กลิ่นอับชื้นของขี้ผึ้งผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดสลัวของห้องจัดแสดงนิทรรศการยุควิกตอเรีย แสงไฟฉายสีขาวโพลนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกวาดผ่านโครงสร้างเหล็กและหุ่นจำลองมนุษย์นับร้อยตัวที่ยืนเรียงรายราวกับกองทัพผีดิบ ทุกสายตาในที่เกิดเหตุต่างจับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของห้อง ซึ่งร่างไร้ลมหายใจของภัณฑารักษ์หนุ่มกำลังถูกตรึงไว้บนบัลลังก์จำลองอย่างน่าสยดสยอง
สารวัตรกรันย์ขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางกำลังคีบเส้นใยผ้าสีดำชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บริเวณชายเสื้อโค้ตของเหยื่อขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด รอบตัวเขามีทั้งตำรวจร้อยเวรและเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์กำลังเดินวุ่นวาย บันทึกภาพ และเก็บคราบเขม่าดินปืนตามพื้นปูนขัดมัน ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติที่กรันย์เคี่ยวกรำตัวเองให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาตลอดแปดปีในเครื่องแบบสีกากี
"สภาพศพเบื้องต้นเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสี่ชั่วโมงครับสารวัตร" นายแพทย์ศุภชัย แพทย์นิติเวชประจำท้องที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นจากร่างไร้วิญญาณ "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืน รูปร่างบาดแผลฉีกขาดบริเวณลำคอเกิดจากของมีคมคมกริบ... เหมือนถูกปาดด้วยใบมีดผ่าตัด หรือไม่ก็มีดแกะสลักหุ่นขี้ผึ้งพวกนี้"
กรันย์พยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องจัดแสดง "แล้วกล้องวงจรปิดล่ะครับ ได้เรื่องอะไรบ้างไหม"
"เอ่อ... นั่นแหละครับคือปัญหา ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของพิพิธภัณฑ์ถูกตัดกระแสไฟเบื้องต้นในช่วงเวลาตีสองถึงตีสาม ข้อมูลในฮาร์ดดิ스크ถูกฟอร์แมตทิ้งจนเกลี้ยง ไม่มีร่องรอยการแฮกจากภายนอก... เหมือนกับว่าคนร้ายเป็นคนในที่มีคีย์การ์ดระดับสูงและรู้มุมกล้องทุกจุดเป็นอย่างดีครับ"
กรันย์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายแถมกล้องวงจรปิดยังถูกทำลายอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ฝีมือของโจรสมัครเล่นอย่างแน่นอน แต่มันคือการประกาศสงครามทางปัญญาจากฆาตกรที่มั่นใจในความไร้ร่องรอยของตนเอง ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปตรวจสอบรอยเท้าบริเวณฐานหุ่นขี้ผึ้งหมายเลขสิบสอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบก็ลอยเข้ามาแตะโสตประสาท
"เดินระวังด้วยนะครับสารวัตร... ถ้าท่านก้าวเท้าซ้ายไปอีกสามเซนติเมตร รอยเท้าแฝงบนคราบขี้ผึ้งละลายตรงนั้นจะถูกทำลายทันที และนั่นคือหลักฐานชิ้นเดียวที่บอกว่าฆาตกรไม่ได้สวมรองเท้าหนังราคาแพงอย่างที่ท่านกำลังคิดอยู่"
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เจือแววเย้าแหย่นิดๆ ดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมเสาหินอ่อน กรันย์ชะงักเท้าทันที เขากลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความหงุดหงิดระคนระอาใจ ก่อนจะหันขวับไปมองผู้บุกรุกยามวิกาลที่ก้าวออกมาจากเงาของหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย
ร่างบางในชุดเสื้อฮู้ดสีเทาตัวโคร่งและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังเคี้ยวลูกอมรสกาแฟตุงกระพุ้งแก้ม มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟกระป๋องที่เพิ่งดึงฝาเปิด ส่วนมืออีกข้างกำลังหมุนปากกาหมึกซึมด้ามเก่าเล่นอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับคู่นั้นจ้องมองศพบนบัลลังก์ด้วยความสนใจเสียยิ่งกว่าความกลัว
"ลีลา! คุณเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุนี้ได้อย่างไร ใครอนุญาตให้คุณข้ามแนวเขตหวงห้ามเข้ามา!" กรันย์ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวหญิงสาวทันที ความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขาทำให้ต้องก้มมองเธอลงมาเล็กน้อยด้วยแววตาดุดัน "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะคุณนักพฤติกรรมศาสตร์ นี่คือคดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์!"
ลีลาไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เธอยกกระป๋องกาแฟขึ้นจิบอึกหนึ่งอย่างใจเย็น ก่อนจะชี้ปลายนิ้วไปยังรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ปาร์เกต์ใกล้กับฐานหุ่นขี้ผึ้ง
"สนามเด็กเล่นเหรอคะสารวัตร ฟังดูน่าสนุกดีนะ แต่เสียดายที่ฉันไม่ได้ว่างมาเล่นแถวนี้หรอกค่ะ พอดีแวะมาซื้อกาแฟแถวนี้แล้วบังเอิญเห็นรถตำรวจจอดเรียงรายเต็มถนน ก็เลยเดินชมวิวเข้ามา... อ้อ ส่วนเรื่องที่ฉันเข้ามาได้ยังไง รปภ. หน้าประตูจำหน้าฉันไม่ได้มั้งคะ หรือไม่ก็เพราะป้ายบัตรที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกระเป๋าเสื้อฉันมันเรืองแสงได้ล่ะมั้ง" เธอยิ้มหวานหยดจนน่าหมั่นไส้ พร้อมกับตบเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อฮู้ดของตนเอง
กรันย์กัดฟันกรอด ผู้หญิงคนนี้มักจะโผล่มาในเวลาที่เขาต้องการสมาธิมากที่สุด และทำลายกระบวนการสืบสวนตามตำราเรียนของเขาพังไม่เป็นท่าทุกครั้งไป เธอมักจะใช้ "สัญชาตญาณ" และ "การอ่านพฤติกรรม" มาเป็นข้ออ้างในการแหกกฎระเบียบอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับสารวัตรที่เติบโตมากับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และลายนิ้วมืออย่างเขาแล้ว มันคือสิ่งที่รับมือได้ยากที่สุด
"คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องอะไรทั้งสิ้นในที่เกิดเหตุนี้ ออกไปรอนอกเขตกั้นเดี๋ยวนี้ครับ ก่อนที่ผมจะข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน" กรันย์เอ่ยเสียงเข้ม กดเสียงต่ำลงเพื่อแสดงออกถึงความเด็ดขาด
ลีลาถอนหายใจเบาๆ เธอกลอกตาขึ้นฟ้าทำท่าทางเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ศพมากกว่าเดิมจนกรันย์ต้องเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกเธอไว้เพื่อดึงถอยหลัง แต่ทว่า... หญิงสาวกลับไม่ถอย เธอกลับโน้มตัวลงไปใกล้ซอกคอของศพราวกับกำลังดมกลิ่นอะไรบางอย่าง
"สารวัตรกรันย์คะ... ตาของคุณบอกว่าคุณกำลังมั่นใจว่านี่คือการฆาตกรรมโดยวางแผนล่วงหน้าเพื่อชิงทรัพย์สินบางอย่างในพิพิธภัณฑ์ใช่ไหมคะ?" เสียงของลีลาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนกรันย์เผลอชะงักมือที่จับเธอไว้
"มันก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าตู้จัดแสดงอัญมณีโบราณด้านหลังถูกงัด..."
"แต่มือของเหยื่อไม่ได้กำแน่นด้วยความตกใจหรือความเจ็บปวดจากการถูกบังคับ..." ลีลาตัดบทขึ้นดวงตาคู่นั้นหรี่ลงวิเคราะห์อย่างเฉียบคม "นิ้วมือของเขาผ่อนคลายในจังหวะของการยอมรับ... และที่สำคัญที่สุด รอยยิ้มมุมปากของศพไม่ได้เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลังตาย แต่มันคือรอยยิ้มของการ 'รู้จัก' ฆาตกรเป็นอย่างดี"
กรันย์นิ่งงัน เขาจ้องมองใบหน้าของลีลาที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรผู้เย็นชาและมองทะลุปรุโปร่งทุกรายละเอียดที่เขาหลง The forensic evidence tells us *what* happened, but her gaze was dissecting *why* it happened.
"คุณหมายความว่า..." กรันย์ขมวดคิ้ว ลืมความโกรธเคืองไปชั่วขณะ
"หมายความว่า... คนที่ลงมือฆ่าไม่ได้ปีนหน้าต่างเข้ามาจากข้างนอก และไม่ใช่คนในที่คิดทรامหักหลังองค์กรเพื่อเงินหรอกค่ะสารวัตร" ลีลาหันมาสบตาเขาตรงๆ แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำให้หัวใจของนายตำรวจหนุ่มเต้นผิดจังหวะ "แต่เขากำลังยืนอยู่แถวนี้... กำลังมองดูเราสืบสวนด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกับศพคนนี้ต่างหากล่ะคะ"
สิ้นคำพูดของลีลา ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งพิพิธภัณฑ์ก็พลันดับพรึบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งทันที ท่ามกลางเสียงหวาดยามฉุกเฉินที่ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินชั้นสอง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่เด้งขึ้นบนหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของกรันย์และลีลาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย — หน้าจอสีดำสนิทปรากฏตัวอักษรสีเลือดวิ่งผ่านช้าๆ ว่า: *[ระบบตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ลับระดับ Omega: ยินดีต้อนรับสู่เกมล่าปริศนาบทที่ 1]*
สืบคดีห้องลับกับนักพฤติกรรมศาสตร์สายมึน•ตอนที่ 1
ศพปริศนาท่ามกลางหุ่นขี้ผึ้ง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีห้องลับกับนักพฤติกรรมศาสตร์สายมึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!