กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดเจือจางในลมหนาว ยามที่กองทัพพยัคฆ์ทมิฬถอยร่นมาปักหลัก ณ หุบผาอัคคี พื้นดินเบื้องล่างย้อมไปด้วยสีชาดของโลหิตจากสมรภูมิเมื่อยามสนธยา ความพ่ายแพ้ติดต่อกันสามคราทำให้ขวัญกำลังใจของเหล่าทหารหาญดิ่งลงเหวลึกราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่กัดเซาะตลิ่งจนพังทลาย
ภายในกระโจมบัญชาการใหญ่ แสงจากตะเกียงน้ำมันกฤษณาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยต่อของผ้าใบสีดำสนิท
"ถอยทัพสิบหลี่ตามที่ข้าสั่ง... นั่นคือสิ่งเดียวที่ท่านทำได้ในตอนนี้หรือ ท่านแม่ทัพหลี่"
น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งสลักดังขึ้นทำลายความเงียบ ซูเหมยยืนนิ่งอยู่หน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ปักด้วยไหมเงิน นางสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตัดกับผ้าคลุมไหล่ปักลายเมฆสีนิล ดวงตาคู่คมทอดมองตัวหยกแกะสลักรูปม้าศึกที่ถูกปัดล้มคว่ำบนกระดานด้วยร่องรอยแห่งความขบขันระคนสมเพช
หลี่เจี้ยนเงยหน้าขึ้นจากตำราพิชัยสงคราม นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายวาวโรจน์ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ กรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น สันกรามคมกริบบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่เดินทางมาถึงขีดสุด
"คุณหนูซู... ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่" หลี่เจี้ยนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะหนังดำสนิทแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว "ทหารของข้าบาดเจ็บล้มตายไปครึ่งค่าย เสบียงร่อยหรอจนแทบไม่พอประทังชีวิตในอีกสามวันข้างหน้า หากข้าถอยทัพตามคำแนะนำบ้าบิ่นของท่าน ย우เหวินฮ่าว แม่ทัพฝ่ายเหนือคงหัวร่อจนฟันหลุด และเหยียบย่ำค่ายของเราจนไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"
ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าหวานล้ำของซูเหมยแม้แต่น้อย นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปหาบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในกองทัพ กลิ่นอายจางๆ ของชาดอกเหมยลอยกรุ่นตัดกับกลิ่นอายสงครามรอบกาย นางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ท่านแม่ทัพยึดติดกับศักดิ์ศรีของตระกูลหลี่มากเกินไป จนมองไม่เห็นความจริงตรงหน้า..." ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด "เย่ว์เหวินฮ่าวเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ยโส และกระหายชัยชนะ ความพ่ายแพ้สามครั้งติดกันทำให้มันหลงระเริง คิดว่าท่านเป็นเพียงพยัคฆ์สิ้นลายที่รอวันตาย หากเรายังดึงดันตั้งรับตามตำราพิชัยสงครามโบราณ รังแต่จะเดินเข้าสู่หลุมพรางที่มันขุดรอไว้"
หลี่เจี้ยนแค่น A เสียงต่ำในลำคอ ดวงตาดุดันจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาพิษสง "แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร? ยื่นคอรอให้พวกมันตัดไปบูชาฟ้าดินอย่างนั้นรึ"
"เราจะลวงพวกมันเข้าสู่หุบผาอัคคี... จุดที่ลมหนาวพัดผ่านแรงที่สุดในยามวิกาล" ซูเหมยยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่เยียบเย็นดึงดูดใจ "สั่งการให้กองกำลังแนวหน้าถอยร่นอย่างไม่เป็นขบวน ทิ้งค่ายกลวงและเสบียงปลอมไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับจุดกองไฟลวงตาให้หนาแน่นที่สุด ทำทีเสมือนว่าทหารของเรากำลังหนีตายและอ่อนล้าถึงขีดสุด"
หลี่เจี้ยนขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าคิดจะใช้กลยุทธ์ 'ถอยเพื่อรุก' อย่างนั้นรึ? แต่นั่นเสี่ยงเกินไป หากเย่ว์เหวินฮ่าวไม่หลงกลส่งทหารม้าเร็วเข้าตีตลบหลัง แต่ส่งกองกำลังหลักเข้าบดขยี้แทน เราจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้แก้ตัว"
"มันจะหลงกล..." ซูเหมยขยับเข้าใกล้จนหลี่เจี้ยนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาว นางโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของแม่ทัพหนุ่ม "เพราะข้าได้ส่งสายสืบนำแผนที่การเดินทัพปลอม ไปหลุดมือให้คนสนิทขององค์ชายสามฉีหลินเมื่อสองวันก่อนแล้ว... เย่ว์เหวินฮ่าวทำงานให้องค์ชายสาม มันกระหายผลงานชิ้นโบแดงเพื่อเหยียบย่ำท่านให้จมดิน มันจะไม่มีวันรอช้าที่จะบุกเข้าโจมตีค่ายร้างของเราในคืนนี้อย่างแน่นอน"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านข้างแก้มทำให้หลี่เจี้ยนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาและเต้นเป็นจังหวะกระด้างมาตลอดหลายปีในสมรภูมิ กลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ยามที่ได้กลิ่นอายอันเย้ายวนและสติปัญญาอันล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มของสตรีผู้นี้ สตรีที่ดูบอบบางดั่งกิ่งหลิวแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
