"ท่านจะเก็บกวาดอดีตลงไปในกาต้มใบชาสีครามใบนั้นด้วยวิธีใด... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโรงคั่วชา กลิ่นอายของใบชาอู่หลงคั่วไฟอ่อนลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำเดือดพลั่ก ชายหนุ่มไม่ได้หันมามอง เปลวไฟจากเตาฟืนสีส้มสาดสะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยย่นจางๆ บริเวณหางตา มือหนากำลังเกลี่ยใบชาในกระทะเหล็กด้วยความระมัดระวัง ทุกจังหวะการพลิกใบชาราบรื่นราวกับสายน้ำไหลผ่านโขดหิน
รินรดานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวที่ถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลสั่นเทาเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ความกดดันจากห้องทำงานในเมืองหลวงเมื่อหลายเดือนก่อนแวบเข้ามาในห้วงความคิด ความวุ่นวาย เสียงตวาด และกองเอกสารที่เคยบด
ขยี้จิตวิญญาณของเธอจนแหลกสลาย ค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับควันสีขาวที่ลอยขึ้นมาจากเตาเบื้องหน้า
"ฉันไม่ได้พยายามจะลบมันหรอกนะ อาหลาง" รินรดากล่าวเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในก้นถ้วยชาที่สะท้อนเงาของตนเอง "เพียงแต่... ที่นี่ทำให้ฉันรู้ว่า บางครั้งบาดแผลก็ไม่จำเป็นต้องถูกรักษาด้วยยาขมเสมอไป แต่อาจต้องการเพียงความเงียบงันและการรอคอยให้กาลเวลาหมุนผ่านอย่างใจเย็น"
อาหลางหยุดมือที่กำลังพลิกใบชา ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา นัยน์ตาคู่นั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอที่จะเข้าใจว่าความสงบสุขที่รินรดากำลังไขว่คว้านั้น เปราะบางเพียงใด
"ความเงียบงันบนยอดเขาเมฆาคล้อยไม่ใช่ที่หลบภัยนะคุณริน..." อาหลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่มันคือเครื่องมือทดสอบว่า... หัวใจของคุณยังมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงหรือไม่ เมื่อหมอกควันเหล่านี้จางหายไป"
คำพูดของอาหลางทำให้บรรยากาศภายในโรงคั่วชาอึมครึมลงในพริบตา ไม่มีใครพูดอะไรต่อ มีเพียงเสียงไม้ฟืนลั่นเปรี๊ยะในเตาไฟและเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำกระทบผนังไม้สนด้านนอก รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก
กลิ่นหอมหมื่นลี้จางๆ ที่ลอยมาตามลมข้างนอกผสมผสานกับกลิ่นชาคั่วเข้มข้นช่วยดึงสติของเธอกลับมา หญิงสาววางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงๆ
"ถ้าเช่นนั้น... วันนี้คุณอยากให้ฉันทดสอบอะไรล่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความลังเลในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว
อาหลางไม่ตอบทันที เขายื่นกระบวยไม้ไผ่ตักน้ำชาอุ่นๆ ส่งให้เธอ "ดื่มเสีย... ชาตัวนี้ชื่อ 'เหมันต์รำลึก' เก็บเกี่ยวในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่น้ำค้างบนยอดไม้จะระเหย รสชาติฝาดเฝื่อนในตอนแรก แต่จะทิ้งความหวานล้ำลึกไว้ที่ลำคอ... เหมือนกับบทเรียนบทสุดท้ายที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้จากที่นี่"
รินรด้ารับถ้วยชามาจรดริมฝีปาก รสชาติแรกที่สัมผัสคือความขมปร่าที่ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ แต่พอปล่อยให้ของเหลวอุ่นไหลผ่านลำคอ ความหวานละมุนก็แผ่ซ่านขึ้นมาทันที มันคือรสชาติของความอดทน ความเจ็บปวด และความงดงามที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากชื่นชมรสชาตินั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่ลานดินหน้าบ้านพัก เสียงสุนัขเห่ากรรโชกติดต่อกันระรัว บ่งบอกถึงการมาเยือนของผู้รุกรานที่ไม่ได้มาอย่างมิตร
อาหลางขมวดคิ้วมุ่น วางกระบวยในมือลงทันที ดวงตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กที่เห็นลานกว้าง
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด..." อาหลางพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
รินรดาหันขวับไปมอง ร่างเงาตะคุ่มสามร่างปรากฏขึ้นหลังม่านหมอกหนาทึบ หนึ่งในนั้นคือนักธุรกิจจากเมืองหลวงผู้เคยยื่นข้อเสนอซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างรีสอร์ทหรู ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เคยทำลายชีวิตการทำงานของเธอในอดีต และเขากำลังก้าวเข้ามาประชิดประตูบ้านพักของเธอ พร้อมกับเอกสารสิทธิ์ในมือที่อาจพลิกผันชีวิตบนยอดเขานี้ไปตลอดกาล...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเงียบสงบและกลิ่นอายของขุนเขาด้วยกันเสมอนะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!