กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 20

ข้อเสนอที่น่าหวั่นไหว

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
“ริน ผมว่าคุณควรพิจารณาตัวเลขในกระดาษแผ่นนี้ให้ดีอีกสักครั้งนะครับ นี่ไม่ใช่แค่การขายที่ดิน แต่มันคือการแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพทางการเงินที่คนบนเขาแบบนี้ทำได้แค่ฝันถึง” เสียงของ 'ศิลา' เพื่อนเก่าแก่จากเมืองกรุงดังก้องท่ามกลางความเงียบงันในโรงคั่วชา อาหลางที่กำลังขัดหม้อทองแดงสำหรับคั่วชาชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าทำหน้าที่ของตนต่อไปอย่างเงียบเชียบ รินรดาวางจอกชาอู่หลงก้านอ่อนที่เพิ่งผ่านการชงอย่างประณีตลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำ กลิ่นหอมฟุ้งของชาที่ผ่านการนวดด้วยมืออบอวลไปทั่ว แต่ความหอมนั้นกลับไม่อาจกลบความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นในอากาศได้ รินรดาไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองเช็คใบนั้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนชายที่พยายามหว่านล้อมด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ศิลา คุณจำวันที่ฉันเดินโซซัดโซเซขึ้นมาบนยอดเขาเมฆาคล้อยนี้ได้ไหม วันที่ฉันแบกเอาความว่างเปล่าและความล้มเหลวมาทิ้งไว้ที่นี่ สิ่งที่คุณหยิบยื่นให้ในวันนี้ มันคือสิ่งเดียวกับที่ฉันพยายามวิ่งหนีมาตลอด... มูลค่าเงินที่แลกด้วยการขายจิตวิญญาณของภูเขาลูกนี้ไปทำรีสอร์ตหรู” “แต่ริน! ธุรกิจคุณมันเล็กเกินไป” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงเริ่มมีความกดดัน “รีสอร์ตระดับไฮเอนด์ที่ผมเสนอจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก คุณจะได้ไม่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินคั่วชาจนมือด้านแบบนี้อีก คุณจะกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายที่ไหนก็ได้ในโลกที่คุณต้องการ” “ฉันชอบมือที่ด้านกร้านของตัวเองมากกว่ามือที่ว่างเปล่าครับ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นราวกับผาหิน “คุณเรียกสิ่งนี้ว่าความลำบาก แต่สำหรับฉัน ทุกใบชาที่เก็บ ทุกกลิ่นสมุนไพรที่คัดสรร คือการเยียวยาที่ประเมินค่าไม่ได้ คุณกำลังเสนอให้ฉันขาย 'บ้าน' เพื่อไปซื้อ 'กรงทอง' ที่มีป้ายชื่อว่ารีสอร์ตหรูงั้นหรือครับ?” อาหลางวางอุปกรณ์ในมือลงช้าๆ เสียงเหล็กกระทบพื้นไม้เบาๆ กลายเป็นจุดสนใจเดียวในห้อง เขาเดินเข้ามาใกล้รินรดา กลิ่นไอของใบชาแห้งที่ติดตัวชายหนุ่มผู้ดูแลไร่มาตลอดหลายสิบปีทำให้บรรยากาศดูสงบลง เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ยืนอยู่เคียงข้างเธอด้วยท่าทางที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี “ผมขอบใจในความหวังดีของคุณนะศิลา” รินรดากล่าวต่อ สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งเป็นภาพยอดเขาเมฆาคล้อยที่ถูกโอบล้อมด้วยไอหมอกจางๆ ยามบ่ายคล้อย “แต่ที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของฉันเพียงคนเดียว มันเป็นของผืนดิน ของบรรพบุรุษที่สั่งสมความรู้เรื่องชามาให้เรา และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นของชีวิตที่ยังคงงอกงามอยู่ในทุกจังหวะลมหายใจของคนที่นี่ ผมไม่มีวันขายครับ” ศิลานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เป็นมิตรเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เขาซ่อนไว้ไม่มิด