กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 32

ฟื้นฟูไร่ให้งดงาม

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
“ดินชุดนี้... ดูเหมือนจะเหนื่อยล้าเต็มทีแล้วนะครับอาหลาง หากเรายังฝืนปลูกในจังหวะเดิม เกรงว่ารสสัมผัสของ ‘หอมหมื่นลี้’ ที่ยอดเขาเมฆาคล้อยจะไม่เหลือความนุ่มลึกอย่างที่ควรจะเป็น” รินรดาเอ่ยพลางใช้ช้อนเหล็กขุดลงไปในหน้าดินสีเข้ม เธอขยี้ดินก้อนนั้นเบาๆ บนฝ่ามือ กลิ่นของแร่ธาตุที่จืดจางลงสะท้อนชัดเจนในความรู้สึก อาหลางที่ยืนกอดอกพิงต้นชาเก่าแก่ไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังสนทนากับรากไม้ใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่ลุ่มลึก “คุณรินทร์ครับ... ดินก็เหมือนคนครับ ถ้าเราตักตวงจากเขามากเกินไปโดยไม่ให้เขาได้พักผ่อน ดินก็ย่อมจะหมดแรง การฟื้นฟูไม่ใช่แค่การเติมปุ๋ย แต่คือการให้ดินได้ ‘หายใจ’ บ้าง” อาหลางก้าวเข้ามาใกล้ เขาโน้มตัวลงหยิบก้อนดินจากมือรินรดาไปพิจารณา “ผมเตรียมแผนไว้แล้ว แผนที่ผมคิดมาตลอดสามคืนหลังจากเกิดเรื่องคราวก่อน เราต้องปรับโครงสร้างไร่ใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่การถางหญ้า แต่คือการจัดระเบียบระบบนิเวศบนยอดเขาแห่งนี้ใหม่ครับ” เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่จดบันทึกด้วยลายมือยุกยิกออกมา แล้ววางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่กลางไร่ รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ความอบอุ่นจากไอแดดยามบ่ายแผ่ซ่านกระทบผิวหนัง แต่ความเย็นเยียบของปัญหายังคงวนเวียนอยู่รอบกาย แผนที่อาหลางวาดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงการจัดผังไร่ชาแบบเดิม แต่เป็นการผสาน ‘เกษตรประณีต’ เข้ากับวิถีเซนที่เธอยึดถือ “เราจะแบ่งไร่ออกเป็นโซนครับ” อาหลางชี้จุดบนกระดาษ “โซนที่หนึ่งคือ ‘พื้นที่ฟื้นฟู’ ต้องงดการเก็บเกี่ยวถาวรเป็นเวลาหกเดือน เราจะปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อคืนไนโตรเจนสู่ดิน ส่วนโซนที่สองเราจะทำทางระบายน้ำใหม่ เพื่อให้น้ำค้างบนยอดเขาไหลผ่านชั้นหินกรองตามธรรมชาติ ก่อนจะถูกนำไปใช้รดต้นชา” รินรดามองดูแผนผังนั้นด้วยความทึ่ง เธอเห็นถึงความใส่ใจที่มากกว่าแค่เรื่องผลผลิต แต่เป็นการมองไปถึงความยั่งยืนของภูเขาทั้งลูก “อาหลาง... แล้วเรื่องการหมักปุ๋ยหมักสมุนไพรที่เราเคยคุยกันไว้ล่ะครับ? เราจะนำมาใช้ในแผนฟื้นฟูนี้ด้วยใช่ไหม?” “แน่นอนครับ” อาหลางตอบพลางยิ้มมุมปาก “ผมได้เตรียมใบชาหอมหมื่นลี้ที่ร่วงหล่นจากการคั่วคราวก่อน ผสมกับกากชาและสมุนไพรพื้นถิ่น เราจะหมักด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติจากยอดเขา มันจะเป็น ‘ชาชั้นยอด’ สำหรับต้นชาของเรา เพื่อให้พวกเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง” ตลอดทั้งบ่าย ทั้งสองคนถกเถียงกันถึงรายละเอียด ตั้งแต่พันธุ์ไม้ที่จะนำมาปลูกแซมเพื่อไล่แมลง ไปจนถึงทิศทางของลมที่พัดผ่านไร่ เพื่อให้กลิ่นของหอมหมื่นลี้อบอวลไปทั่วอาณาบริเวณอย่างสม่ำเสมอ รินรดาเริ่มรู้สึกได้ถึงไฟในใจที่เคยดับมอดไปนาน กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ไม่ใช่ไฟที่ร้อนแรงจนแผดเผา แต่เป็นไฟที่นิ่งสงบและเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนผังจุดวางกังหันลมขนาดเล็กเพื่อช่วยระบายอากาศ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและผิดจังหวะจากทางขึ้นเขาเบื้องล่างก็ดังแทรกเข้ามา รินรดาชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองทางเดินหินที่มุ่งตรงสู่ไร่ แขกผู้มาเยือนคนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านที่คุ้นเคย และไม่ใช่คนส่งของประจำ อาหลางวางสมุดลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความสงบเป็นความเคร่งขรึมในทันที “มีคนขึ้นมาครับ... และดูท่าทางจะไม่ใช่คนในพื้นที่” อาหลางกระซิบเสียงต่ำ เขาขยับตัวไปยืนบังรินรดาไว้ด้านหลังอย่างสัญชาตญาณ ชายในชุดสูทสีเทาหม่น เดินแหวกกลุ่มหมอกขึ้นมาด้วยท่าทีที่ดูแปลกแยกจากธรรมชาติบนยอดเขาเมฆาคล้อย เขาสวมแว่นตาดำที่บดบังสายตา และในมือมีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักผิดปกติ “คุณรินรดาใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นหยุดยืนตรงหน้า รอยยิ้มของเขาดูสุภาพจนน่าขนลุก “ผมมาจาก ‘บริษัทจัดการที่ดินหุบเขาเหนือ’ มีเรื่องด่วนที่ต้องแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับ... กรรมสิทธิ์ของพื้นที่ไร่ชานี้ครับ” รินรดาใจหายวาบ เธอหันไปมองอาหลางที่กำหมัดแน่นข้างกาย เอกสารในมือชายคนนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มาขัดขวางความฝันในการฟื้นฟูไร่ของเธอในนาทีสุดท้าย หรือบางที... มันอาจจะเป็นจุดจบของทุกสิ่งที่เธอเพียรสร้างมาบนยอดเขานี้ หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและพร้อมจะร่วมเดินทางไปกับผมในตอนถัดไปนะครับ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามงานเขียนของใบชาหอมหมื่นลี้ด้วยใจครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%