"อัตราความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่พันด้วยตัวคนเดียวภายในสามวัน... คำนวณตามตรรกะของเอนจิ้นเกมปัจจุบันแล้ว เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต เรย์กะพริบตาช้าๆ สองครั้ง นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองข้อความตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศอย่างไร้จุดสิ้นสุด บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ปรากฏร่างจำลองแบบสามมิติของตัวละครสวมชุดคลุมนักเวทสีดำสนิท ใบหน้าของอวตารนั้นถูกออกแบบมาให้ถอดแบบมาจากตัวจริงของเขาอย่างไร้ที่ติ แม้กระทั่งแววตาที่มักจะฉายแววเบื่อหน่ายโลกใบนี้อยู่เสมอก็ตาม
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนสไตล์เกมยุคเก่าดังขึ้น พร้อมกับหน้าต่างป๊อปอัปสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาบังทัศนียภาพเกือบทั้งหมด
[ยินดีต้อนรับสู่ 'TOWER OF ETERNITY' - เซิร์ฟเวอร์ทดสอบพิเศษ]
[เงื่อนไขการเข้าร่วม: ผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก (ฮาร์ดคอร์โหมด)]
[สถานะปัจจุบันของคุณ: ถูกบังคับออฟไลน์จากโลกเดิม... ข้อมูลชีวมิติถูกถ่ายโอนสมบูรณ์ 100%]
"ออฟไลน์?" เรย์เอียงคอมองตัวหนังสือเหล่านั้นด้วยสีหน้านิ่งสนิท เขาจำได้แม่นว่าเมื่อสามนาทีที่แล้ว เขากำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สเปกแรงสูงในห้องนอนของตัวเอง กำลังนิ้วล็อคจากการกดคีย์บอร์ดคอมبوติดต่อกันสามชั่วโมงเพื่อปิดฉากบอสสุดท้ายของเกม RPG ระดับตำนานที่ขึ้นชื่อว่ายากที่สุดในรอบทศวรรษ ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีไฟฟ้าลัดวงจร มีเพียงแสงวาบสีขาวสว่างจ้าที่กลืนกินประสาทสัมผัสทุกส่วน และตอนนี้... เขากลับมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ พื้นที่สีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์
"สวัสดีค่ะท่านผู้เล่น! ยินดีต้อนรับสู่ระบบนำทางอัจฉริยะ ไอรีส รายงานตัวค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วที่เจือความขี้เล่นดังขึ้นจากความว่างเปล่า ทันใดนั้น ละอองแสงสีทองนับล้านก็รวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นภูติสาวตัวจิ๋วปีกใสส่องประกายระยิบระยับ เธอบินวนรอบตัวเรย์หนึ่งรอบก่อนจะมาหยุดลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า ปลายจมูกเชิดขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินสินค้า "โอ๊ะ... ตายจริง หน้าตานิ่งสนิทไร้อารมณ์เหมือนที่ระบบประเมินไว้ไม่มีผิดเพี้ยน คุณนี่ใจเย็นเกินมนุษย์มนาไปหน่อยไหมคะเนี่ย คนอื่นเขาตื่นตื่นตูมโวยวายกันบ้านแทบแตกตอนรู้ว่ามาต่างโลก แต่คุณกลับยืนเก๊กทำหน้าตายอยู่ได้ตั้งนานสองนาน"
เรย์ปรายตามองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่กำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ผมไม่ได้เก๊ก แค่กำลังประเมินสถานการณ์" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และประโยคที่ว่า 'มาต่างโลก' เมื่อกี้ หมายความว่ายังไงครับ? ระบบกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ หรือนี่เป็นอีเวนต์ลับของเกมเวอร์ชันใหม่ที่บริษัทผู้พัฒนาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า?"
