“ถ้านายยังไม่หยุดรื้อโต๊ะทำงานของฉัน ผมจะถือว่านั่นคือการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล… แล้วหลังจากนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ รณกร”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันดังขึ้นจากด้านหลัง เล่นเอารณกรที่กำลังพยายามหาแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักของภูผาชะงักไปชั่วครู่ ร่างโปร่งถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาทตามสไตล์คนไม่ยอมคน
“พื้นที่ส่วนบุคคล? นี่มันห้องประชุมส่วนกลางของออฟฟิศนะครับคุณสถาปนิก แล้วที่ผมรื้อ ก็เพราะคุณลืมส่งไฟล์แปลนอีเวนต์ให้ผมตามกำหนดการ ทั้งที่พรุ่งนี้ต้องนำเสนอโปรเจกต์แล้ว อย่ามาเล่นตัวด้วยการโทษว่าเป็นความผิดผมเลยครับ” รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางกอดอกมองอีกฝ่ายที่ยืนขวางประตูห้องทำงานอยู่
ภูผาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งมาที่คนตัวเล็กกว่า ความเงียบภายในห้องทำงานสถาปนิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเขียนแบบและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมบุรุษจากตัวคนตรงหน้าเริ่มบีบคั้น รณกรไม่หลบสายตา เขากลับเดินเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนกระทั่งแผ่นหลังของภูผาชนเข้ากับกรอบประตู
“ถอยหน่อยครับ ผมมีงานต้องทำ ไม่ว่างมาเล่นเกมจ้องตากับคุณทั้งคืนหรอก”
ภูผาไม่ได้ถอย เขาขยับเข้ามาอีกครึ่งก้าว กลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ ที่แฝงความข่มขู่จางๆ ทำให้รณกรต้องกัดริมฝีปากแน่น ภูผาเป็นคนประเภทที่ถ้าไม่ยอมพูด ก็ไม่มีทางคายความลับอะไรออกมา แต่แววตาที่สั่นไหวนั่นต่างหากที่ทำให้รณกรสงสัยมาตลอด
“ไฟล์อยู่ในกระเป๋าผม” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบพลางเบี่ยงตัวเปิดทางให้รณกรเดินผ่าน แต่ในขณะที่รณกรกำลังจะก้าวผ่านไปนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสมุดสเกตภาพปกหนังสีดำเล่มหนาที่วางอยู่บนกองพิมพ์เขียวที่ยังไม่ได้จัดเก็บ
ด้วยสัญชาตญาณของนักจัดอีเวนต์ที่ช่างสังเกต รณกรคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาทันที
“เฮ้ย! นั่นของผม วางลงเดี๋ยวนี้!”
“ทำไมครับ? กลัวผมเห็นอะไรเหรอ? หรือว่าซ่อนแบบร่างลับๆ เอาไว้ให้ใครดูหรือเปล่า?” รณกรยิ้มมุมปาก ก่อนจะถือวิสาสะเปิดหน้าแรกขึ้นมา โดยไม่ฟังเสียงคำรามต่ำในลำคอของภูผา
หน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าผ่านไป มันคือภาพร่างโครงสร้างตึกระฟ้าที่สวยงามสมกับเป็นงานของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่ง แต่ทว่า... เมื่อรณกรเปิดไปถึงหน้ากลางของสมุด มือของเขาก็แข็งค้าง
ไม่มีภาพตึก ไม่มีเส้นสายทางเรขาคณิตใดๆ สิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นคือภาพสเกตด้วยดินสอที่เก็บรายละเอียดของใบหน้าคนคนหนึ่งไว้อย่างอ่อนช้อยและลึกซึ้ง แสงเงาที่ตกกระทบพวงแก้ม จมูกรั้นๆ และดวงตาที่ดูดื้อรั้นแม้กระทั่งในลายเส้น... คนคนนั้นคือรณกร
รณกรยืนนิ่ง ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระตุกแรงๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เขาเงยหน้าขึ้นมองภูผาที่บัดนี้ใบหน้าเย็นชาเมื่อครู่ได้เปลี่ยนเป็นความตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดกำลัง
“นี่มัน… อะไรกันครับภูผา” รณกรถามเสียงเบา ความแสบสันที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความสับสนที่ปนเปไปกับความรู้สึกวาบหวามในอก
“เอาคืนมา… รณกร ผมบอกให้เอาคืนมา!” ภูผาพุ่งตัวเข้ามาหมายจะแย่งสมุดคืน แต่รณกรเบี่ยงตัวหลบด้วยความไว
“ถ้าผมไม่เอาคืน แล้วคุณจะทำไม? จะตะโกนใส่ผม หรือจะวาดรูปผมลงในนี้เพิ่มอีกสักหน้าดีล่ะครับ?” รณกรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากเชิงประชดประชันเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด
ภูผาหยุดชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความเงียบในห้องเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นบรรยากาศที่หวานล้ำจนน่าใจหาย สถาปนิกหนุ่มผู้เคยยึดมั่นในกฎเกณฑ์และระเบียบวินัย บัดนี้กลับถูกรุกไล่ด้วยหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขาสะสมความรู้สึกไว้เงียบๆ มาตลอด
“ผม… ผมแค่อยากลองฝึกฝนการลงแสงเงากับใบหน้าที่… น่ารำคาญที่สุดที่ผมเคยรู้จัก” ภูผาตอบด้วยเสียงที่เริ่มแหบพร่า สายตาของเขายังคงจับจ้องที่รณกรไม่วางตา
รณกรหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าหาภูผาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเรียวของเขาวางลงบนแผงอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่ม สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรัว
“งั้นเหรอครับ? แล้วถ้าผมบอกว่า… ผมไม่ได้อยากให้คุณฝึกแค่กับกระดาษล่ะ?”
รณกรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน ภูผาผ่อนลมหายใจยาวก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยความเร็วที่เหนือคาด มือหนาเชยคางอีกฝ่ายขึ้นอย่างถือดี ความซึนเดเระที่เคยสร้างกำแพงไว้บัดนี้พังทลายลงสิ้นเหลือเพียงความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
“อย่าท้าทายผมตอนที่คุณยังไม่มีทางหนีเลย รณกร”
ภูผาเอ่ยเสียงต่ำพร้อมกับขยับใบหน้าเข้าไปใกล้หมายจะปิดริมฝีปากนั่นให้สิ้นเรื่อง แต่ทันใดนั้น—
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
“คุณภูผาครับ! ทีมงานฝ่ายผลิตรอตรวจแบบอยู่นะครับ ได้ยินว่าคุณรณกรเข้าไปคุยงานข้างในนานแล้ว เรียบร้อยหรือยังครับ?”
เสียงตะโกนจากธีรภัทรที่ดังขึ้นหน้าประตูห้องทำงาน ทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต รณกรหน้าแดงระเรื่อในขณะที่ภูผาสบถเบาๆ ในลำคอพร้อมกับคว้าสมุดสเกตในมือรณกรกลับมาได้สำเร็จ
ก่อนที่ภูผาจะเดินไปเปิดประตู เขาก็หันกลับมามองรณกรที่ยังคงยืนค้างด้วยสายตาที่อ่านยาก—มันเป็นสายตาของนักล่าที่เพิ่งถูกขัดจังหวะ แต่ทว่าเป้าหมายยังคงอยู่ตรงหน้า
“คืนนี้… อย่าเพิ่งกลับ” ภูผาเอ่ยทิ้งท้ายเสียงเข้มก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับธีรภัทรที่ยืนยิ้มกริ่มมองเข้ามาด้วยสายตาจับผิด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้ด้วยกันนะครับ ไฟเยอร์บลัดจะรอพาทุกท่านไปสู่บทถัดไปอย่างเร้าใจครับ!
สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 15
ความลับในแบบร่าง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!