"ถ้าหนูยังดึงดันจะเปิดไพ่ใบนั้นต่อ ความลับที่หนูพยายามซ่อนไว้ก้นบึ้งของหัวใจ... จะไม่มีวันได้กลับมาเป็นความลับอีกเลยนะคะ รินทร์"
น้ำเสียงของอาจารย์มินตราเรียบสนทนา แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในคืนเดือนมืด ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินโบราณสลักอักขระขอมกดทับหลังมือของฉันไว้เบาๆ ทว่าน้ำหนักนั้นมั่นคงเสียจนฉันขยับหนีไม่ได้ กลิ่นอายจางๆ ของกำยานจันทน์หอมผสมกลิ่นกระดาษเก่าลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบชั้นสามของตึกคณะมนุษยศาสตร์ เงาตะคุ่มของชั้นหนังสือไม้สักสูงจรดเพดานทอดตัวยาวลงมาคล้ายกรงขังขนาดย่อม
ฉันชักมือกลับอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นระรัวในอกจนแทบทะลุออกมาปะทะกับกระดูกซี่โครง ปลายนิ้วยังคงสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสผิวด้านของสำรับไพ่ทาโรต์ขอบทองสำริด ชุด *‘Grand Arcana of the Cursed Veil’* ที่เพิ่งตกทอดมาถึงมือเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ใช่ไพ่ธรรมดา แต่มันคือสื่อกลาง—ระบบนำทางอันตรายที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของผู้ใช้เข้ากับความมืดมิดที่มนุษย์ไม่ควรล่วงรู้
"หนูแค่... อยากรู้ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นค่ะอาจารย์" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลคู่คมกริบของอาจารย์สาวที่มักจะซ่อนความลับนับร้อยไว้เบื้องหลังกรอบแว่นทรงหยดน้ำ "ทุกครั้งที่เกิดคดีประหลาดในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไพ่มักจะเตือนล่วงหน้าเสมอ... ทำไมหนูจะต้องกลัวความจริงด้วยล่ะคะ"
อาจารย์มินตราถอนหายใจยาวนาน แววตาไหววูบไปชั่วขณะราวกับกำลังมองทะลุผ่านร่างฉันไปยังอดีตอันเจ็บปวดบางอย่าง รอยยับย่นที่หางตาเล็กน้อยไม่ได้ลดทอนความงดงามเยือกเย็นของเธอลงเลย กลับยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขามในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทโบราณและอาจารย์พิเศษผู้กุมกุญแจไขคดีลี้ลับของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
"ความจริงบางอย่าง ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เราค้นพบตั้งแต่ก่อนมันเกิดขึ้นนะคะรินทร์" อาจารย์มินตราลุกขึ้นยืนช้าๆ เสื้อคลุมผ้าลินินสีเทาเข้มสะพัดตามการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นท่าทีสง่างามแต่น่าเกรงขาม "ไพ่ทาโรต์ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่มันกำลัง *'ดึงดูด'* อนาคตเข้ามาหาหนต่างหาก ยิ่งหนูพยายามเปิดมันมากเท่าไหร่ ประตูระหว่างโลกคนเป็นกับโลกของสิ่งที่ตายไปแล้วก็จะยิ่งเปิดกว้างขึ้นเท่านั้น"
เธอกวาดสายตามองสำรับไพ่ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ขัดมัน
ในฐานะนักศึกษาปีสามเอกมานุษยวิทยาผู้มีญาณทิพย์ติดตัวตั้งแต่เกิด ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเสียงกระซิบแปลกประหลาดและความรู้สึกหนาวเหน็บยามมีภัยมาเยือน แต่ระบบญาณทิพย์ของฉันไม่เคยเสถียร มันมักจะทำงานสลับขั้ว ปรากฏเป็นภาพนิมิตรางเลือนที่ต้องอาศัย 'ไพ่ทาโรต์' เป็นตัวถอดรหัสเชิงระบบ ถึงกระนั้น ทุกครั้งที่ไพ่ทำหน้าที่ของมัน ร่างกายและจิตใจของฉันก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง ราวกับพลังชีวิตถูกสูบฉีดออกไปทีละน้อย
"แต่ถ้าหนูไม่ทำ... ใครจะช่วยพวกเขากันล่ะคะ" ฉันกัดริมฝีปากแน่น นึกถึงข่าวลือหนาหูเรื่องนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสองที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อคืนวาน ณ บริเวณอาคารปฏิบัติการร้างหลังมอ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีกล้องวงจรปิดตัวใดจับภาพไว้ได้ ราวกับว่าเขาเดินหายลับเข้าไปในรอยแยกของอากาศ
