เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก•ตอนที่ 12

ภาพหลอนในอดีต

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงหัวingเราะและเสียงแก้วไกระทบกันในงานกาล่าดินเนอร์สุดหรูของตลาดหลักทรัพย์ดังระรัว ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตาที่กำลังเริงระบำบนซากปรักหักพังในจิตใจของมินตรา กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงเคล้าคลอไปกับเสียงไวโอลินคลาสสิก แต่มันกลับเป็นพิษร้ายสำหรับคนที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดินอย่างเธอ มินตรายืนนิ่งอยู่ริมระเบียงกระจกใส รอยยิ้มบนเรียวปากที่เคลือบลิดสติกสีแดงก่ำยังคงความสมบูรณ์แบบราวกับหน้ากากชั้นดี ทว่าปลายนิ้วที่กำก้านแก้วคริสตัลกลับสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในห้องแต่งตัวอับทึบ—วันที่เธอถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นคนขายความลับค่ายเพลง วันที่รอยยิ้มของภาคินแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม และแสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยที่สาดส่องเข้ามาประหนึ่งคมหอกคมดาบ—พรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาทราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ฉายวนซ้ำในหัว "ถ้าทนไม่ไหว... ก็ไม่ต้องฝืนยิ้มให้มันสวยงามนักหรอกค่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านบริเวณไหล่ ลีโอถอดสูทเนื้อดีของเขามาคลุมทับไหล่บางของเธอไว้อย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งคู่นั้นไม่ได้มองบรรยากาศหรูหราเบื้องหน้าเลย เขากำลังจ้องมองเพียงรอยร้าวบนใบหน้าของอดีตไอดอลสาวที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น มินตราสะดุ้งเล็กน้อย เธอเบือนหน้าหนีสัมผัสที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้น "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นค่ะ คุณณฐกร" "ปากแข็งเก่งเสียจริงนะฃคะ... แต่มือที่สั่นจนน้ำในแก้วกระฉอกนั่น ไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด" ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่แทบไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน เขายื่นมือไปแย่งแก้วไวน์ออกจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธอ ก่อนจะวางมันลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความวุ่นวายในงานปาร์ตี้เลือนหายกลายเป็นเพียงฉากหลังเบลอๆ เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกัน มินตราพยายามจะถอยหลังหนี แต่พื้นที่จำกัดของระเบียงกลับทำให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับราวกันตกกระจก โดยมีร่างสูงใหญ่ของเซียนหุ้นหนุ่มกักตัวเธอไว้ในวงแขน "คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ ลีโอ" มินตรากระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "การทำดีกับฉันตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้บาปในอดีตของคุณมันลดลงหรอกค่ะ" "ผมรู้..." ลีโอตอบรับเสียงแผ่ว ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดซึ้ง "ผมไม่ได้ทำเพื่อลบล้างบาป... แต่ผมทำเพราะผมไม่อาจทนมองคุณแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้วต่างหาก มินตรา" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบ บาดแผลในอดีตกรีดลึกจนเลือดซิบ แต่ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของเขาที่โอบล้อมเธอกลับสร้างความปั่นป่วนที่เธอรังเกียจตัวเองเหลือเกินที่เผลอโหยหามัน ลีโอยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย ปลายน้องอุ่นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่ไร้การปรุงแต่งและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดนั้น ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่มินตราสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเริ่มปริร้าว "กลับกันเถอะค่ะ... ดึกมากแล้ว" มินตราเบือนหน้าหนีซ่อนหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาขอบตา เธอพยายามปฏิเสธความอ่อนแอที่กำลังกัดกินหัวใจตัวเอง แต่ลีโอกลับไม่ยอมปล่อยให้เธอหนี เขาคว้ามือบางนั้นมากุมไว้แนบแน่น ก่อนจะจูงเธอก้าวเดินออกจากความอึกทึกครึกโครมของงานเลี้ยง มุ่งตรงสู่ความเงียบสงบในยามค่ำคืน รถยนต์หรูเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนโปรยปรายในยามดึก บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว ลีโอพามินตรากลับมายังเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา แทนที่จะเป็นคอนโดมิเนียมของเธอเอง เพราะเขารู้ดีว่าสภาพจิตใจของเธอในตอนนี้ เปราะบางเกินกว่าจะอยู่ลำพัง ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุม มินตรายืนนิ่งอยู่กลางห้องกว้าง แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาสะท้อนเงาร่างที่ดูโดดเดี่ยวของเธอ ลีโอเดินหายเข้าไปในห้องนอนครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกับผ้าห่มเนื้อนุ่มและแก้วน้ำอุ่น เขาก้าวเข้าไปใกล้ ค่อยๆ คลุมผ้าห่มลงบนไหล่ของเธออย่างเบามือ แล้วนั่งลงคุกเข่าลงตรงหน้า ปรับระดับสายตาให้เสมอกับเธอที่นั่งอยู่บนโซฟา "ร้องออกมาเถอะครับ... อ่า ไม่สิ... ร้องออกมาเถอะนะคะ" ลีโอแก้คำพูดทันทีเมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่าเขาต้องพูดจาอย่างไรกับเธอ ดวงตาคู่คมฉายแววเวทนาและรักใคร่จนปิดไม่มิด "ไม่มีกล้อง ไม่มีสื่อมวลชน และไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายคุณได้อีกแล้วในพื้นที่ของผม" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลายลงในเสี้ยววินาที หยาดน้ำตาที่มินตราพยายามอดกลั้นมาตลอดหลายปีพรั่งพรูไหลรินอาบสองแก้มอย่างเงียบงัน ไหล่บางสั่นเทากับเสียงสะื้นที่ถูกกลืนหายไปในลำคอ ลีโอไม่พูดอะไรอีก เขาดึงร่างที่กำลังสั่นเทานั้นเข้าหาตัว สวมกอดเธอไว้แนบอก กลิ่นกายสะอาดผสมกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาคือสิ่งที่มินตราพยายามผลักไสมาตลอด แต่ในยามที่เผลไผลที่สุด กลับกลายเป็นที่พักพิงเดียวที่เธอโหยหา เขานั่งเฝ้าดูแลเธออยู่บนพรมหนานุ่มตลอดทั้งค่ำคืน คอยเช็ดน้ำตาให้ด้วยความทะนุถนอม และกระซิบคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าข้างใบหู จนกระทั่งยามดึกดื่นที่ลมพายุสงบลง มินตราเผลอหลับตาลงซบกับอกของเขาด้วยความเหนื่อยล้า ทว่า ในขณะที่ลีโอกำลังจะอุ้มเร่างบางไปนอนบนเตียง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็สั่นครืนขึ้นมาหน้าจอแสดงผลเป็นข้อความจากเรย์—แฮกเกอร์คู่หูของเธอ—พร้อมกับภาพถ่ายไฟล์เอกสารลับชิ้นหนึ่ง ลีโอกวาดสายตาอ่านข้อความนั้นเพียงแวบเดียว ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อภาพเอกสารใบนั้นระบุชื่อเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... เด็กที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กอย่างกับแกะ และมีนามสกุลเดียวกับมินตรา! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมหุ้นหัวใจกับไอดอลสาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%