ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นทุกครั้งที่คมดาบเล่มมหึมาครูดไปกับพื้นหินแกรนิตโบราณของดันเจี้ยนชั้นที่สิบห้า กลิ่นอายความกดดันระดับยับยั้งวิญญาณแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นของแข็ง เซร่าสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณดิบของมอนสเตอร์ระดับตำนานกรีดร้องเตือนภัยในสมอง เธอขยับกายเข้ามาขวางหน้าคีย์โดยอัตโนมัติ พร้อมกับพลังมานาสีนิลที่เริ่มหมุนวนรอบฝ่ามือเรียวบาง
"ระวังค่ะ นายท่าน... หญิงคนนั้นไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา" เสียงกระซิบของเซร่าสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นพลังกดดันที่บริสุทธิ์จนน่าสะพรึงกลัวที่กำลังพุ่งตรงมา
ทว่าคีย์กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้ค่าเลนส์ยังคงนิ่งสงบ เขายกมือซ้ายขึ้นห้ามเซร่าเบาๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าจออินเตอร์เฟซโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเป็นจังหวะ ราวกับกำลังรอคอยบทเพลงซิมโฟนีบทสุดท้ายให้บรรเลงจนจบ
ม่านหมอกสีขาวโพลนฉีกขาดออก เผยให้เห็นเรือนร่างระหงในชุดเกราะผ้าคลุมสีบริสุทธิ์ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองของผนังถ้ำ ใบหน้านั้นงดงามราวกับเทพธิดาหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ แต่แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดุจดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ถูกควบคุมด้วยกลไก
"เจอตัวแล้ว... เจ้าหนูนักรีดไถบั๊ก" เสียงหวานใสดังก้องกังวาน ทว่าเย็นเยียบเสียจนกระดูกสันหลังเย็นวาบ
กิลด์ทมิฬที่เหลือรอดอยู่อีกราวสี่สิบชีวิตด้านหลังส่งเสียงฮือฮาด้วยความโล่งอก หัวหน้าหน่วยจู่โจมของพวกมันหัวเราะรơiออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นผู้มาใหม่
"ฮ่าๆๆ! นั่นมัน 'ท่านลูเซียน' อาวุธลับระดับท็อปเซิร์ฟเวอร์ที่ท่านกิลด์มาสเตอร์ซ่อนไว้! คราวนี้ไอ้เด็กเวรตะไลกับอียักษ์ข้างกายแกไม่รอดแน่ เตรียมตัวโดนลบตัวละครทิ้งซะเถอะ!"
คำขู่เหล่านั้นลอยผ่านหูคีย์ไปราวกับเสียงลมพัดผ่าน เขายังคงจ้องมองหน้าจอระบบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เซร่าผู้คุ้นเคยกับเขาดีถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เพราะเธ้ารู้ดีว่า... เมื่อไหร่ก็ตามที่รอยยิ้มนี้ปรากฏขึ้น แปลว่ามีใครบางคนกำลังจะเดินลงหลุมพรางที่เขาขุดรอไว้ลึกที่สุด
"พวกคุณคิดว่า... ดาบเล่มนั้นหนักกี่กิโลกรัมเหรอคะ?" คีย์เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ คำถามที่ดูไม่เข้าสถานการณ์ทำเอาทุกคนชะงัก
ลูเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอชะתาฝีเท้าที่กำลังพุ่งเข้ามา ดาบยักษ์ถูกยกขึ้นตั้งตรงอย่างมั่นคง "เจ้าพูดเรื่องอะไรของแก?"
"น้ำหนักของดาบระดับเทพเจ้า 'เกรทโวลดิอัส' เล่มนั้น คือสี่ร้อยเจ็ดสิบสองกิโลกรัม... แต่ถ้ารวมเอฟเฟกต์น้ำหนักทับซ้อนจากสกิลติดตัว 'ความยุติธรรมอันหนักหน่วง' ของกิลด์ทมิฬที่คอยสนับสนุนคุณอยู่ห่างๆล่ะก็ มันจะกลายเป็นแปดร้อยกิโลกรัมพอดิบพอดี" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังบรรยายสภาพอากาศในยามบ่าย
ใบหน้าของลูเซียนเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย ความแม่นยำในตัวเลขนั้นทำให้เธอประหลาดใจ แต่เธอก็ยังคงก้าวเท้าเดินหน้าต่อ "แล้วยังไง? จะถ่วงเวลาด้วยการทายน้ำหนักงั้นเหรอ?"
