กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 12

กลิ่นอายฤดูร้อน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าเธอขืนราดน้ำลงไปแบบนั้นอีกครู่เดียว ยอดใบชาพวกนี้ได้กลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ก่อนตะวันจะคล้อยต่ำแน่ครับรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังแทรกขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วของรินรดากำลังจะเอื้อมไปหยิบฝักบัว รดน้ำลงบนยอดอ่อนที่กำลังชูช่อท้าทายแดดกล้าในยามเที่ยงวัน หญิงสาวชะงักมือทันที ความร้อนระอุจากไอแดดสะท้อนกับละอองน้ำที่ระเหยขึ้นมาจากดินจนเกิดเป็นไอน้ำร้อนชื้น เธอหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงต้นชาโบราณอยู่ห่างออกไป สายตาของเขาคมกริบแต่ทว่าเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไม่เคยแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง "แดดแรงขนาดนี้... ถ้าไม่รดน้ำให้เขาก็กลัวว่ารากจะแห้งตายนะครับ" รินรดาแย้งพลางเช็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "ดินต้องการน้ำ แต่ไม่ใช่ในตอนที่แสงแดดกำลังทำปฏิกิริยากับหยดน้ำบนใบแบบนี้" อาหลางเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้ยื่นมือไปแย่งฝักบัว แต่กลับใช้นิ้วหยาบกร้านไล้ไปตามก้านใบชาที่เริ่มม้วนตัวเข้าหาตัวเองเพื่อปกป้องความชื้น "ดูนี่สิครับ ฤดูร้อนบนยอดเขานี้ไม่ได้โหดร้ายกับต้นไม้ แต่โหดร้ายกับคนที่ไม่เข้าใจจังหวะของมัน ธรรมชาติกำลังสอนให้พวกมันรู้จักกักเก็บพลังงานไว้ในแกนกลาง เราแค่มองเห็นมันว่ากำลังแห้งเหี่ยว แต่จริงๆ แล้วมันกำลังสู้รบกับความร้อนอยู่เงียบๆ" รินรดาวางฝักบัวลง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ไร่ชาชั่วขณะ มีเพียงเสียงจักจั่นที่ร้องระงมเป็นจังหวะเนิบนาบ นี่คือสิ่งที่เธอเรียนรู้ตลอดหลายเดือนบนยอดเขาเมฆาคล้อย การปลูกชาไม่ใช่แค่การรดน้ำพรวนดิน แต่คือการเรียนรู้วิธีหายใจให้เป็นจังหวะเดียวกับขุนเขา "วันนี้คุณดูเครียดกว่าปกตินะครับ" อาหลางเอ่ยขึ้น สายตายังคงจับจ้องไปที่ยอดชาสีเขียวเข้ม "งานในเมือง... มันย้อนกลับมาในหัวน่ะค่ะ" รินรดาใช้คำว่า 'ค่ะ' ตามความเคยชินก่อนจะรีบปรับให้เป็น 'ครับ' ตามที่สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะต้องเปลี่ยนบุคลิกให้เข้ากับวิถีบนเขา "ผมหมายถึง... ความรู้สึกเหมือนต้องวิ่งไล่กวดอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันตามทัน มันยังหลอกหลอนอยู่ แม้แต่ตอนที่ยืนอยู่ตรงนี้" อาหลางถอนหายใจยาว แววตาของเขาอ่อนแสงลง "โลกข้างล่างนั่นวัดค่าคนด้วยความเร็ว แต่บนเขานี้เราวัดค่ากันด้วยความอดทนครับ รอให้ใบชาแก่ได้ที่ รอให้ลมเปลี่ยนทิศ รอให้ใจเรานิ่งพอที่จะได้กลิ่นหอมที่แท้จริงของมัน" เขาเอื้อมมือไปหยิบกาต้มน้ำเซรามิกใบเก่าที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ "ดื่มนี่เสียหน่อยเถอะครับ ชาเขียวสูตรพิเศษของฤดูร้อน ผมใส่ใบสะระแหน่ป่าที่เก็บได้เมื่อเช้าลงไปนิดหน่อย จะช่วยให้ใจเย็นลง" รินรดารับจอกชามา กลิ่นหอมเย็นสดชื่นพุ่งปะทะจมูกทันที ความร้อนจากชาชะล้างความกระวนกระวายในอกออกไปได้ไม่น้อย แต่ในขณะที่เธอกำลังจะยกจอกขึ้นจิบ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ริมป่าสนท้ายไร่ ชายร่างสูงสวมชุดผ้าฝ้ายสีมอซอในมือถือถุงผ้าเก่าๆ กำลังยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เขามองมาทางไร่ชาของพวกเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก มันไม่ใช่สายตาของผู้มาเยือนทั่วไป แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังรอคอยอะไรบางอย่างมานานแสนนาน อาหลางนิ่งค้างไปในทันที จอกชาในมือเขาสั่นเล็กน้อยจนน้ำชาหกเลอะขอบจอก "เขากลับมาแล้ว..." อาหลางพึมพำ น้ำเสียงนั้นสั่นไหวและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ใครคะ... ใครกันอาหลาง?" รินรดาถามด้วยหัวใจที่เต้นระรัว อาหลางไม่ตอบ เขาวางจอกชาลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังกระทบกับแคร่ไม้ไผ่ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบและจริงจังอย่างที่สุด "ฟังผมนะรินรดา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อย่าก้าวเท้าออกไปนอกเขตไร่ชาเด็ดขาด ล็อคประตูบ้านและอย่าเปิดให้ใครจนกว่าผมจะกลับมา ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม" ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งคำถาม ชายแปลกหน้าคนนั้นก็ก้าวเดินออกมาจากเงามืดของต้นสน ชูซองจดหมายสีเหลืองซีดที่ปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงสดขึ้นเหนือหัว พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูประหลาดและน่าขนลุก "อาหลาง... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลจาง... ถึงเวลาที่หนี้เลือดต้องได้รับการชำระแล้ว" รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นตราประทับบนซองจดหมายนั้น มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอเคยเห็นในรูปภาพเก่าแก่ในหีบสมบัติที่คุณปู่ของอาหลางทิ้งไว้ให้ และมันไม่ใช่ตราของไร่ชา... แต่มันคือตราของสำนักลับที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของการปรุงชาต้องห้ามเมื่อร้อยปีก่อน! ผมในฐานะใบชาหอมหมื่นลี้หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการผจญภัยในบทต่อไปนี้นะครับ ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%