เสียงคำรามสะท้านแผ่นดินดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ส่งตรงจากพื้นหินปูนเบื้องล่าง จนทำให้ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานหินย้อยของดันเจี้ยนชั้นที่สาม
"โฮกกกกก!"
เงาร่างมหึมาของ 'ออร์คคชสาร' (Orc Behemoth) สูงเกือบสามเมตร กล้ามเนื้อเต็มไปด้วยมัดกล้ามสีเขียวเข้มพองโตจนเส้นเลือดปูดโปน มือขวาถือกระบองหนามเหล็กกล้าที่อาบไปด้วยคราบเลือดสดๆ มันกำลังเหวี่ยงอาวุธในมือเข้าใส่เป้าหมายเบื้องหน้าด้วยความบ้าคลั่ง
และเป้าหมายนั้น... คือชายหนุ่มร่างยักษ์ในชุดเกราะเหล็กขึ้นสนิม ที่ตอนนี้กำลังใช้ดาบใหญ่สองมือยันรับการโจมตีเอาไว้สุดแรงเกิด
*เคร้ง! ปรัง!*
แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มแตกละเอียดเป็นรัศมีวงกว้าง เม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายเต็มใบหน้าคมเข้มที่บิดเบี้ยวด้วยความเค้นหนัก ลูคัสกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก แขนทั้งสองข้างสั่นระริกราวกับจะรับภาระต่อไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"ให้ตายสิ! แรงควายชะมัดตัวบ้าเอ้ย!" ลูคัสคำรามลั่นในลำคอ ขณะที่ออร์คคชสารส่งเสียงหัวเราะเยาะในลำคอแล้วง้างกระบองเตรียมฟาดลงมาเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเป็นจังหวะตายที่ต่อให้หลบได้ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง
*ฟึบ!*
ประกายแสงสีฟ้าจางๆ พาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งเสียงกู่ร้องคำราม ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น เรย์ก้าวเท้าออกไปเพียงสามก้าว ร่างเพรียวบางในชุดคลุมนักเวทสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังของออร์คคชสารราวกับภูตผี
ดวงตาส่งประกายเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ใบหน้ายังคงรักษาเอกลักษณ์ความหน้าตายไว้อย่างเหนียวแน่น ราวกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่สัตว์ประหลาดระดับมินิบอส แต่เป็นเพียงปัญหาคณิตศาสตร์ข้อหนึ่งที่แก้ได้ด้วยกระดาษทดแผ่นเดียว
[วิเคราะห์เป้าหมาย: ออร์คคชสาร (Elite Monster)]
[จุดอ่อน: เส้นประสาทบริเวณข้อพับเข่าซ้าย และต่อมรับความรู้สึกใต้กกหูขวา]
[แนะนำ: ใช้เวทมนตร์ธาตุดินแทรกแซงการทรงตัว ก่อนส่งกระแสมานานุภาพต่ำตัดผ่านเส้นประสาท]
เสียงแจ้งเตือนจากไอรีสดังก้องขึ้นในโสทประสาท แต่นั่นเป็นเพียงข้อมูลยืนยันสิ่งที่เรย์คำนวณเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้วถึงสามวินาที
นิ้วเรียวยาวชี้ออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้ซุ่มเสียง วงเวทย์สีทองคำขาวขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้นกลางอากาศ
*เปรี้ยง!*
กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งทะลวงเข้าใส่จุดอ่อนใต้กกหูขวาของออร์คคชสารอย่างแม่นยำราวกับจับวาง มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีวงกว้างที่ทรงพลังเสียงดังสนั่น แต่มันคือการแทรกแซงระบบประสาทโดยตรงด้วยความแม่นยำระดับไมครอน
ออร์คคชสารชะงักกึก ร่างกายมหึมาเกิดอาการกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเพราะระบบประสาทส่วนกลางถูกช็อตชั่วขณะ แรงเหวี่ยงที่กำลังจะปลิดชีพลูคัสจึงหยุดชะงักลงกลางอากาศอย่างกะทันหัน
"จังหวะนี้แหละไอ้ทึ่ม!" เรย์เอ่ยปากพูดขึ้นเป็นประโยคแรก น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้อารมณ์ แต่กลับทรงพลังพอที่จะเรียกสติของนักรบสมองกล้ามให้ตื่นตัวขึ้นได้ทันที
"โอ้โห! มาถูกเวลาจริงๆ เว้ยสหาย!"
ลูคัสไม่มีเวลาถามว่าเรย์โผล่มาจากไหน ดวงตาสวาทประกายความบ้าคลั่งแห่งการต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตัวจนปูดโปนยิ่งกว่าเดิม พลังมานาธาตุไฟสีแดงฉานพวยพุ่งทะลักออกจากตัวดาบใหญ่ราวกับลาวาเดือด
*เคล้ง! โครมคราม!*
ดาบใหญ่ฟันฉับเข้าที่ลำตัวของออร์คคชสารอย่างเต็มแรง แรงระเบิดจากสกิล 'คลื่นเพลิงคลั่ง' ผสานกับแรงเหวี่ยงมหาศาลส่งผลให้ร่างหนากว่าสามร้อยกิโลกรัมปลิวหวือลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังถ้ำด้าน
จนหินผาพังถล่มลงมาทับถมร่างของมันจนมิด
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าของลูคัสที่ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ
ลูคัสทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ใช้ดาบยันร่างตัวเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปนอนกองกับดิน เขากวาดสายตามองรอบตัวด้วยความทึ่ง ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มหน้าตายที่ยืนปัดฝุ่นตามชายเสื้ออย่างไร้ความเดือดร้อน
"ให้ตายเถอะ... นายนี่มันปีศาจชัดๆ" ลูคัสหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง ทั้งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ "ถ้าไม่ได้นายเมื่อกี้ ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้กระบองเจ้าตัวนั้นไปแล้ว ขอบใจมากนะสหาย... ว่าแต่ นายชื่ออะไรนะ?"
