สืบคดีห้องลับกับนักพฤติกรรมศาสตร์สายมึน•ตอนที่ 2

ทฤษฎีเดาทางกับตรรกะเหล็ก

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระรัวจนแก้วหูแทบแตก แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายของสารวัตรกรันย์ที่กำลังขมวดมวลคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ท่ามกลางความโกลาหลในความมืดของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ร่างโปร่งบางของลีลากลับยืนนิ่งสงบผิดมนุษย์ แสงสีแดงวาบผ่านดวงตาคู่สวยที่จ้องมองหน้าจอสมาร์ตโฟนอย่างพิจารณา ข้อความตัวอักษรสีเลือด *[ระบบตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ลับระดับ Omega: ยินดีต้อนรับสู่เกมล่าปริศนาบทที่ 1]* ยังคงกะพริบไหวราวกับเย้ยหยัน "เกมงั้นเหรอครับ?" กรันย์แค่น The เสียงต่ำในลำคอ มือหนากำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อ นิ้วขึ้นสีขาว "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ลีลา คุณเห็นข้อความบ้าๆ นี่เหมือนผมใช่ไหม? ใครเป็นคนเล่นตลกในสถานการณ์ที่เพิ่งมีคนตายแบบนี้" ลีลาไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอย่อตัวลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันและความโกลาหลรอบตัวไหลผ่านไป ดวงตาคมกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่ตอนนี้มืดสนิท ก่อนจะหันมามองพาร์ทเนอร์หนุ่มด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "สารวัตรกรันย์ครับ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงไซเรน "คุณยังเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ ฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วง และรอยนิ้วมืออยู่หรือเปล่าครับ? เพราะบางที... สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ อาจไม่ได้ใช้ตรรกะแบบที่โรงเรียนตำรวจสอนหรอกนะครับ" กรันย์พ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างหงุดหงิด เขาก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าหญิงสาวด้วยท่าทีแข็งกร้าว "เลิกพูดจาเป็นปริศนาแล้วตั้งสติได้แล้วครับคุณลีลา! ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่สนใจจิตวิทยาหรือทฤษฎีสมคบคิดอะไรทั้งนั้น รอยเท้าหกคู่บนพื้นพรม ทิศทางการตกของคราบเลือด และมุมองศาของรอยกระแทกที่ศีรษะเหยื่อ—นั่นต่างหากคือความจริง ฟิสิกส์ไม่เคยโกหกใครเหมือนมนุษย์หรอกครับ" "ฟิสิกส์บอกความจริงว่า 'เกิดอะไรขึ้น' ครับสารวัตร..." ลีลาก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก "แต่จิตวิทยาต่างหากที่บอกว่า 'ทำไม' มันถึงเกิดขึ้น... และถ้าคุณยังมั่นใจในตรรกะเหล็กของคุณนัก งั้นเรามาลองพิสูจน์กันดูไหมล่ะครับว่า ระหว่างทฤษฎีเดาทางของผม กับหลักฐานทางฟิสิกส์หัวดองของคุณ อันไหนจะพาเราออกไปจาก 'เกม Omega' นี้ได้ก่อนกัน" ยังไม่ทันที่กรันย์จะได้โต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่ดังมาจากโถงทางเดินชั้นสองก็หยุดกงอยู่ที่เบื้องล่างของบันไดวน เหล่าหุ่นขี้ผึ้งในโซนประวัติศาสตร์ที่เคยยืนสงบนิ่ง กลับค่อยๆ ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวในความมืด! เสียงกลไกเฟืองเหล็กและข้อต่อดังก๊อกแก๊กบาดหู