เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกิลด์ชั้นสาม มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นจังหวะการวางที่จงใจแสดงถึงอำนาจและการกดดันอย่างเงียบเชียบ
"คีย์... นายแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะเลือกดันเจี้ยนเขตแดนรกร้างแห่งนั้น? ตามกำหนดการของสถาบันฝึกหัด มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นเลเวลศูนย์เข้าไปเดินเล่นชมวิวเล่น ๆ นะคะ"
เสียงหวานใสแต่เจือด้วยความระอาใจดังขึ้นจากหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยวดยวง เซร่าในชุดเครื่องแบบบอดี้สูทเข้ารูปสีดำสนิทสำหรับออกปฏิบัติภารกิจกำลังยืนกอดอก ดวงตาสีม่วงเข้มคู่นั้นมองตรงมายังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเก่าคร่ำคร่า
คีย์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่กำลังแสดงแผนที่ภูมิประเทศแบบสามมิติ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับลากเส้นจำลองเส้นทางเดินข้ามผ่านซากปรักหักพังของโบราณสถานในเกม *Artifact Online* อย่างใจเย็น แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนแว่นกรอบบางของเขา ทอดเงายาวทับดวงตานิ่งสงบที่ยากจะคาดเดาความคิด
"ความยากระดับ S สำหรับปาร์ตี้ห้าคน... แต่ฉันลงทะเบียนแค่สองคน ระบบของสถาบันคงกำลังคลั่งน่าดูที่เห็นชื่อเรารอดพ้นจากระบบคัดกรองอัตโนมัติมาได้" คีย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นกลัว "อีกอย่าง... พวกเราไม่ได้ไปเดินเล่นชมวิวค่ะ เซร่า"
คำว่า 'พวกเรา' ที่ถูกเน้นเสียงเบา ๆ ทำเอาหัวใจของมอนสเตอร์ระดับตำนานกระตุกวูบ ความเย็นชาที่เธอเคยใช้ข่มขู่ผู้เล่นคนอื่นมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกอิ่มเอมจนแทบจะล้นทะลักออกมาจากอก เซร่าเม้มริมฝีปากแน่นพยายามซ่อนรอยยิ้มกว้างที่กำลังจะฉีกถึงใบหู ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนก่อนหน้าที่เขาเอ่ยปากยอมรับการติดตามของเธอวนเวียนกลับมาซ้ำ ๆ ในหัว *'ในที่สุด... นายท่านก็หาฉันเจอจนได้นะคะ... ต่อจากนี้ไป เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว... ตลอดกาลค่ะ'* ประโยคหวานเชื่อมนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
"ถ้าคุณนายท่านต้องการแบบนั้น เซร่าก็พร้อมจะกวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลองอยู่แล้วค่ะ" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นออดอ้อนทันทีที่โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกไม้ป่าในยามค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก คีย์เพียงแค่เอียงตัวหลบเล็กน้อยด้วยความเคยชิน ก่อนจะปัดหน้าจอโฮโลแกรมทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
บรรยากาศภายในรถขนส่งมวลชนเวทมนตร์เคลื่อนที่ค่อนข้างอึดอัด ผู้เล่นฝึกหัดคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนเดียวกันต่างส่งสายตาวิพากษ์วิจารณ์มายังมุมอับที่ทั้งคู่นั่งอยู่ เสียงซุบซิบนินทากลุ่มใหญ่ดังลอดเข้ามาในโสประสาทไม่ขาดสาย
"ดูไอ้เด็กเลเวลศูนย์นั่นสิ... กล้าดียังไงถึงพา NPC สายต่อสู้ระดับสูงมาลงดันเจี้ยนภาคสนามด้วย? แบบนี้มันโกงระบบชัด ๆ!"
"แถมยังเป็น NPC ที่สวยหยาดเยิ้มขนาดนั้น... ฉันได้ยินมาว่ามันใช้บั๊กประหลาดในการผูกพันธะสัญญานะแก ระวังตัวไว้เถอะ เดี๋ยวคงโดนระบบแบนยกตี้"
คีย์ทำราวกับไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้น เขากำลังหลับตาลงเพื่อทบทวนข้อมูลโครงสร้างโค้ดของดันเจี้ยน *'หุบเขาเงาอสูร' (Abyssal Rift)* ที่เขาแอบเจาะเข้าระบบไปดูเมื่อคืนที่ผ่านมา ดันเจี้ยนนี้มีความพิเศษตรงที่มันไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บเลเวลธรรมดา แต่เป็นรอยต่อระหว่างมิติที่โปรแกรมเมอร์รุ่นก่อนทิ้ง ‘ช่องโหว่’ เอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างคีย์โปรดปรานยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าใด ๆ ในเกม
"นายท่านคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น พร้อมกับความอบอุ่นที่บริเวณหลังมือ เซร่าถือวิสาสะเอื้อมมือมาสัมผัสปลายนิ้วของเขา นิ้วเรียวเล็กไล้ผ่านรอยแผลเป็นจาง ๆ บนหลังมือของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม "มนุษย์พวกนั้น... ส่งเสียงน่ารำคาญเสียจริง อยากให้ฉันช่วย ‘จัดการ’ ให้พวกเขาเงียบลงถาวรไหมคะ?"
