“ถ้าแกยังนอนทำตัวเป็นภาระผูกพันบ้านหลังนี้อยู่แบบนี้ ทางที่ดีก็ไสหัวกลับบ้านเดิมไปซะ! ตระกูลโจวของเราไม่ได้เลี้ยงข้าวต้มฟรีไว้ให้คนขี้เกียจอย่างแกมานอนอืดผลาญเสบียงหรอกนะ!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ ‘แม่สามีจาง’ ดังก้องบาดลึกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแรงกระชากผ้าห่มผืนเก่าขาดวิ่นจนปลิวหลุดจากกาย ความเย็นยะเยือกของลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านผิวเนื้อจนหลินฟางเซียนสะดุ้งเฮือก
ฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ลืมขึ้นปรับรับแสงสว่างอันน้อยนิดภายในห้องดินอัดแคบๆ กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวและกลิ่นสาบดินโคลนลอยคละคลุ้งแตะจมูก สมองที่เคยปวดตุบจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำในฐานะเชฟมือทองระดับท็อปของภัตตาคารหรู กลับถูกแทนที่ด้วยความทรงจำแปลกปลอมที่ไหลทะลักเข้ามาดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก
ยุค 1978... ยุคแห่งการขาดแคลน ตั๋วปันส่วน และความยากจนข้นแค้น
ร่างที่นางอาศัยอยู่นี้มีชื่อแซ่เดียวกันกับนาง คือ ‘หลินฟางเซียน’ สะใภ้รองแห่งตระกูลโจว ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงสาวไร้ค่า อ่อนแอ และกินจุผลาญทรัพยากรในยามที่บ้านเมืองกำลังเผชิญวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร สามีของนางคือ ‘โจวอี้เฉิน’ นายทหารหนุ่มที่ต้องเดินทางไปประจำการยังค่ายทหารห่างไกล ปล่อยให้นางเผชิญชะตากรรมถูกแม่สามีและพี่สะใภ้ใหญ่รังแกโขกสับสารพัด จนกระทั่งเมื่อครู่ ร่างกายอ่อนแอนี้ทนพิษไข้และความเครียดไม่ไหว สิ้นใจไปเงียบๆ เปิดทางให้วิญญาณเชฟสาวผู้ทรนงจากโลกอนาคตเข้ามาแทนที่
“ยังจะทำหน้าตาไร้เดียงสาใส่อีก! ลุกขึ้นไปตักน้ำผ่าฟืนเดี๋ยวนี้! ถ้ามัวแต่โอ้เอ้ วันนี้อย่าหวังจะได้กินแม้แต่น้ำต้มผัก!” นางจางถลึงตาใส่พลางเท้าสะเอวด้วยความโมโหสะใจ นางเกลียดสะใภ้คนนี้มานานแล้ว ทั้งอ่อนแอ ทำงานไม่เป็นแถมยังสะบัดสะบิ้งใส่ลูกชายคนโปรดของนางอยู่เรื่อย หากไม่ใช่เพราะจดหมายจากทางการที่ส่งเงินเบี้ยเลี้ยงทหารมาให้บ้าง นางคงไล่ผู้หญิงไร้ประโยชน์คนนี้ออกนอกบ้านไปนานแล้ว
ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ขมับไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว กลับกัน แววตาคู่คมที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับประกายแสงระยับเฉียบคมอย่างน่าประหลาด มุมปากบางยกยิดยิ้มเย็นเยียบโดยที่แม่สามีจางไม่ทันได้สังเกตเห็น
ตระกูลโจว... คิดจะใช้ไม้แข็งบีบบังคับให้นางยอมจำนนหรือ? น่าเสียดายนักที่วิญญาณในร่างนี้ไม่ใช่หลินฟางเซียนคนเดิมผู้ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว
“แม่พูดจบหรือยังคะ?” เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงความทรงอำนาจจนนางจางถึงกับชะงักอ้าปากค้าง
“แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจายอกย้อนฉัน! นังเด็กอกตัญญู!” นางจางปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอน แต่ฟางเซียนกลับไวกว่า นางสะบัดผ้าห่มออกแล้วก้าวเท้าลงจากเตียงด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับราชนิกุลผู้สูงศักดิ์กำลังย่างก้าวเข้าสู่ท้องพระโรง ไม่ใช่นกน้อยในกรงขังดังที่อีกฝ่ายจินตนาการ
“ข้าเป็นภรรยาที่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบทะเบียนสมรสรับรองชัดเจน หากท่านแม่ต้องการไล่ข้าออกจากบ้านจริงๆ เกรงว่าคงต้องไปตกลงกับทางการหรือรอให้พี่อี้เฉินกลับมาเสียก่อนดีไหมคะ? อีกอย่าง... เงินเบี้ยเลี้ยงทหารงวดล่าสุดของพี่อี้เฉินที่ส่งมาเมื่อเดือนก่อน ดูเหมือนจะถูกนำไปใช้เป็นค่าสินสอดแต่งงานให้ลูกสาวคนโปรดของท่านแม่จนหมดเกลี้ยงแล้วกระมัง ถ้าเรื่องนี้ถึงหูผู้ใหญ่บ้านหรือทางค่ายทหาร... ท่านแม่คิดว่าใครกันแน่ที่จะต้องเดือดร้อน?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งสกัด ทิ่มแทงเข้ากลางใจดำของนางจางจนหน้าถอดสี ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยซีดเผือดลงทันตาเห็น นางจางถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นังสะใภ้รองผู้นี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำแถมยังรู้ทันเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงทหารที่นางแอบยักยอกไป!
