กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 8

ตื่นเช้ามาเห็นหมอก

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ขยับถอยไปอีกนิดครับ นั่นล่ะ... ถ้ามือคุณยังสั่นแบบนี้ ชาในกาจะหกหมดก่อนที่มันจะได้ผ่านการกรอง" เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังขึ้นชิดใบหู รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยจนปลายนิ้วที่จับด้ามกาน้ำดินเผาเผลอเกร็งจนข้อขาว เธอไม่ได้ตั้งตัวว่าชายหนุ่มจะก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะที่ได้กลิ่นอายของไม้สนและใบชาคั่วสดใหม่จากตัวเขาเช่นนี้ "ฉัน... ฉันแค่เกรงว่าถ้ามันไม่พอดี รสสัมผัสของน้ำค้างที่ผสมกับยอดชาอ่อนจะเสียรสไปน่ะค่ะ" เธอแก้ตัวเสียงแผ่ว พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ "รินรดา คุณจำไว้นะครับ สิ่งที่ทำให้ชาบนยอดเขานี้ต่างจากในเมือง ไม่ใช่แค่ความสูงหรือสภาพอากาศ แต่มันคือ 'จังหวะ' ของคนที่ชง ถ้าคุณเร่งเร้ามัน ชาก็จะขม ถ้าคุณลังเล ชาก็จะจืดชืด" อาหลางเอื้อมมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการเก็บชาเข้ามากุมมือเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การรุกล้ำ แต่เป็นการประคองให้มั่นคง สายตาของเขามองผ่านหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้างออกสู่ระเบียงไม้ไผ่ ที่นั่น... ทะเลหมอกสีขาวจัดกำลังม้วนตัวคล้ายเกลียวคลื่น พุ่งเข้าปะทะกับราวระเบียงจนไอน้ำเย็นจัดเกาะเป็นหยดน้ำบนแก้มของทั้งคู่ รินรดาเผลอกลั้นหายใจ ไม่ใช่เพราะความเย็นของยอดเขาเมฆาคล้อย แต่เพราะจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะกลบเสียงหมอกที่เคลื่อนตัวอยู่ด้านนอก เธอค่อยๆ ผ่อนแรงลงตามการนำทางของมือคู่นั้น น้ำชาสีเหลืองทองใสบริสุทธิ์ค่อยๆ ไหลผ่านตะแกรงไม้ไผ่ลงสู่จอกระเบื้องเคลือบ กลิ่นหอมฟุ้งของมันช่างซับซ้อน—เริ่มต้นด้วยความเขียวสดชื่นเหมือนฝนแรก ตามด้วยกลิ่นถั่วคั่วบางเบา และปิดท้ายด้วยความหวานลึกที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น "คุณเริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ" อาหลางถอนมือออก ปล่อยให้ความอุ่นของกาน้ำถ่ายโอนมาสู่ฝ่ามือเธอเพียงลำพัง "ฉันเริ่มคิดว่า..." รินรดาเว้นจังหวะ กวาดสายตามองหมอกที่กำลังจางลง เผยให้เห็นยอดไม้สีเขียวเข้มที่ลดหลั่นกันไปดั่งงานศิลปะที่พระเจ้าจงใจวางไว้ "ฉันไม่อยากกลับไปในที่ที่อากาศหายใจต้องแลกด้วยเวลาอันมีค่าเหล่านั้นอีกแล้วค่ะ ที่นี่... แค่การชงชาหนึ่งจอก็เหมือนได้มีชีวิตขึ้นมาใหม่จริงๆ" เธอกล่าวจบพลางยกจอกระเบื้องขึ้นจิบ ความอบอุ่นแล่นพล่านไปถึงปลายนิ้ว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานประจำที่เคยฝังรากลึกในจิตใจดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับไอหมอกที่จางหายไปตามแรงลม "ความสงบไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับรินรดา แต่มันคือการตัดสินใจ" อาหลางหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาซ่อนความนัยบางอย่างที่รินรดาไม่เคยอ่านออกมาก่อน "แต่คุณต้องรู้ไว้อย่างหนึ่ง... วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์บนยอดเขานี้ ไม่ได้มีแค่ความงดงามเพียงอย่างเดียว" "หมายความว่ายังไงคะ?" อาหลางยังไม่ทันตอบ เสียงกุกกักดังมาจากทางประตูด้านหลัง—ประตูที่ควรจะถูกล็อกไว้แน่นหนาตั้งแต่เมื่อคืน รินรดาหันขวับไปมอง ร่างของใครบางคนยืนเด่นอยู่ตรงกรอบประตู บุรุษในชุดกันฝนสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำ หมวกปีกกว้างถูกกดต่ำลงจนเห็นเพียงสันกรามที่คมกริบและแผลเป็นรูปดาวจางๆ เหนือคิ้วซ้าย คนผู้นั้นวางห่อผ้าสีดำลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ก่อนจะหยิบจดหมายปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงสดออกมาวางทับไว้อย่างใจเย็น "ผมไม่ได้มาเพื่อจิบชาหอมๆ กับพวกคุณ" เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนรินรดารู้สึกเหมือนมีเข็มน้ำแข็งปักลงที่แผ่นหลัง "ผมมาเพื่อเตือนว่า... 'รอยเท้า' ที่คุณทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ ไม่ได้มีแค่พวกคุณที่เห็น และบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ไร่ชานี้ กำลังจะตื่นขึ้นเพราะการปรากฏตัวของคุณ" อาหลางขยับตัวมายืนขวางหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ มือของเขาคว้าด้ามมีดตัดกิ่งไม้ที่วางอยู่ข้างตัวโดยไม่ละสายตาจากแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รินรดามองห่อผ้านั้นด้วยหัวใจที่หล่นวูบ เมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่คุ้นตาปักอยู่บนผ้า... สัญลักษณ์เดียวกับที่เธอเห็นในแฟ้มลับก่อนตัดสินใจหนีขึ้นเขามาที่นี่ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เธอเฝ้าถวิลหากำลังจะกลายเป็นกับดักขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางถอยกลับ ทุกท่านครับ... เรื่องราวบนยอดเขาแห่งนี้ไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมของชาที่เย้ายวนใจ แต่ความลับที่ถูกฝังไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในไม่ช้านี้ โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในตอนนี้นะครับ ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%