมฟังคำเตือนเรื่องคดีบ้านเลขที่ 13 อีก ฉันอาจจะไม่ได้ใจดีพามาเลี้ยงข้าวแค่มื้อนี้... แต่อาจจะ..." มินตราเว้นจังหวะไว้ ดวงตาสีนิลคู่สวยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินรดาราวกับจะดึงวิญญาณ "...อาจจะทำอะไรคะ?" รินรดาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลโดยไม่รู้ตัว ทว่า ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยประโยคที่แขวนความรู้สึกของคนฟังไว้บนเส้นด้ายนั้น แสงแฟลชวับจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ "โอ้โห! ภาพเด็ดเลยนะเนี่ย... ภัณฑารักษ์สาวผู้สูงศักดิ์กับนักสืบตกอับ มานั่งสวีตกันลับหลังแบบนี้ นายตำรวจใหญ่คนนั้นรู้เข้าคงสนุกน่าดู!" เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเยาะที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของคดีที่เธอกำลังตามล่าอยู่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%