เงาอาถรรพ์ทวงคืนวิญญาณคนรัก•ตอนที่ 2

กลิ่นธูปและหยดเลือด

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
รสชาติของความดุดันยังคงติดอยู่บนเรียวปาก ยามที่ศิลาผละใบหน้าออกช้าๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองสำรวจผลงานบนกลีบปากของรวินท์ที่บวมเจ่อและแดงก่ำ หญิงสาวหอบหายใจกระชั้น ไหล่บอบบางไหวสะท้อนตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่ได้ ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และแรงดึงดูดอันตรายที่เขาจงใจหลอมรวมมันเข้าด้วยกัน กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย "คุณมัน... คนป่าเถื่อน" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้น มือเรียวพยายามจะผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสั่นคลอนบุรุษผู้กุมอำนาจมืดในกำมือได้ ศิลาไม่สะทกสะท้าน มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นเยียบ มือใหญ่ที่เคยตรึงคางมนเปลี่ยนมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ลากจูงให้เธอเดินตามไปยังมุมมืดอีกด้านของห้องทำงานกว้าง ที่ซึ่งกลิ่นหอมหววนของกำยานและธูปโบราณลอยอวลเตะจมูกจนน่าเวียนหัว "คำก็ป่าเถื่อน สองคำก็ไร้มนุษยธรรม... รวินท์ คุณคิดจริงๆ หรือว่าโลกที่คุณกำลังยืนอยู่มันสะอาดบริสุทธิ์นัก?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนกายของหญิงสาวลุกชัน "กลิ่นธูปพวกนี้... มันไม่ได้ถูกจุดขึ้นมาเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนรับรู้หรอกนะ แต่มันจุดไว้เพื่อ『ต้อนรับ』แขกที่ไม่ได้รับเชิญต่างหาก" รวินท์สะดุ้งสุดตัว กวาดสายตามองไปรอบห้อง ท่ามกลางความสลัวของแสงไฟสีส้มสลัว เปลวควันสีเทาบางเบาที่ลอยวนเวียนอยู่กลางห้องไม่ได้รูปทรงตามปรกติ แต่มันกำลังบิดตัวเป็นเกลียวคลื่น ราวกับมีรูปร่างของมนุษย์ไร้หน้ากำลังเคลื่อนไหวไปมาในอากาศ ความเย็นยะเยือกที่พุ่งทะลุเข้ามาในกระดูกสันหลังทำให้เธอรู้ทันทีว่า... เธอไม่ได้อยู่กันแค่สองคนในห้องนี้ วิญญาณ... ดวงจิตอาฆาตที่ตามติดศิลามาตลอด บัดนี้มันกำลังแสดงตัวอย่างชัดเจน "เห็นแล้วสินะ" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกดดันอันมหาศาล เขาบังคับให้เธอยืนประจันหน้ากับกลุ่มควันสีเทานั้น "อย่าคิดว่าจะหลบตาหนี รวินท์ คุณมี 'ตา' ที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และนั่นคือเหตุผลเดียวที่คุณมายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อทำหน้าที่แทน 'เธอคนนั้น'" "ฉันไม่ทำ! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่เครื่องมือของคุณ!" รวินท์สะบัดข้อมือสุดแรง เธอยื้อยุดฉุดกระชากเพื่อหนีจากการพัน ธนาการ แต่ศิลากลับยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้นจนเนื้อตัวเธอร้าวราน "คุณต้องทำ!" ศิลาคำรามต่ำอย่างหมดความอดทน มือแกร่งข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยของเธอ บังคับให้ใบหน้าหวานหันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่บิดเบี้ยวตรงหน้า "เปิดตาที่สามของคุณซะ รวินท์! มองให้ชัดเจน แล้วคุยกับมัน... บอกมันซะว่าสิ่งที่เป็นของมัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแย่งชิง!" แรงกดดันมหาศาลจากฝ่ามือของชายหนุ่มผสานเข้ากับพลังงานรอบตัวที่หมุนวนราวกับพายุวิปริต รวินท์กรีดร้องในลำคอเมื่อความเจ็บปวดแปลบปลาบพุ่งเข้าสู่โสตประสาท เสียงกระซิบโหยหวนนับร้อยเสียงดังระงมอยู่ในหัว สมองของเธอขาวโพลน ก่อนที่ม่านตาจะปรับโฟกัสไปยังภาพหลอนที่น่าสะพรึงกลัว กลางกลุ่มควันสีเทานั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณเปื้อนคราบเลือดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกแหลกสลายจนมองไม่เห็นเค้าเดิม ดวงตาคู่สีแดงก่ำจ้องมองมาที่รวินท์ด้วยความริษยาและแค้นเคืองสุดขั้ว วิญญาณตนนั้นอ้าปากกรีดร้อง ไร้เสียง แต่อนูความเย็นเยือกพุ่งเข้ากระแทกอกรวินท์จนเธอสำลักลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว "ศิลา... ช่วยด้วย..." เสียงของรวินท์ขาดหายไปในลำคอ ร่างกายทรุดฮวบลงหากไม่ได้แขนแกร่งของชายหนุ่มรวบเอวบางเอาไว้เสียก่อน ศิลาก้มลงมองหญิงสาวที่ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด แววตาของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—ชั่วขณะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความรu้นร้าวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความดิบเถื่อน—ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่เย็นเฉียบของเธอ "คุยกับมันสิ รวินท์... ถามมันว่าต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ก่อนที่เราสองคนจะไม่มีลมหายใจแม้แต่จะพูดคุยกันอีก" วิญญาณตรงหน้าพุ่งเข้ามาใกล้ในระยะประชิด มือเรียวยาวสีดำสนิทเงื้อง่าขึ้นหมายจะคว้าคอของรวินท์ ขณะที่ศิลากลับกระชับกอดเธอแน่นขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ามีดสั้นโบราณเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน... โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาถรรพ์ทวงคืนวิญญาณคนรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%