เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์•ตอนที่ 1

กลิ่นธูปโชยจากเรือนร้าง

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าตวัดลงบนแผ่นกระดาษเซวียนซื่ออย่างมั่นคง หมึกสีดำสนิทดุจรัตติกาลซึมซับลงในเนื้อกระดาษเนื้อดี เกิดเป็นตัวอักษรจีนโบราณที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทว่าในใจของหลินฟางเซียนกลับไม่ได้สงบดั่งรอยหมึกเหล่านั้น นางวางพู่กันลงบนแท่นหินอิ้งถงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภาพวาดทิวทัศน์ริมน้ำที่แขวนอยู่บนผนังไม้เนื้อแข็ง เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบด้านนอกดังระรัว ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจของสตรีผู้กุมความลับอันดำมืดไว้ครึ่งค่อนชีวิต การย้ายสำนักตระกูลหลินจากแผ่นดินใหญ่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่เรือนริมน้ำโบราณแห่งนี้ หาใช่ความสมัครใจ หากแต่เป็นราชโองการลับจากวังหลวงที่ห่อหุ่มด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เรือนไทยประยุกต์ผสมผสานสถาปัตยกรรมวังหลังจีนหลังนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวปลายสุดของเขตหวงห้าม ไอหมอกสีขาวจัดลอยวนเวียนอยู่เหนือน้ำในสระบัวหลวงที่บัดนี้ไร้ซึ่งดอกใบ มีเพียงก้านสีน้ำตาลแห้งกรังที่ชูชันราวกับซี่โครงมนุษย์ "คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวจัดเตรียมห้องนอนฝั่งตะวันตกเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่า..." เสียงของสาวใช้คนสนิทขาดหายไปในลำคอ ใบหน้าของนางซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "มีอะไรน่าตื่นตระหนกกัน อาชิง เจ้าทำงานกับข้ามาหลายปี เหตุใดจึงยังขวัญอ่อนเช่นนี้" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจเกินกว่าสตรีวัยเดียวกันจะพึงมี ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองสาวใช้ผู้สั่นเทา "รอย... รอยเท้านั่นเจ้าค่ะ!" อาชิงสะอื้นไห้ มือที่กำชายเสื้อสั่นระริก "หน้าประตูห้องนอนฝั่งตะวันตก... มีรอยเท้าเปียกโชกของใครก็ไม่รู้... ทั้งๆ ที่ฝนยังไม่สาดถึงระเบียงตรงนั้นเลยเจ้าค่ะ!" ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจากฝ่าเท้าตรงดิ่งสู่สันหลัง นางไม่ได้เอ่ยคำใดต่อ หากแต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าไหมสีเพลิงปักลายหงส์ไฟสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอมให้ความรู้สึกเจิดจ้าและโดดเดี่ยวในคราเดียวกัน นางก้าวเดินผ่านระเบียงไม้ยาวที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดทุกครั้ง1ที่ฝ้ายย่างก้าว กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและกลิ่นดินสาบสางลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ราวกับที่นี่ไม่ใช่เรือนพักอาศัย หากแต่เป็นสุสานร้างที่ถูกลืมเลือนจากกาลเวลา ยิ่งเข้าใกล้เรือนปีกตะวันตก กลิ่นธูปเก่าแก่ก็ยิ่งโชยเตะจมูกหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เป็นกลิ่นธูปจันทน์เทศที่มักใช้จุดในพิธีศพของเชื้อพระวงศ์ ทว่าเจือจางด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ทำให้ผู้มีประสาทสัมผัสไวเช่นนางต้องนิ่วหน้า เบื้องหน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของสตรีผู้เยือกเย็นสะดุดลงชั่วขณะ รอยน้ำสีคล้ำทอดยาวมาจากความมืดมิดสุดปลายทางเดิน มาหยุดอยู่ตรงหน้าธรณีประตูห้องนอนของนางพอดี เป็นรอยเท้าเปล่าเปลือยของมนุษย์ที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ เปียกหยดเป็นทางยาว ราวกับเพิ่งขึ้นมาจากก้นบึงอันลึกล้ำ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ รอยเท้านั้นหันหน้าเข้าหาประตู... ราวกับมีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองลอดช่องว่างเข้ามาในห้องที่นางจะต้องหลับใหลในคืนนี้ ฟางเซียนก้มลงพิจารณารอยน้ำนั้นอย่างเงียบงัน เนตรทิพย์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาคู่สวยกระตุกวูบ ภาพนิมิตอันเลือนรางผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว—ภาพของสตรีในชุดไทยโบราณเปียกปุ่ม ดำดิ่งลงสู่ก้นน้ำท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน และแววตาอาฆาตมาดร้ายที่จ้องมองทะลุกาลเวลามายังผู้บุกรุก "ท่านอ๋องทรงรับสั่งไว้ชัดเจนว่า เรือนหลังนี้ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่มากว่าสามสิบปีนับตั้งแต่โศกนาฏกรรมครั้งนั้น..." เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ทำเอาอาชิงถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ฟางเซียนไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้มาใหม่ นางยังคงจ้องมองรอยเท้าเปียกชุ่มนั้นด้วยแววตาที่ไหวระริกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความเกรงกลัว "หม่อมฉันทราบดีเพคะ... แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของเดิม' เขาจะไม่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างพวกเราเสียแล้วกระมังเพคะ ท่านอ๋องจางอี้เหวิน" ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที อ๋องจางอี้เหวินก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างนาง กลิ่นอายความดุร้ายและกลิ่นอายสงครามที่ติดตัวบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ซ่านออกมาราวกับเกราะคุ้ม1กัน แต่เมื่อสายพระเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีย์ก้มลงมองรอยเท้าเปียกโชกเบื้องหน้า พระองค์กลับมิได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและปริศนา ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังกดดันถึงขีดสุด เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของฟางเซียนก็ดังขึ้น แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับดังมาจากก้นบึงลึก— *"...คืนนี้... ดวงใจเจ้า... จักต้องชดใช้แทนข้า..."* ฟางเซียนสะارتเฮือก มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า 1เนื้อ แต่วินาทีที่นางหันขวับกลับไปหมายจะเผชิญหน้ากับต้นเสียง กลับไม่มีผู้ใดนอกจากความว่างเปล่าและเงาดำทะมึนของเสาเรือนโบราณที่ทอดยาวรับแสงจันทร์สีเลือด นอกหน้าต่าง... เงาร่างของสตรีผมยาวสยายในชุดไทยเปียกโชก กำลังลอยคว้างอยู่เหนือผิวน้ำในสระบัว พร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูที่สะท้อนผ่านกระจกเงาโบราณบนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของนางเอง! ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งความลับนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%