สถาปนิกปากร้ายกับรอยรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 3

คืนพายุถล่ม

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงคำรามของฟ้าผ่าดังสนั่นจนกระจกโบราณสั่นสะเทือน อาคเนย์ไม่ได้สะดุ้งเพราะเสียงนั้น แต่เป็นเพราะร่างสูงโปรดของธันวาที่ก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของคฤหาสน์ต่างหาก ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักปิดลงพร้อมกับสายฝนที่สาดซัดกระหน่ำลงมาด้านนอกราวกับฟ้าถล่ม "คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างคุณ จะมาแอบสวีตกับภัณฑารักษ์สาวในซากตึกเก่าๆ แบบนี้" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากเคลือบยาพิษถูกส่งมาพร้อมกับสายตาที่กวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเสียมารยาท รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่จะจ้องทำลายประวัติศาสตร์ของคฤหาสน์หลังนี้ แต่ยังชอบเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในเวลาที่ไม่อยากต้อนรับที่สุด "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาเดินเล่นตามอำเภอใจ เชิญออกไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ." อาคเนย์ก้าวขาเข้าไปขวางหน้าธันวาไว้ รังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ความสูงและสัดส่วนที่ได้รูปทำให้เขากลายเป็นกำแพงมนุษย์ที่แข็งแกร่ง ปิดกั้นไม่ให้สายตาต่ำต้อยของธันวาแตะต้องรินรดาได้อีก "รปภ.? ฝนตกหนักขนาดนี้ ไฟฟ้าก็น่าจะตัดขาดไปแล้ว ระบบความปลอดภัยของคุณคงใช้การไม่ได้หรอก อาคเนย์... แล้วอีกอย่าง ผมไม่ได้มาเพื่อกวนใจคุณ แต่ผมมาเพื่อยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้าย ก่อนที่ศาลจะอนุมัติคำสั่งทุบตึกนี้ในสัปดาห์หน้า" ธันวาโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบ ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามคำรณ รินรดาขยับตัวจะพุ่งเข้าไปหยิบแฟ้มนั้นเพื่อฉีกมันทิ้งให้สะใจ แต่แขนแกร่งของอาคเนย์กลับยกขึ้นกั้นขวางเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ฝ่ามืออุ่นจัดสัมผัสโดนหัวไหล่บางเบา ส่งกระแสความร้อนแปลกประหลาดผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องชะงัก "เก็บเอกสารของคุณแล้วไสหัวออกไปซะ ธันวา" อาคเนย์เน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับหุบยิ้ม "ต่อให้ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย แต่ผมก็ยังมีมือพอที่จะโยนคุณออกไปตากฝนข้างนอกได้" บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สายตาสองคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปลบ ทว่าในจังหวะนั้นเอง... *เปรี๊ยะ!* เสียงหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ระเบิดดังสนั่นมาจากด้านนอก ตามด้วยความมืดมิดที่เข้ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา แสงไฟจากหลอดฮาโลเจนดับสนิท เหลือเพียงแสงวาบของสายฟ้าที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ "กรี๊ด..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่อความมืดเข้าจู่โจมอย่างไร้การตั้งตัว ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ และในวินาทีวิกฤตนั้น วงแขนแข็งแรงของอาคเนย์ก็คว้าเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงเข้าหาตัวจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่ง แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงของกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย รินรดานิ่งงิ่งไปในอ้อมแขนของชายหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนและบุหรี่จางๆ จากตัวอาคเนย์ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกวูบวาบในอกอย่างประหลาด ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากปลายคางได้รูปของเขาเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น "อะ... อาคเนย์" เธอกระซิบเสียงสั่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวความมืด หรือเพราะสัมผัสแนบชิดที่ร้อนลุ่มเกินความจำเป็น "อยู่นิ่งๆ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณขมับของเธอ อาคเนย์ไม่ได้ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน แม้ว่าในความมืดเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอชัดเจน แต่สัมผัสจากสัดส่วนนุ่มนิ่มที่แนบชิดอยู่บนเรือนร่าง กลับทำให้สมาธิที่เคยถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมของสถาปนิกหนุ่มพังทลายลงในพริบตา "แหม... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีตกันจริงๆ ด้วยสินะครับ" เสียงเย้ยหยันของธันวาҨดังขึ้นจากมุมห้องมืด ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความอาย แม้จะมองไม่เห็นหน้ากันชัดเจน แต่เธอก็รู้ว่าธันวาต้องกำลังแสยะยิ้มอยู่แน่ๆ "แกยังไม่ไปอีก Rออะไรอยู่?" อาคเนย์กัดฟันกรอด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าพวกเขากำลังตกเป็นเหยื่อของการเยาะเย้ย "จะให้ไปไหนล่ะครับ ในเมื่อประตูใหญ่ด้านหน้า... ถูกล็อกตายจากข้างนอกด้วยระบบอัตโนมัติที่เพิ่งช็อตไปเมื่อกี้ แถมถนนทางออกตอนนี้ก็น้ำท่วมสูงจนรถผ่านไม่ได้แล้ว" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ดูท่าทาง... คืนพายุถล่มคืนนี้ เราสามคนคงต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันยาวๆ จนกว่าฟ้าจะสว่างแล้วล่ะครับ" คำพูดนั้นทำให้อาคเนย์และรินรดาชะงักค้างไปพร้อมกัน ในพื้นที่จำกัดของคฤหาสน์โบราณที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ และศัตรูตัวฉกาจที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เกมจิตวิทยาและความปรารถนาอันตรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น อาคเนย์หันกลับมามองรินรดาในความมืด แววตาคมกริบที่สะท้อนแสงวาบจากสายฟ้าข้างนอกเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของเธอมากุมไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย... ท่ามกลางความมืดมิดที่ซ่อนเร้นทุกความลับ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูด้านหลังห้องโถงที่ควรจะเป็นทางตัน ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำ และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว กลอนประตูเหล็กสนิมเขรอะก็ค่อยๆ หมุนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืด... --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุและก้าวเข้าสู่ความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับรอยรักที่ถูกลืม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%