ฉันตัดสินใจไม่สนใจคำเตือน ปลายนิ้วเรียวกดลงบนสำรับไพ่ ตั้งจิตอธิษฐานถึงพลังงานเบื้องบนและครูบาอาจารย์ผู้ล่วงลับ หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมสมาธิ สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปตามปลายนิ้ว ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากผิวไพ่ขึ้นมาสู่แขน ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเวลาหยุดเดิน มีเพียงเสียงลมหายใจของฉันและอาจารย์มินตราเท่านั้น
*พรึบ.*
เสียงกระดาษเนื้อหนาเสียดสีกันเบาๆ ยามที่ฉันใช้วิธีสับไพ่แบบโบราณ—วิธีที่อาจารย์มินตราเป็นคนสอนเองกับมือ พลังงานแปลกประหลาดไหลเวียนเข้าสู่ร่าง กลิ่นอายความอับชื้นของดินชื้นแฉะและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทั้งที่หน้าต่างห้องปิดสนิท
"ดื้อด้านเสียจริงนะเด็กคนนี้" น้ำเสียงของอาจารย์มินตราดังขึ้นใกล้กว่าเดิม เธอก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง มือเรียวเอื้อมมาวางทับบนหลังมือของฉันอีกครั้ง ครั้งนี้สัมผัสของเธอกลับเย็นเฉียบราوน้ำแข็ง "ถ้าอยากรู้นัก... ก็เปิดสิคะ ไพ่ใบแรกที่จะกำหนดชะตากรรมของคืนนี้"
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก, ควบคุมสมาธิไม่ให้มือสั่น, แล้วหงายไพ่ใบบนสุดขึ้นช้าๆ
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะสาดกระทบลงบนหน้าไพ่
ภาพวาดหมึกดำบนพื้นหลังสีเลือดหมู ปรากฏรูปสลักของหอคอยโบราณที่ถูกสายฟ้าฟาดผ่าจนพังทลาย ผู้คนกำลังร่วงหล่นลงมาจากยอดตึกท่ามกลางความมืดมิด ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ
—**The Tower (ไพ่ตึกถล่ม)** ในตำแหน่งกลับหัว
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความหนาแน่นของอากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ภาพนิมิตซ้อนทับเข้ามาในหัวทันที—เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังมาจากความมืด, กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ถูกปิดตาย, และหยดเลือดสดๆ ที่ไหลรินลงมาจากเพดานห้องสมุดเก่าแก่
ทว่า... ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งสติกับภาพความตายที่ปรากฏตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยและน่าสยดสยองก็ดังขึ้นในหัว สมองส่วนลึกสั่นสะเทือนพร้อมกับตัวหนังสือสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางห้วงความคิด ราวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮกจากเบื้องล่าง
[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ระดับ SSS]
[เป้าหมาย: ตรวจพบเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง ณ อาคารสมุดเก่า (โซน C) เวลา 00:00 น. ตรง]
[เงื่อนไขเวลา: เหลือเวลาอีก 43 นาทีก่อนที่เหยื่อรายแรกจะหมดลมหายใจ]
[คำเตือนจากระบบ: ฆาตกรกำลังจ้องมองท่านผ่านสำรับไพ่... และมันรู้ว่าท่านกำลังเปิดไพ่ใบไหนอยู่]
ลมพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างห้องทำงานกระแทกกับวงกบเสียงดังสนั่น *ปัง!* เปลวไฟจากตะเกียงบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเหลือเพียงแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามา และก่อนที่ฉันจะทันได้เปล่งเสียงร้องเรียกอาจารย์มินตรา มือที่เคยอบอุ่นของอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง—กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมล่าชีวิตค่ะ... รินทร์"*
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาสุดลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
อาจารย์สาวกับคำสาปในสำรับไพ่ที่ตายแล้ว•ตอนที่ 1
ไพ่ใบที่ไม่มีวันเปลี่ยน
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์สาวกับคำสาปในสำรับไพ่ที่ตายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!