เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 1

ศพในห้องโถง

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เจือจางอยู่ในความเย็นจัดของเครื่องปรับอากาศระดับสิบแปดองศา ไม่ใช่สิ่งที่ใครคาดว่าจะได้พบเจอในหอศิลป์ร่วมสมัยใจกลางกรุงเทพฯ รินรดากวาดสายตาคมกริบผ่านเลนส์แว่นกรอบบาง มองสภาพร่างไร้ลมหายใจของผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ที่ถูกจัดท่าไว้อย่างประณีตราวกับเป็นหนึ่งในประติมากรรมจัดวางชิ้นเอก นัยน์ตาคู่คมวาววับด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านต่อศพตรงหน้าแม้แต่น้อย สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอกลับเป็นความเงียบงันที่กดดันและร่องรอยการลอบเข้าออกอย่างไร้ร่องรอยต่างหาก "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องพื้นพรมผืนนั้นค่ะ, คุณนักสืบ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และราบเรียบราศจากคลื่นอารมณ์ดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นหอมจางๆ ของดอกการ์ดิเนียที่ผสมผสานกับความเข้มงวดแบบฉบับภัณฑารักษ์มือหนึ่งลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาหยุดยืนซ้อนหลังเธอเสียอีก รินรดาค่อยๆ หมุนตัวกลับไปช้าๆ เผยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน เธอจ้องมองมินตราที่ยืนกอดอกแน่น สีหน้าของอีกฝ่ายเรียบตึงจนแทบจะเป็นหิน แว่นตากรอบเหลี่ยมซ่อนแววตาดุดันที่กำลังประเมินค่าเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "ถ้าฉันมัวแต่ยืนกอดอกทำหน้าเป็นรูปปั้นหินแบบคุณ ฉันคงไม่ได้รู้หรอกค่ะว่ารอยเท้าบนพรมตรงนั้นไม่ใช่ของเหยื่อ... แต่เป็นของคนที่พยายามจัดฉากฆาตกรรมครั้งนี้ให้กลายเป็นศิลปะ" รินรดาจงใจก้าวเท้าเข้าไปใกล้จนอีกฝ่ายต้องผถะถอยหลังไปครึ่งก้าว มินตราขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน เธอเกลียดความอวดดีของยายผู้หญิงปากจัดคนนี้ ชนิดที่ว่าต่อให้รินรดามีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหนในวงการนักสืบอิสระ แต่สำหรับมินตราแล้ว อีกฝ่ายก็เป็นเพียงตัวน่ารำคาญที่เข้ามาเหยียบย่ำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เธอดูแลด้วยชีวิต "ที่นี่คือหอศิลป์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเดินลอยชายแล้วชี้ไม้ชี้มือใส่ผลงานใครก็ได้" มินตราตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว ดวงตาสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผลงานที่เกี่ยวกับชีวิตคน" "โอ้? นึกว่าคุณสนใจแต่รูปปั้นหินกับภาพวาดสีน้ำมันซะอีก เห็นยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งตั้งแต่ฉันเข้ามา นึกว่าตายตามผู้อำนวยการไปแล้วซะอีกค่ะ" รินรดาเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แววตาพราวระยับด้วยความสนุกที่ได้เห็นคนตรงหน้าของขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ รินรดาลอบมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววกรุ่นโกรธอย่างชัดเจน เคมีบางอย่างระหว่างความปากจัดไม่ยอมคนกับความซึนเดระที่พยายามเก๊กขรึมกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดในห้องโถงที่ไร้ซึ่งผู้คน "ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวไร้สาระ ฉันจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ค่ะ รินรดา" มินตราเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอกอย่างหนักหน่วง ยิ่งอีกฝ่ายเข้าใกล้ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด "เชิญสิคะ ลองดูว่า รปภ. ของคุณจะกล้าแตะตัวฉันไหม... แต่อย่าลืมนะว่าถ้าฉันออกไป ตอนนี้ความลับเรื่องที่หอศิลป์ของคุณมีศพซุกซ่อนอยู่จะหลุดถึงหูนักข่าวทันที และแน่นอนว่าชื่อเสียงของภัณฑารักษ์มือทองอย่างคุณ คงพังไม่เป็นท่าภายในห้าวินาที" รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ มินตราตัวแข็งทื่อ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวข้างแก้มทำเอาสติที่สะสมมานานเกือบหลุดลอย เธออยากจะยกมือขึ้นผลักอกคนตรงหน้าให้กระเด็นนัก แต่ติดที่ว่าสายตาของรินรดากำลังจ้องมองเธอด้วยความหมายบางอย่าง... ความหมายที่ซ่อนเร้นและชวนให้หัวใจเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล "คุณ...!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟันได้แค่นั้น เมื่อจู่ๆ รินรดาก็ยื่นมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อของเธอเพื่อหยิบบางอย่างที่ติดอยู่ออกมา มันคือเศษเส้นใยสีแดงสด... เส้นใยชนิดเดียวกับที่ใช้ผูกข้อมือของศพในห้องโถง รินรดาชูเส้นใยนั้นขึ้นระดับสายตา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏชัดบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมินตราที่ตอนนี้ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "เจอตัวปัญหาแล้วค่ะ... และดูท่าทางว่า หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด มันจะไม่ได้อยู่ในห้องนี้หรอกนะ..." รินรดาเว้นจังหวะพร้อมกับหรี่ตามองมินตราด้วยความสงสัยระคนท้าทาย แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ ประวัติศาสตร์และคำโกหกทั้งหมดกำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้ "ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสูงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว และทำให้ทั้งรินรดากับมินตราต้องผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องโถงนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%