ดวงตาสีม่วงเข้มของเซร่าฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนผู้เล่นที่นั่งอยู่แถวหน้าเริ่มตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บโดยไม่ทราบสาเหตุ
คีย์ลืมตาขึ้น เขาปรายตามองหญิงสาวข้างกายเล็กน้อย ก่อนจะพลิกมือกลับไปกุมมือเรียวนั้นไว้หลวม ๆ เป็นเชิงห้ามปราม
"อย่าเพิ่งสร้างเรื่องน่าปวดหัวตอนนี้ค่ะ เซร่า เรายังต้องอาศัยชื่อเสียงในฐานะนักเรียนทุนตัวอย่างเพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลระดับลึกของสถาบัน... การฆ่าคนกลางรถขนส่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในการประหยัดเวลา"
แม้จะเป็นการห้ามปรามที่ดูไร้ซึ่งความโรแมนติกโดยสิ้นเชิง ทว่าสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่กุมไว้กลับทำให้เซร่ารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังละลาย เธอยอมพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย "ตามใจนายท่านค่ะ... ถ้าคุณบอกว่าไม่จำเป็น เซร่าก็จะอดทนรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมนะคะ"
*กริ๊งงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยของระบบดังสนั่นหวั่นไหว รถขนส่งเวทมนตร์สะเทือนอย่างรุนแรงจนทุกคนในห้องโถงต้องคว้าพนัก1ที่นั่งไว้แน่น หน้าจอแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าผู้เล่นทุกคนพร้อมกัน
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของเส้นทาง! ยานพาหนะหลุดออกนอกเส้นทางสู่เขตแดนต้องห้ามระดับ EX]
[คำเตือน: ผู้เล่นทั้งหมดไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายกลับเมืองได้จนกว่าจะเคลียร์เงื่อนไขพิเศษ]
เสียงโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วคันรถ ผู้เล่นหลายคนหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น คีย์กลับค่อย ๆ ขยับแว่นตาของตนเอง รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างช้า ๆ
ผิดกับเซร่าที่หรี่ตาลงมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวของป่าดงดิบโบราณกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมตัวรถ และสิ่งที่รออยู่เบื้องนอกนั้น... ไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไปตามที่ระบบควรจะจัดเตรียมไว้
"ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาต้อนรับพวกเราเร็วกว่ากำหนดนะคะ นายท่าน" เซร่าเอ่ยเสียงกระซิบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าสวยหวาน ขณะที่พลังออร่าสีดำทมิฬเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเธอทีละน้อย
คีย์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ หยิบมีดสั้นเล่มเล็กขึ้นมาควงเล่นในมือ สายตาคมกริบมองทะลุกระจกออกไปเบื้องหน้า และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูรถขนส่งก็ถูกกระชากให้หลุดออกด้วยกรงเล็บขนาดยักษ์ของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง!
[แจ้งเตือนด่วน: ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'แขกผู้มาเยือนจากนรกภูมิ' - ผู้เล่นคีย์เผชิญหน้ากับบอสลับนอกตำรา: 'ราชันย์หมาป่ากลืนวิญญาณ (ระดับวิวัฒนาการ)']
[ระบบตรวจพบความผิดปกติของรหัสโค้ด... กำลังทำการเขียนทับ... 3... 2... 1...]
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน" มาโดยตลอดนะคะ!)
ระบบบั๊กเลเวล 0 พี่เลี้ยงตัวร้ายที่ใครก็อยากครอบครอง•ตอนที่ 9
ทริปเรียนรวม: ร้ายกาจกว่ามอนสเตอร์คือเพื่อนร่วมห้อง
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบั๊กเลเวล 0 พี่เลี้ยงตัวร้ายที่ใครก็อยากครอบครอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!