"เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขับไล่คุณ แต่มันคือตราประทับที่ยืนยันว่าที่ดินผืนนี้... อยู่ในความคุ้มครองของตระกูลจางมาโดยตลอด และนับจากนาทีนี้เป็นต้นไป อำนาจการตัดสินใจไม่ใช่ของชายผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว"
อาหลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนเนื้อไม้ เขาคลี่เอกสารที่รินรดาหวาดกลัวนักหนาออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าแก่ กลิ่นหมึกพิมพ์จางๆ ผสมกับกลิ่นอายของใบชาตากแห้งที่อบอวลอยู่ในเรือนไม้แห่งนี้ ทำให้บรรยากาศที่เคยบีบคั้นดูคลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด
รินรดาหันไปมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย สายตาของเธอพร่ามัวไปชั่วขณะด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อล้น มือบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปสัมผัสขอบกระดาษเนื้อหยาบ ตราประทับสีแดงชาดที่มุมกระดาษนั้นไม่ใช่ตราของหน่วยงานราชการที่เธอกลัว แต่มันคือตราประจำตระกูลของอาหลางที่ตกทอดกันมานานนับร้อยปี
"คุณ... คุณทำแบบนี้ทำไมคะ อาหลาง" เธอเว้นวรรคคำพูดด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งตกใจ ซาบซึ้ง และงุนงง
อาหลางไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่างที่เผยให้เห็นไร่ชาเรียงรายตามแนวสันเขา "ริน... คุณอาจจะคิดว่าคุณขึ้นมาบนเขานี้เพื่อหนีจากชีวิตที่พังทลาย แต่สำหรับผม คุณคือคนที่กลับมาจุดไฟให้ยอดเขาเมฆาคล้อยอีกครั้ง กลิ่นชาที่คุณคั่วด้วยมือตัวเองในวันนั้น มันไม่เพียงแต่ปลุกให้ไร่นี้มีชีวิต แต่มันปลุกให้ความทรงจำที่ผมเคยฝังกลบเอาไว้กลับมาหายใจได้อีกครั้ง"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอของยอดเขายามนี้ช่างบริสุทธิ์และเงียบงัน รินรดาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งของเขา แต่น้ำเสียงที่เขาสื่อออกมากลับมีความอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"การฟื้นฟูไร่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลผลิตหรือกำไร แต่มันคือการรักษาจิตวิญญาณของพื้นที่แห่งนี้เอาไว้" อาหลางหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบนั้นมีความอบอุ่นสะท้อนอยู่ "ถ้าคุณไม่สู้ต่อ แล้วใครจะทำล่ะครับ? ผมอยู่ตรงนี้มานานเกินไปจนลืมไปแล้วว่าการมีความหวังมันรู้สึกอย่างไร จนกระทั่งวันที่คุณก้าวเข้ามาในไร่นี้"
รินรดานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอค่อยๆ อ่านเนื้อความในเอกสารนั้นซ้ำๆ แม้คำศัพท์กฎหมายจะดูเข้าใจยาก แต่ความหมายโดยรวมคือการโอนสิทธิ์ขาดในที่ดินที่ถูกยึดไปก่อนหน้านี้กลับคืนมาสู่ความดูแลของอาหลางโดยสมบูรณ์ ความกลัวที่เคยเกาะกินใจค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยแรงฮึดที่เหมือนต้นไม้ได้รับหยาดฝนหลังฤดูแล้งอันยาวนาน
เธอเดินไปที่เตาถ่านที่ยังมีไฟรุมๆ อยู่ เธอหยิบใบชาแห้งที่เธอเพิ่งคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันลงไปในกาเล็กๆ น้ำร้อนที่เดือดพล่านค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอำพัน กลิ่นหอมหมื่นลี้โชยเตะจมูกทันทีที่รินลงในจอกระเบื้องเคลือบ
"อาหลางคะ..." เธอส่งจอกชาให้เขา "ถ้าวันนี้คือการเริ่มต้นใหม่ เรามาดื่มชาฉลองให้กับความหวังที่ฟื้นคืนกันเถอะค่ะ"
อาหลางรับจอกชาไป สัมผัสถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาในฝ่ามือ เขาจิบชาช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาชั้นดีที่ผ่านการคั่วด้วยใจทำให้ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนนอกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาดูเบาบางลง รินรดาเองก็จิบชาของเธอเช่นกัน ความหวานปลายลิ้นที่อบอวลอยู่ในปากทำให้เธอรู้สึกว่า ชีวิตบนยอดเขาแห่งนี้ยังมีค่ามากพอที่จะปกป้อง
"พรุ่งนี้เราจะเริ่มเตรียมแปลงชาทางทิศตะวันตกกันใหม่" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "ฉันจะใช้วิธีเกษตรอินทรีย์ที่เราเคยคุยกันไว้ เราต้องทำให้ไร่นี้กลับมาเป็นยอดเขาที่หอมหมื่นลี้สมชื่อ"
อาหลางยิ้ม เป็นยิ้มที่ทำให้ดวงตาของเขาโค้งลงเล็กน้อย "ครับ ผมจะเตรียมจอบและเมล็ดพันธุ์ไว้รอแต่เช้า"
ทั้งสองคนยืนเคียงข้างกันที่ชานเรือน มองดูแสงแดดอุ่นที่เริ่มทอแสงสีส้มทองไปทั่วไร่ชาเบื้องล่าง ความเงียบสงบยามเย็นไม่ได้รู้สึกอ้างว้างอีกต่อไป แต่มันคือความอุ่นใจที่รู้ว่าพวกเขามีกันและกันในการเดินทางครั้งนี้
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังปกคลุมอย่างสงบสุข เสียงก้าวย่างของรองเท้าหนังหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินเท้าขึ้นเขาที่ทอดตัวยาวมาจากตีนเขา เสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของคนในไร่และไม่ใช่ของชาวบ้านแถบนี้ ทำให้ทั้งรินรดาและอาหลางต่างชะงัก
"ดูเหมือนว่า แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะยังไม่ละความพยายามนะครับ" อาหลางพึมพำขณะมองไปที่เงาดำตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ชายป่าเบื้องหน้า
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอจำร่างที่กำลังเดินเข้ามาได้แม่นยำ แม้แสงจะเริ่มมืดสลัวลง ร่างนั้นคือคนที่เธอคิดว่าหายไปจากชีวิตเธอแล้วตลอดกาล... คนที่ถือครองความลับบางอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตของเธอก่อนจะขึ้นมาบนเขานี้ และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง เพราะข้างหลังเขายังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทอีกสามคน
ความหวังที่เพิ่งเบ่งบานในใจรินรดาสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อเห็นชายผู้นั้นหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบว่า "มาดูสิว่า... ชาถ้วยสุดท้ายของที่นี่ จะรสชาติเป็นอย่างไรก่อนที่มันจะถูกทำลายทิ้ง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับอาหลางเสมอมาครับ
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 33
แสงแดดอุ่นบนยอดเขา
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!