เขาเก็บกระดาษใบนั้นกลับเข้าซองอย่างเชื่องช้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “คุณตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วรินรดา อย่าหาว่าเพื่อนเก่าคนนี้ไม่เตือน... ในเมื่อคุณปฏิเสธโอกาสทอง กฎหมายและกระดาษบางอย่างอาจไม่ได้ใจดีเหมือนกับกลิ่นชาหอมๆ ของคุณหรอกนะ” เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าบนพื้นดินหน้าโรงคั่วชา รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ความเหนื่อยล้าที่ซ่อนไว้ภายในเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก อาหลางเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะรินชาที่เหลือในจอกให้เต็ม “ชาตัวนี้เริ่มจะเปลี่ยนรสไปแล้วครับ คุณริน” อาหลางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ สายตาของเขาจ้องมองไปยังรอยเท้าของศิลาที่จางหายไปในหมอก “คนพวกนี้ไม่ได้มาเพื่อดื่มชา แต่มาเพื่อจะเปลี่ยนรสชาติชีวิตของคุณให้ขมขื่นเหมือนบอระเพ็ด” “ฉันแค่ไม่เข้าใจครับอาหลาง ทำไมเงินทองถึงต้องสำคัญกว่าความสงบสุขที่ควรจะมีอยู่จริง” รินรดาถามเบาๆ ราวกับถามตัวเอง “เพราะพวกเขาไม่เคยรู้ว่า ยอดเขาที่สูงที่สุด ไม่ได้วัดกันที่ระดับน้ำทะเล แต่วัดกันที่ความสุขที่รากไม้หยั่งลึกได้แค่ไหน” อาหลางตอบพลางถอนหายใจ “และดูเหมือนว่า... สิ่งที่เขาขู่ไว้ก่อนไป จะไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ แล้วนะครับ” รินรดาขมวดคิ้วสงสัย ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถออฟโรดที่เพิ่งขับออกไปกลับดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเบรกที่ลากยาวก่อนจะหยุดลงหน้าโรงคั่วชา ประตูรถเปิดออกกว้าง แต่ไม่ใช่ศิลาที่ก้าวลงมา กลับเป็นชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มสามคนที่มีท่าทางเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง พวกเขาเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่โดยไม่กล่าวคำทักทาย ก่อนที่ชายคนกลางจะยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองให้รินรดาโดยตรง “คุณรินรดาครับ เรามาจากสำนักงานที่ดินและหน่วยงานกำกับดูแลผังเมืองพิเศษ” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ “เราได้รับคำร้องให้ทำการสำรวจที่ดินผืนนี้ใหม่ เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของคุณ อาจตั้งอยู่ในเขตแนวกันชนของป่าสงวนที่ถูกประกาศใหม่เมื่อเช้าตรู่นี้ครับ” หัวใจของรินรดากระตุกวูบ มือของเธอที่รับซองเอกสารมาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเปิดอ่านบรรทัดแรกที่ระบุคำสั่งให้หยุดการทำธุรกิจชั่วคราวและเตรียมย้ายออกภายในสามสิบวัน หากไม่มีเอกสารสิทธิ์ฉบับดั้งเดิมที่พิสูจน์ที่มาของที่ดินอย่างชัดเจนที่สุด “แต่นี่มัน... นี่มันที่ดินของบรรพบุรุษเรา!” รินรดาอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก “โปรดเตรียมเอกสารให้พร้อมนะครับ” ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “เพราะถ้าพรุ่งนี้เช้าเราไม่ได้รับความกระจ่าง... รถแบคโฮที่จอดรออยู่ข้างล่างนั่น คงจะต้องเริ่มงานแรกของมันทันทีครับ” ด้วยความเคารพจากใจ ใบชาหอมหมื่นลี้ครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%