"หยุดมือเสียทีเถอะครับอาหลาง... กลิ่นที่ท่านกำลังคั่วอยู่ มันไม่ใช่กลิ่นของชาอู่หลงยอดน้ำค้าง แต่มันคือกลิ่นของความพินาศที่ท่านกำลังจะนำพาไร่แห่งนี้ไปเผชิญ"
รินรดากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโรงคั่วชา เสียงของเธอเรียบเรื่อย หากแต่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ อาหลางชะงักมือที่กำลังพลิกใบชาในกระทะเหล็กใบยักษ์ เปลวไฟใต้เตาถ่านวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาคมกริบของเขาที่มองผ่านกลุ่มควันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟและกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
เขาไม่ตอบทันที เพียงแค่ขยับข้อมืออย่างแผ่วเบา เสียงใบชาแห้งกรอบกระทบกระทะดัง แกรก... แกรก... ราวกับเสียงเตือนภัยของแมลงมีพิษในเงามืด ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก กลิ่นไอของต้นสนที่เขาจงใจผสมลงไปทำให้บรรยากาศภายในโรงคั่วดูอึดอัดจนน่าอึดอัด
"คุณยังไม่เข้าใจหรอกรินรดา" อาหลางเอ่ยเสียงต่ำ กระแสเสียงของเขาเหมือนคนพยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวบางอย่างไว้ "โลกภายนอกที่ท่านทิ้งมามันเน่าเฟะเกินกว่าที่คนตัวเล็กๆ อย่างเราจะต้านทานได้ ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ เราสองคน... ไร่ชานี้... และทุกอย่างที่บรรพบุรุษสร้างมา จะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงใต้เท้าของผู้มีอำนาจในเมืองหลวง"
"เราหนีขึ้นมาบนยอดเขาเมฆาคล้อยเพื่อหาความสงบ ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร!" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ เขาเห็นรอยยับย่นที่หน้าผากของเธอ เห็นความผิดหวังในดวงตาที่เคยมีแต่ความสดใสเมื่อตอนที่เธอเพิ่งย้ายมาที่นี่ใหม่ๆ
อาหลางวางพายไม้ลงบนขอบกระทะ เสียงกระทบกันของไม้กับเหล็กดังก้องไปทั่วโรงคั่ว เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของชายผู้ดูแลไร่ชาที่แสนอบอุ่นคนเดิม แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งตัดสินใจเลือกทางเดินที่ไม่มีวันหวนกลับ
"คุณมองเห็นแค่ความสงบในถ้วยชา แต่คุณไม่เห็นหรอกว่าถ้วยชาใบนั้นมันกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นยาพิษ... คนที่ขึ้นมาหาเราเมื่อวาน เขาไม่ได้มาเพื่อซื้อชาอู่หลงหรอกครับ เขามาเพื่อประกาศสงคราม"
รินรดานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ความทรงจำถึงชายชุดดำที่มาเยือนไร่เมื่อยามโพล้เพล้ผุดขึ้นมาในหัว คำพูดที่อาหลางพยายามปิดบังเธอตลอดหลายสัปดาห์เริ่มปะติดปะต่อกัน เธอคิดมาตลอดว่าความวิตกกังวลของเขาเกิดจากการพยากรณ์อากาศที่ผิดพลาด หรือการผลผลิตที่ไม่เป็นใจ แต่สิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมามันหมายความว่าอย่างไร?
"ใคร..." เธอถามเสียงแผ่ว "ใครกันที่ทำให้ท่านต้องยอมแลกแม้กระทั่งจิตวิญญาณของนักคั่วชาที่ท่านเทิดทูนนักหนา?"
อาหลางแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่รินรดารู้สึกปวดร้าวอย่างประหลาด เขาหยิบใบชาแห้งกำหนึ่งขึ้นมาแล้วบดขยี้มันในอุ้งมือจนเป็นผง "ตระกูลเว่ย... พวกเขาไม่ต้องการแค่ใบชาจากยอดเขานี้ พวกเขาต้องการให้เราเป็นผู้ส่งสารแห่งความตายผ่านกลิ่นชาที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงส่วนผสม"
ในวินาทีนั้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอเดินถอยหลังไปชนกับชั้นวางตะกร้าไม้ไผ่ที่ใช้ตากใบชา เสียงตะกร้าหล่นกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีใครสนใจมัน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมกรรโชกแรงที่พัดผ่านรอยแยกของผนังไม้โรงคั่วเข้ามา ราวกับจะเตือนว่าพายุที่แท้จริงกำลังจะมาถึง
"ผมทำเพื่อปกป้องคุณ" เขาพูดต่อ แต่คราวนี้แววตาของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าใจหาย "ถ้าผมไม่รับข้อเสนอของพวกเขา คุณจะไม่มีวันได้เห็นตะวันขึ้นเหนือยอดเขาลูกนี้อีกต่อไป"
"นั่นไม่ใช่การปกป้อง แต่มันคือการขังเราไว้ในกรงทองที่สร้างจากความเลวร้าย!" เธอตะโกนใส่เขา มือของเธอสั่นเทาขณะคว้าขอบโต๊ะไม้ไว้แน่น "ท่านกลายเป็นคนที่ไม่รู้จัก... อาหลาง คนที่ฉันรู้จักไม่มีวันทรยศต่อกลิ่นหอมของชาที่เขารักได้ลงคอ"
อาหลางเงียบไปนาน เขาก้มมองมือที่เปื้อนคราบใบชาและสมุนไพรของตนเอง ก่อนจะเดินไปที่ประตูโรงคั่วแล้วเลื่อนเปิดออกช้าๆ ลมหนาวเย็นเยียบกรูเข้ามาปะทะใบหน้าของรินรดา เขาหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ยากจะตีความ
"อย่าออกไปจากที่พักในคืนนี้ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรเกิดขึ้นก็ตาม" เขาเอ่ยคำสั่งที่ฟังดูเหมือนคำวอนขอ "และถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณไม่เห็นผมอยู่ที่นี่... ให้ถือเสียว่าผมไม่เคยมีตัวตนอยู่ในความทรงจำของคุณ"
เขาก้าวออกไปในความมืดของยอดเขา ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางโรงคั่วที่กลิ่นควันไฟเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นฝนที่กำลังจะตก เธอพยายามจะวิ่งตามเขาออกไป แต่ขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกแช่แข็ง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินขึ้นเขาที่มืดมิด เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงอาวุธที่พกมาด้วย ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่น่าจะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังมุ่งตรงมายังโรงคั่วชาแห่งนี้! ท่ามกลางเสียงพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำ รินรดาเห็นแสงคบเพลิงวูบไหวสะท้อนเข้ามาในหน้าต่าง และเงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาของ 'ใครบางคน' ที่เธอนึกว่าจากไปตั้งแต่ปีก่อน ก็ก้าวพ้นจากเงามืดของต้นสนใหญ่เข้ามาขวางหน้าประตูโรงคั่วเอาไว้พร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความสุขผ่านตัวอักษรของรินรดากับอาหลางตลอดมานะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 36
บทที่ 36
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!