ไอรีสหัวเราะคิกคัก เธอใช้มือเล็กๆ ปัดหน้าจอโฮโลแกรมให้ขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นแผนที่ขนาดมหึมาที่มีลักษณะเป็นหอคอยสูงเสียดฟ้าทะลุชั้นเมฆ โครงสร้างของมันซับซ้อนและเต็มไปด้วยรอยต่อของมิติที่บิดเบี้ยว
"เกมเหรอคะ? น่ารักจังเลยนะคะที่คิดแบบนั้น" ไอรีสยิ้มหวาน แต่แววตาซุกซนกลับเป็นประกายระยิบระยับ "นี่ไม่ใช่เกมจำลองบนพีซีที่คุณนั่งเล่นแก้เซ็งในห้องนอนแคบๆ อีกต่อไปแล้วค่ะ แต่มันคือ 'ความเป็นจริง' รูปแบบใหม่ หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมดหนึ่งพันชั้น และแต่ละชั้นก็ถูกปกครองด้วยขุมนำอำนาจระดับหายนะ หน้าที่ของคุณคือการไต่ขึ้นไปถึงยอดบนสุดภายในเวลาสามวัน... ไม่อย่างนั้น โลกที่คุณจากมา รวมถึงตัวตนของคุณในข้อมูลสตรีมมิ่งทั้งหมด จะถูกลบหายไปตลอดกาลค่ะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ เรย์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือโกรธเกรี้ยวตามที่ AI สาวคาดหวังไว้แม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอก นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ที่ข้อศอกของตัวเองเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาสีนิลกวาดมองรายละเอียดปลีกย่อยของหน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นมารอบตัวอย่างพินิจพิเคราะห์
ระบบการจัดการสกิล... แผนผังดันเจี้ยน... อัตราการฟื้นมานา... ทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างประณีตราวกับจักรวาลนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เขาใช้ประโยชน์จากมันโดยเฉพาะ
"เข้าใจแล้วครับ" เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบเช่นเดิม "แปลว่านี่คือการบังคับให้ทำภารกิจภายใต้เงื่อนไขเวลาที่จำกัดอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยมีบทลงโทษเป็นการทำลายล้างขั้นเด็ดขาดสินะครับ"
ไอรีสกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเล็กๆ ค้างเติิ่ง "เอ่อ... คือว่า คุณจะไม่โวยวายหน่อยเหรอคะ? แบบว่า... 'ฉันมาทำอะไรที่นี่!' หรือ 'ปล่อยฉันกลับบ้านนะ!' อะไรทำนองนี้?"
"โวยวายไปก็ไม่ได้ทำให้กฎของระบบเปลี่ยนแปลง และไม่ได้ช่วยให้ผมหาทางรอดเร็วขึ้น เสียพลังงานเปล่าประโยชน์ครับ" เรย์ตอบอย่างมีเหตุผล พร้อมกับเลื่อนนิ้วไปแตะที่ปุ่มยืนยันการสร้างตัวละครบนหน้าจอโฮโลแกรม "อีกอย่าง... ในเมื่อคุณบอกว่ามันมีหนึ่งพันชั้น และให้เวลาแค่สามวัน แปลว่าค่าเฉลี่ยที่เราต้องเคลียร์คือประมาณสามร้อยสามสิบชั้นต่อวัน ความเร็วระดับนั้นจำเป็นต้องใช้การคำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุด และการบริหารจัดการทรัพยากรที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร"
ไอรีสอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งแกมประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่เธอพบเจอกับผู้เล่นที่เปลี่ยนผ่านจากโลกเดิมมาสู่หอคอยแห่งนี้ด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่เย็นชาเป็นเครื่องจักรขนาดนี้
"คุณนี่มัน... ผิดมนุษย์มนาจริงๆ ด้วยนะคะ" ไอรีสพึมพำ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา "เอาล่ะ ในเมื่อคุณพร้อมแล้ว ระบบจะทำการส่งคุณไปยังจุดเริ่มต้นของดันเจี้ยนชั้นที่หนึ่ง หวังว่าจะไม่รีบตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้หายใจนะคะ พลเมืองหมายเลขศูนย์..."
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อคลุมของตัวเอง สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูมิติสีดำสนิทที่ค่อยๆ เปิดออกเบื้องหน้า ความมืดมิดหลังบานประตูกำลังส่งกลิ่นอายอันตรายและกลิ่นอายของเลือดเนื้อจางๆ ลอยโชยมาปะทะประสาทสัมผัส
แต่สำหรับเกมเมอร์อัจฉริยะผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้...
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่คุก แต่เป็นสนามเด็กเล่นแห่งใหม่ที่รอให้เขาเข้าไปรื้อระบบโครงสร้างภายในทิ้งเสียใหม่ต่างหาก
ติ๊ง!
[ระบบตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกกำลังพยายามเข้าแทรกแซงพื้นที่เริ่มต้น...]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้รับเชิญระดับความยาก 'ภัยพิบัติ' กำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่คุณยืนอยู่...]
---------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางก้าวแรกสู่หอคอยแห่งความตายไปกับเรย์นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับการยึดครองดันเจี้ยนพันชั้นในสามวัน•ตอนที่ 1
ยินดีต้อนรับสู่เกมที่ไม่มีปุ่มออก
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับการยึดครองดันเจี้ยนพันชั้นในสามวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!