กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 30

ปาฏิหาริย์หลังพายุ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
“ความลับของคุณ... คืออะไรกันแน่ครับ อาหลาง” รินรดาเอ่ยถาม ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับยอดเขาเมฆาคล้อยจนแทบหายใจไม่ออก เศษซากกิ่งไม้และใบชาที่ถูกพายุพัดถล่มเมื่อคืนยังคงกระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า ราวกับภาพสะท้อนของความหวังที่เพิ่งแตกสลายลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน อาหลางยังคงนิ่งค้าง มือหนาที่หยาบกร้านจากการกรำงานหนักกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองไปยังกลุ่มหมอกหนาที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมไร่ชา สายตาของเขาไม่ได้มองที่ความเสียหายตรงหน้า แต่มองทะลุไปไกลถึงอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้อย่างมิดชิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา “บางครั้ง... การเก็บรักษาอะไรบางอย่างไว้ให้คงเดิม มันก็แลกมาด้วยการต้องแบกรับสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะรับรู้ครับ รินรดา” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นน้ำเสียงที่ต่างจากชายหนุ่มผู้ใจเย็นและอบอุ่นที่เธอเคยรู้จัก รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาอีกหนึ่งก้าว เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มันมาจากช่องว่างระหว่างพวกเขา “แต่ไร่ชานี้คือชีวิตของคุณ และมันก็เป็นที่พักพิงเดียวของฉัน... ถ้าคุณไม่ยอมเปิดใจ เราจะก้าวข้ามผ่านพายุลูกนี้ไปได้อย่างไรครับ” อาหลางหลับตาลงแน่น ก่อนจะหันมามองเธอ แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในถ้วยชา กลับไหวระริกเหมือนใบไม้ที่กำลังจะร่วงหล่น เขาไม่ได้เอ่ยตอบ แต่กลับเดินนำเธอไปยังเนินเขาด้านตะวันออก ที่ซึ่งลมพายุโหมกระหน่ำหนักที่สุดจนต้นชาเก่าแก่เกือบทั้งหมดล้มระเนระนาด เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าท่ามกลางโคลนตม มือค่อยๆ แหวกเศษซากกิ่งไม้ที่ทับถมกันอยู่ออกอย่างเบามือ ราวกับกำลังปกป้องทารกแรกเกิด รินรดามองตามด้วยหัวใจที่เต้นรำไปกับความประหม่า “ดูนี่สิครับ...” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่มีความกังวานของความหวังซ่อนอยู่ ท่ามกลางสีน้ำตาลเข้มของดินโคลนและซากไม้ที่ตายซาก ปรากฏยอดอ่อนใบชาสีเขียวมรกตขนาดจิ๋ว แทงยอดทะลุผ่านความมืดมิดของผืนดินขึ้นมา มันไม่ได้แค่โผล่พ้นดิน แต่ยังมีประกายหยาดน้ำค้างเกาะอยู่บนยอดที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลม ปาฏิหาริย์สีเขียวท่ามกลางความล่มสลาย รินรดาถึงกับกลั้นหายใจ “มัน... มันงอกออกมาได้อย่างไรครับ ในสภาพแบบนี้?” “ชาสายพันธุ์โบราณของที่นี่มีความอดทนมากกว่าที่ใครจะคาดคิดครับ” อาหลางยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “ยิ่งพายุโหมกระหน่ำ ดินยิ่งถูกชะล้าง สิ่งที่ตายจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่สิ่งที่กำลังจะเกิดใหม่ มันเป็นวัฏจักรที่โหดร้าย แต่ก็งดงามในเวลาเดียวกัน” รินรดาค่อยๆ นั่งลงข้างเขา ปลายนิ้วของเธอแตะเบาๆ ที่ยอดอ่อนนั้น ความเย็นสดชื่นส่งผ่านสัมผัสเข้าสู่ปลายนิ้ว เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่สื่อสารออกมาจากต้นชาต้นนี้ มันไม่ใช่แค่พืชพรรณ แต่มันคือจิตวิญญาณของภูเขาที่กำลังส่งสัญญาณบอกว่า 'เรายังไม่จบสิ้น' “เช่นเดียวกับชีวิตคนเราใช่ไหมครับ” รินรดาพึมพำ “เรามักจะคิดว่าทุกอย่างพังทลายเมื่อเจอกับพายุ แต่จริงๆ แล้ว มันแค่กำลังคัดกรองสิ่งที่อ่อนแอ เพื่อให้สิ่งใหม่ที่เข้มแข็งกว่าได้เติบโตขึ้น” อาหลางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบตาเธออย่างจริงจัง “ถ้าผมบอกว่า สาเหตุที่พายุลูกนี้ทำลายไร่ชาไปกว่าครึ่ง ไม่ใช่เรื่องของภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เพราะ 'ใครบางคน' ตั้งใจจะทำลายมัน... เพื่อขุดค้นสิ่งที่บรรพบุรุษของผมซ่อนไว้ใต้ผืนดินนี้ คุณจะยังอยากอยู่ที่นี่ต่อไหมครับ?” คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหัวของรินรดา มันไม่ใช่แค่คำถามถึงสถานที่ แต่มันคือคำถามถึงความปลอดภัยและชีวิตของเธอเอง “ความลับที่ว่า... คือเรื่องเดียวกับที่ทำให้ครอบครัวของคุณต้องจากไปอย่างปริศนาใช่ไหมครับ?” เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หลบเลี่ยง อาหลางชะงักไปครู่ใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางปัดเศษดินออกจากกางเกง ก่อนจะหยิบเอาตลับไม้เก่าแก่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะค่อยๆ เปิดฝาตลับนั้นออก ภายในไม่ได้มีเพียงใบชาแห้งที่หอมอบอวล แต่มีแผ่นหยกสลักลวดลายประหลาดที่ดูไม่เหมือนเครื่องประดับทั่วไป มันมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่หนักอึ้ง “รินรดาครับ... คนที่กำลังตามหาของชิ้นนี้ กำลังมาถึงที่นี่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า” อาหลางเงยหน้ามองไปทางตีนเขาที่หมอกเริ่มจางหาย ปรากฏเงาร่างของกลุ่มคนชุดดำหลายสิบคนกำลังเดินขึ้นมาตามทางลาดชันอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำกลุ่มที่สวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปพยัคฆ์ ก้าวขึ้นมาเป็นคนแรก พร้อมกับอาวุธที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนแสบตา “นั่นไม่ใช่ชาวบ้านที่มาช่วยเก็บกู้ไร่ชาใช่ไหมครับ...” รินรดามือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ อาหลางคว้ามือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นที่เขาถ่ายทอดมาให้คือสิ่งเดียวที่ประคองสติเธอไว้ “วิ่งไปทางถ้ำหลังน้ำตกครับรินรดา อย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม!” เขากำลังจะผลักเธอให้หนีไป แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของกลุ่มคนเหล่านั้นกลับหยุดลงพร้อมกันอย่างกะทันหัน ผู้นำที่สวมหน้ากากพยัคฆ์ชูมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุด ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้อาหลางถึงกับใบหน้าซีดเผือด “ในที่สุด... ลูกหลานของผู้ทรยศก็ยอมปรากฏตัวออกมาเสียที เจ้าคิดหรือว่าซ่อนตัวอยู่บนยอดเขาเมฆาคล้อยนี่ แล้วพวกเราจะหาไม่พบ?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมจนมาถึงตอนนี้นะครับ ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%