เรย์ชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะเก็บไม้เท้าเวทมนตร์เข้าสู่ช่องเก็บของมิติ
"เรย์... และฉันไม่ได้ช่วยนายเพราะอยากเป็นเพื่อน แต่เกะกะสายตาเวลาฉันจะเดินผ่านต่างหาก" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเคย พร้อมกับเดินเลยผ่านร่างของลูคัสไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่นักรบสมองกล้ามกลับหัวเราะชอบใจหนักกว่าเดิม เขารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งเหยาะๆ ตามหลังเด็กหนุ่มไปติดๆ แบบไม่เกรงใจ
"ฮ่าๆๆ ปากแข็งซะJต! พูดจาแบบนี้แหละถูกใจฉันนัก!" ลูคัสตบบ่าเรย์เสียจนร่างเพรียวเซไปเล็กน้อย "ในเมื่อช่วยชีวิตกันไว้แล้ว แถมฝีมือระดับนี้... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉัน 'ลูคัส' คนนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นคู่หูร่วมเป็นร่วมตายกับนายในดันเจี้ยนนี้ด้วย!"
เรย์หยุดเดินกựกตวาดหันไปมองมือใหญ่ที่วางอยู่บนบ่าของตนเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้ดีว่าคนประเภทลูคัสนั้นสลัดไม่หลุดง่ายๆ ยิ่งห้ามก็ยิ่งตามตื๊อ และในสถานการณ์ที่ดันเจี้ยนชั้นลึกเริ่มมีความซับซ้อนเกินกว่าจะฉายเดี่ยว การมีตัวแทงค์ (Tank) ระดับแนวหน้าที่ต่อให้สมองจะมีแต่กล้ามเนื้อแต่ก็มีความอึดถ่านไฟเก่าเปี่ยมล้น ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่นักในการประหยัดทรัพยากร
"ตามใจ... แต่อย่ามาเกะกะเวลาฉันคำนวณเส้นทางก็พอ" เรย์เอ่ยอนุญาตสั้นๆ
[ระบบทำการบันทึกข้อมูล: ปาร์ตี้ 'คู่หูสุดประหลาด' ถูกสร้างขึ้นสำเร็จ]
[สถานะความสัมพันธ์: เรย์ & ลูคัส (ความเชื่อใจระดับต้น)]
[ปลดล็อกสกิลประสาน: 'เหล็กกล้ากับคมมีด' (Iron & Blade Combo)]
เสียงแจ้งเตือนจากไอรีสเด้งขึ้นมาในหัว พร้อมกับอินเทอร์เฟซหน้าต่างปาร์ตี้ที่แสดงผลค่าสถานะของทั้งสองคนเชื่อมต่อกัน
ลูคัสฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด กำหมัดแน่นด้วยความฮึกเหิม "วางใจได้เลยสหาย! เรื่องบู๊ล้างผลาญปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง นายมีหน้าที่แค่ชี้เป้าก็พอ!"
เรย์พยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะหันกลับไปมองเบื้องหน้า ทางเดินหินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่ดันเจี้ยนชั้นที่สี่ บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นความมืดสนิท อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่
ทว่า ทันใดนั้นเอง... ดวงตาเรียบนิ่งของเรย์ก็ต้องหรี่แคบลง เมื่อหน้าจอระบบสีฟ้าที่ควรจะแสดงแผนที่ชั้นที่สี่ กลับปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดจังหวะด้วยตัวอักษรที่กระพริบถี่รัว
[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างดันเจี้ยนชั้นที่ 4]
[ระบบกำลังถูกแทรกแซงจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก...]
[คำเตือน: สิ่งที่กำลังรอพวกท่านอยู่เบื้องล่าง... ไม่ใช่มอนสเตอร์ในระบบดั้งเดิม แต่คือ...]
ข้อความบนหน้าจอดับวูบลงพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดัง *ปี๊บ* ยาวนานติดต่อกันสามครั้ง ความมืดเบื้องหน้าบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น ก่อนที่กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวจะลอยโชยออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวขึ้นมาจากบันไดขั้นสุดท้าย
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ลูคัสที่เมื่อครู่ยังร่าเริง ถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นมาทันที เขายกดาบใหญ่ขึ้นตั้งรับอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากความมืด
"เรย์... นั่นมันไม่ใช่เสียงของพวกกิ้งก่าหรือออร์คแน่ๆ" ลูคัสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เรย์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากม่านหมอกแห่งความมืดออกมา... ร่างนั้นสวมชุดเกราะอัศวินสีเงินยวงที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนแห่งกาลเวลา ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์ถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรกในรอบสามวัน คือดาบในมือของอัศวินปริศนา... มันคือดาบเล่มเดียวกับที่เรย์เคยใช้เมื่อชาติภพก่อน
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง... ผู้เล่นรหัส 001" เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบดังลอดออกมาจากหมวกเหล็กปิดหน้าของอัศวินปริศนาผู้นั้น
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับการยึดครองดันเจี้ยนพันชั้นในสามวัน•ตอนที่ 3
การพบกันโดยบังเอิญกับนักรบสมองกล้าม
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับการยึดครองดันเจี้ยนพันชั้นในสามวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!