“แก... แกขู่ฉันเรอะ!” นางจางเสียงสั่น พยายามงัดเอาความน่าเกรงขามในฐานะแม่สามีออกมาขู่
“ข้าไม่ได้ขู่ค่ะ ข้าแค่พูดความจริง” ฟางเซียนปัดชายเสื้อที่ยับยู่ยี่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะกวาดสายตามองรอบห้องครัวอันคับแคบและทรุดโทรม ท้องของนางส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ เนื่องจากความหิวโหย
ในขณะที่นางกำลังคิดว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นพล่านขึ้นที่ฝ่ามือขวา รอยสักรูปดอกบัวสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นที่ข้อมือพร้อมกับเสียงกังวานใสในห้วงความคิด—
*[ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตมิติลับ ระดับ 1 ทำงานสำเร็จ: ยินดีต้อนรับท่านเจ้าของกิจการ ฟางเซียน]*
*[คลังเสบียงเคลื่อนที่: ปลดล็อกวัตถุดิบพรีเมียม ข้าวหอมมะลิชั้นดี เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษ และเครื่องเทศครบครัน]*
หัวใจของฟางเซียนเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น มิติลับคู่กายจากโลกยุคปัจจุบันตามติดทะลุมิติมาด้วย! แบบนี้หมายความว่า ต่อให้ยุคนี้จะขาดแคลนข้าวปลาอาหารสักแค่ไหน นางก็สามารถเนรมิตอาหารเลิศรสออกมาได้ตามใจชอบ แถมยังใช้มันพลิกชีวิตสร้างความร่ำรวยได้อย่างสบายๆ
“มองอะไรของแก! รีบไปทำงานได้แล้ว!” นางจางเห็นลูกสะใภ้นิ่งเงียบไป จึงคิดว่าอีกฝ่ายเริ่มกลัว กลับมาวางอำนาจบาทใหญ่ใส่ต่อ
ฟางเซียนหันกลับมามองแม่สามีด้วยรอยยิ้มพิมใจ รอยยิ้มที่ทำให้นางจางรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
“งานน่ะทำแน่ค่ะท่านแม่... แต่ก่อนอื่น ข้าว่าเรามาคุยเรื่องมื้อเช้ากันก่อนดีกว่า” ฟางเซียนก้าวเท้าเดินผ่านหน้าแม่สามีตรงไปยังเตาไฟเก่าคร่ำครึ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบกึ่งท้าทาย “ท่านแม่แน่ใจหรือคะ ว่าอยากให้บ้านหลังนี้มีแต่กลิ่นอายความยากจนและเสียงบ่นด่า? บางที... ถ้าข้าโชว์ฝีมือทำอาหารมื้อนี้ให้ท่านได้ลองชิม ท่านอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากไล่ข้าออกจากบ้านไปตลอดกาลก็ได้นะคะ”
ยังไม่ทันที่นางจางจะทันได้เอ่ยปากท้วงติง กลิ่นหอมกรุ่นอันล้ำลึกของเครื่องเทศและข้าวใหม่ปลามันก็โชยฟุ้งทะลุออกมาจากปลายนิ้วของฟางเซียนที่แตะลงบนหม้อดินเก่าโดยไม่มีใครมองทัน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้ที่ดังแทรกเข้ามา—
“แม่บ้านจาง! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! สามีทหารของบ้านเธอ... โจวอี้เฉิน... เขากลับมาแล้ว! แถมยัง... แถมยังพาใครไม่รู้มาที่หน้าบ้านด้วย!”
--------------------------------------------------
*(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของหลินฮวามาโดยตลอดนะคะ)*
แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างใหม่
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!