"ท่านกล้าดียังไง..." หลี่เจี้ยนเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจับข้อศอกเรียวเพื่อคาดคั้น แต่ซูเหมยกลับไม่ถอยหนี นางกลับเอื้อมมือเรียวดุจหยกสลักขึ้นแตะลงบนแผ่นอกแกร่งภายใต้ชุดเกราะเบาๆ
สัมผัสแผ่วเบานั้นหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของแม่ทัพทมิฬ
"ถ้าท่านไม่เชื่อใจข้า... ท่านก็มีทางเลือกเดียว คือยกกระบี่เล่มนั้นขึ้นมาแทงข้าเสียตอนนี้ แล้วรอความตายพร้อมกับทหารนับหมื่นในค่ายนี้" ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉยแต่นัยน์ตากลับทอประกายท้าทายอย่างยิ่งยวด "แต่ถ้าท่านเลือกที่จะเดิมพันกับข้า... จงออกคำสั่งเตรียมพลซุ่มโจมตีที่ผาหินดำ ณ ยามสามซะ"
ภายในกระโจมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก หลี่เจี้ยนจ้องมองดวงตากลมโตที่สะท้อนเงาของตนเองอยู่ในนั้น นัยน์ตาดุดันฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เย็นชา ดุดัน และเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมของนักล่า
"หากคืนนี้แผนของเจ้าล้มเหลว..." หลี่เจี้ยนโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกับซูเหมย สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน "ข้าจะผูกคอตายด้วยเส้นผมของเจ้าเอง... คุณหนูซู"
ซูเหมยไม่สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "หม่อมฉัน... มิมีวันทำให้ท่านแม่ทัพผิดหวังหรอกเพคะ"
ค่ำคืนนั้นเคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมหุบผาอัคคี กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬถอยร่นตามแผน ทิ้งไว้เพียงกองไฟที่ริบหรี่และค่ายพักแรมที่ดูว่างเปล่าราวกับเมืองร้าง เย่ว์เหวินฮ่าว นำทหารม้าเกราะเหล็กนับหมื่นนายบุกทะลวงเข้ามาอย่างฮึกเหิม เสียงควบม้าสะเทือนเลื่อนลั่น กู่ร้องด้วยความฮึกเหิมเมื่อเห็นเป้าหมายอยู่ตรงหน้า โดยหารู้ไม่ว่า เบื้องบนหน้าผาสูงชัน ดวงตานับพันคู่กำลังจ้องมองพวกมันราวกับเหยื่อในกรงขัง
ยามสามมาถึง เสียงระฆังศึกดังสนั่นหวั่นไหวตามคำสั่งของหลี่เจี้ยน หินผาขนาดมหึมาและก้อนศิลาติดไฟนับร้อยถูกทิ้งลงมาจากยอดผา ปิดตายทางเข้าและทางออกของหุบผาอัคคีในพริบตา เสียงกรีดร้องของม้าศึกและทหารฝ่ายศัตรูประสานกันระงมท่ามกลางทะเลเพลิงที่ลุกโชนขึ้นราวกับอัคคีแห่งนรกภูมิ
ชัยชนะครั้งแรกงดงามและเด็ดขาดเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิด กองทัพของเย่ว์เหวินฮ่าวแตกพ่ายยับเยินในชั่วข้ามคืน
เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับกลิ่นควันไฟที่ยังคงลอยอวลในอากาศ หลี่เจี้ยนยืนกอดอกมองซากความเสียหายของข้าศึกจากบนเนินสูง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยแต่แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปหากุนซือคู่ใจ ทหารม้าเร็วผู้หนึ่งก็ควบตะบะเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ถือม้วนกระดาษประทับตราหยกสีทองอร่ามพุ่งตรงมายังเบื้องหน้า
"ท่านแม่ทัพ! มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวงพญาอินทรี... ส่งตรงถึงคุณหนูซูเหมยขอรับ!"
หลี่เจี้ยนขมวดคิ้วฉับ คว้าเอาม้วนพระราชโองการสีทองนั้นมาเปิดออกด้วยมือข้างเดียว กวาดสายตาอ่านข้อความด้านในเพียงปราดเดียว นัยน์ตาดุดันพลันหรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิดเดียว ร่างกายแข็งทื่อราวยืนอยู่บนปากเหวแห่งความลับที่น่าสะพรึงกลัว
ในพระราชโองการลับฉบับนั้นระบุชัดเจนว่า... *ราชตระกูลออกประกาศิตจับตาย 'ซูเหมย' ในฐานะกบฏแผ่นดิน ผู้ทรยศที่ขโมยตราประทับหยกขององค์รัชทายาท!*
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกันครับ
แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับ กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 2
กลยุทธ์พลิกวิกฤต
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับ กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
