“ถอยไปนะพายุ!” น้ำปั่นตวาดเสียงสั่น มือไม้เย็นเฉียบจนกำชายกระโปรงนักเรียนไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของคนที่ยืนขวางทางอยู่นั้นชวนให้คลื่นเหียนจนอยากจะกรีดร้อง
“จะรีบไปไหนล่ะน้ำปั่น?” พายุแสยะยิ้ม ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ “กรณ์มันก็แค่ประธานนักเรียนที่เพิ่งหมดวาระ แต่ฉัน... ฉันเพิ่งเริ่มต้นจีบเธออย่างจริงจังนะ”
น้ำปั่นกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ดวงตากลมโตสอดส่ายหาแผ่นหลังของคนที่เธอเพิ่งบอกลาไปเมื่อครู่ กรณ์... เขาไปไหนแล้วนะ? อย่าเพิ่งทิ้งกันไปตอนนี้สิ! ในวินาทีที่ความกลัวกำลังจะครอบงำจนน้ำปั่นตัดสินใจจะใช้แผน ‘ถีบหน้าแข้งแล้ววิ่ง’ จู่ๆ ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบก็ปรากฏขึ้นจากมุมตึกราวกับภูตผี
*หมับ!*
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของพายุ ก่อนจะออกแรงบิดเพียงเล็กน้อยจนอีกฝ่ายต้องร้องลั่น
“คนเขาสั่งให้ถอย ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาจนน่าขนลุกดังขึ้น กรณ์ยืนอยู่ข้างๆ เธอแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับมีความดุดันจนพายุต้องยอมถอยกรูด
“กรณ์... ฉัน...” น้ำปั่นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจนไหล่ตก
“อย่ามาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้” กรณ์หันมามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันที เขายกมือขึ้นลูบผมเธอเบาๆ “ฉันเดินไปไม่ไกลหรอก... แค่ไปเอาของที่ลืมไว้ที่ห้องสภาน่ะ อย่าคิดว่าจะสลัดฉันทิ้งได้ง่ายๆ นะยัยตัวแสบ”
น้ำปั่นแอบยิ้มทั้งน้ำตา นี่น่ะเหรอคนปากแข็งที่ชอบทำตัวเย็นชา เขาแคร์เธอมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก
งานปัจฉิมนิเทศในหอประชุมใหญ่คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนที่กำลังซาบซึ้งกับวันสุดท้ายของชีวิตมัธยม เสียงเพลงอำลาดังคลอเคล้า แต่สำหรับน้ำปั่นและกรณ์ บรรยากาศรอบข้างกลับดูเบลอไปหมด เหลือเพียงสายตาของสองเราที่จ้องมองกันท่ามกลางความวุ่นวาย
“เนี่ยเหรอ? สัญญาใจของเรา?” น้ำปั่นถามพลางมองริบบิ้นสีน้ำเงินที่กรณ์ผูกไว้ที่ข้อมือเธอ
“อืม” กรณ์ตอบสั้นๆ แต่ใบหูขึ้นสีแดงจัด “มันคือสัญลักษณ์ว่า... ต่อจากนี้ไป เธอต้องอยู่ในสายตาฉันตลอด ห้ามหันไปมองไอ้พายุ หรือไอ้หน้าไหนทั้งนั้น”
“นี่หึงหรือสั่งคะเนี่ย?” น้ำปั่นหัวเราะร่า ก่อนจะก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา “ถ้าอยากให้มองแค่คนเดียว ก็ต้องมาคอยตามเฝ้าตลอดเลยนะ มหาวิทยาลัยน่ะ... ไม่เหมือนโรงเรียนหรอก คนเยอะจะตายไป”
กรณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองสบตาน้ำปั่นด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าวัย “งั้นก็ลองดู”
งานจบลงด้วยความอบอุ่น แต่ความวุ่นวายของชีวิตคู่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สามเดือนผ่านไป... ณ หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
“น้ำปั่น! รอก่อนสิ!”
เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของรุ่นพี่รุ่นน้อง น้ำปั่นหันไปมองแล้วต้องหลุดขำออกมา พ่อประธานนักเรียนสุดเนี้ยบในวันวาน ตอนนี้กำลังหอบแฮ่กเพราะวิ่งตามเธอมาตลอดทางจากตึกบริหาร
“ทำไมต้องวิ่งมาล่ะคะ? บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวเรียนเสร็จจะเดินไปหาเองที่ห้องสมุด” น้ำปั่นแกล้งทำเป็นมองหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ยอมเงยหน้ามองคนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ
“ก็...” กรณ์เว้นจังหวะ เสียงเข้มเริ่มอ่อยลง “ก็เห็นผู้ชายคณะเธอเดินตามต้อยๆ ตั้งแต่เดินออกจากห้องเรียน... มันน่าหงุดหงิดนะ”
น้ำปั่นอมยิ้ม มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ “ไหนบอกว่าไม่ชอบตื๊อใครไงคะ?”
กรณ์ถอนหายใจยาว ก่อนจะคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น “สำหรับคนอื่นฉันอาจจะไม่ทำ... แต่สำหรับเธอมันคนละเรื่อง”
น้ำปั่นเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาและเย็นชาต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอ... เขาก็แค่ ‘นายหน้ามึน’ ที่ยอมลดกำแพงลงมาเพื่อไล่ตามเธอเหมือนที่เธอเคยทำกับเขามาตลอด
“หิวแล้วค่ะ... ไปหาอะไรกินกันเถอะ” เธอชวน
“อืม... ไปสิ แต่คราวนี้ฉันเดินข้างๆ นะ” กรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก “เพราะถ้าปล่อยให้เธอเดินนำอีก... ฉันคงต้องวิ่งตามเธอไปจนจบปริญญาเอกแน่ๆ”
น้ำปั่นหัวเราะเสียงใส ก่อนจะกระชับมือที่กุมกันไว้แน่น อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะตื๊อใคร... มันก็จะเป็น ‘สูตรรัก’ ที่มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เป็นคนปรุงมันขึ้นมา
เมล่อนโซดาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยเป็นกำลังใจให้ยัยตัวแสบกับนายหน้ามึนมาจนถึงตอนจบนะคะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 30
ตอนอวสาน: โซดารสหวานกับอนาคตของเรา
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!