ราวกับพวกมันไม่ใช่หุ่นไร้ชีวิตอีกต่อไป "บ้าจริง..." กรันย์สบถเบาๆ ดึงแขนของลีลาให้ถอยหลังไปหลบหลังเสาหินอ่อนหนา พร้อมกับชักอาวุธปืนขึ้นเล็งไปยังเงาร่างที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา "อย่าบอกนะว่านี่คือส่วนหนึ่งของเกมบ้าๆ นั่นด้วย?" "ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติถูกแฮกครับ..." ลีลาพึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นระคนท้าทาย แทนที่จะหวาดกลัว เธอกลับหยิบแก้วกาแฟกระดาษที่ยังหลงเหลือไอร้อนจางๆ ของเหยื่อ—คดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อครู่—ขึ้นมาจากโต๊ะจัดแสดงใกล้ๆ อย่างถือวิสาสะ "คุณกำลังทำบ้าอะไร! นั่นมันวัตถุพยานนะ!" กรันย์ตวาดกระซิบอย่างเหลืออด พยายามจะยื่นมือไปปัดแก้วนั้นทิ้ง แต่ลีลาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว "บางที... หลักฐานทางฟิสิกส์ที่คุณตามหา อาจจะไม่ได้อยู่บนพื้นพรมหรอกนะครับสารวัตร" ลีลาเอ่ยเสียงเรียบ เธอขยับแว่นสายตา (ที่ไม่ได้ค่าสายตา) ขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวยาวจุ่มลงไปในผิวกาแฟสีดำสนิทที่เหลืออยู่ก้นแก้ว แล้วยกขึ้นมาดมใกล้ปลายจมูก "กลิ่นของเมล็ดกาแฟพันธุ์บลูมาน์เทนคั่วอ่อน... ผสมกับสารละลายโพแทสเซียมไซยาไนด์ความเข้มข้นต่ำ... และเศษผงคาร์บอนกัมมันตรังสี?" กรันย์ชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่าไซยาไนด์ "คุณรู้ได้ยังไง? ผลตรวจจาก Lab ทางนิติเวชยังไม่ออกมาด้วยซ้ำ!" "ผมไม่ได้ใช้ Lab ครับสารวัตร ผมใช้จมูกและพฤติกรรมศาสตร์" ลีลาหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา "เหยื่อเป็นคนรักสุขภาพ ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลทุกเช้า แต่ในแก้วนี้กลับมีร่องรอยการคนด้วยช้อนโลหะถึงสามครั้ง ทั้งที่กาแฟดำสำเร็จรูปไม่ต้องคนนานขนาดนั้น... นั่นหมายความว่า เขาพยายามละลายบางอย่างที่ 'ไม่ควรอยู่' ในกาแฟต่างหากล่ะครับ" ทว่า ก่อนที่กรันย์จะได้วิเคราะห์ข้อมูลใหม่นี้ เสียงปรบมือช้าๆ แปะ... แปะ... แปะ... ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องบนบันไดวน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเดินลงมาจากความมืดทีละก้าว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องลงมาบนใบหน้าครึ่งซีกที่สวมหน้ากากโลหะครึ่งหน้า รอยยิ้มเยдяเยือกปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายปริศนาคนนั้น "ยินดีด้วยครับ คุณนักพฤติกรรมศาสตร์ และคุณสารวัตรผู้เคร่งครัด..." เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานไปทั่วโถงจัดแสดง "พวกคุณผ่านด่านแรกด้วยสมองอันปราดเปรื่อง... แต่ทว่า น่าเสียดายจริงๆ ที่เบาะแสในแก้วกาแฟแก้วนั้น ไม่ใช่ยาพิษสำหรับเหยื่อหรอกครับ..." ชายปริศนาหยุดยืนอยู่ที่ขั้นบันไดขั้นสุดท้าย ปืนสั้นติดลำกล้องเก็บเสียงในมือชี้ตรงมาที่หน้าอกของกรันย์อย่างไร้ความปรานี "...แต่มันคือ 'เวลาที่เหลืออยู่' ของพวกคุณต่างหากล่ะครับ... ติ๊กต็อก... หมดเวลาสนุกแล้วครับสารวัตร" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีห้องลับกับนักพฤติกรรมศาสตร์สายมึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%