"เปล่าเลยครับ... ผมแค่คำนวณเอาไว้ว่า แรงกระแทกแปดร้อยกิโลกรัมเมื่อกระทบเข้ากับ 'พื้นผิวเคลือบเรซินเวทมนตร์' ที่ผมเพิ่งเทราดไว้ทั่วพื้นห้องโถงนี้เมื่อหนาทีก่อน มันจะสร้างปฏิกิริยาอะไรขึ้นมาบ้าง"
*คลิیک!*
เสียงกลไกขนาดมหึมาดังขึ้นจากใต้พื้นดิน ทันทีที่ปลายดาบยักษ์ของลูเซียนแตะลงบนพื้นหินแกรนิตเบื้องหน้า ปฏิกิริยาเคมีเชิงเวทมนตร์ที่คีย์แอบเซ็ตอัพไว้ผ่านช่องโหว่ของระบบเควสต์ก็ทำงานอย่างฉับพลัน!
รอยร้าวสีฟ้าเรืองแสงแตกแขนงออกไปราวกับใยแมงมุมในเสี้ยววินาที พื้นห้องโถงกว้างใหญ่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว กิลด์ทมิฬที่ยืนอยู่บนโซนสนับสนุนด้านหลังส่งเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ พื้นดินใต้เท้าของพวกมันก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมพรางไร้ก้นบึ้ง!
"อ๊ากกก!"
"พื้นยุบ! เฮ้ย! ยกเลิกสกิลไม่ได้ ระบบมันบล็อก!"
เสียงกรีดร้องและเสียงแจ้งเตือนการสูญเสียไอเทมระดับแรร์ดังระդับสนั่นหวั่นไหว ทรัพยากร ยาฟื้นพลัง และคริสตัลอัญเชิญนับร้อยชิ้นที่กิลด์ทมิฬสะสมมาเพื่อใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้ ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกพร้อมกับร่างของพวกมันอย่างไร้ทาง防ป้อง คีย์ไม่ได้ลงมือโจมตีพวกมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว... เขาเพียงแค่ปล่อยให้ความโลภและน้ำหนักตัวของพวกมันกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเอง
เซร่าเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้ดูบอบบางแต่กลับกุมชะตากรรมของคนนับร้อยไว้ในกำมืออย่างง่ายดาย หัวใจของมอนสเตอร์สาวเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่... *นายท่านของเธอนี่... น่ากลัวเป็นบ้าเลยค่ะ*
ลูเซียนถอยหลังไปสามก้าวอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอถูกบังคับให้ทรงตัวท่ามกลางแรงโน้มถัดที่แปรปรวน ดาบยักษ์ในมือสั่นเทาเพราะระบบกำลังรีเซ็ตค่าสถานะเนื่องจากฐานสนับสนุนด้านหลังพังทลายลงในพริบตา
"แก... แกทำอะไรลงไป?" ลูเซียนกัดฟันกรอด แววตาไร้ความรู้สึกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยโทสะระอุ
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ... ผมแค่ใช้ประโยชน์จาก 'ความมั่นใจเกินเหตุ' ของพวกคุณก็เท่านั้น" คีย์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละน้อย แว่นตาของเขา
ทว่า ในวินาทีที่คีย์กำลังจะยื่นมือไปแตะหน้าจอระบบเพื่อปิดผนึกการเคลื่อนไหวของลูเซียนอย่างเบ็ดเสร็จ เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วทั้งดันเจี้ยน—ไม่ใช่เสียงระบบสีฟ้าแบบที่คุ้นเคย แต่เป็น *สีแดงเลือดนก* ที่บ่งบอกถึงภัยพิบัติระดับที่ระบบหลักต้องสั่นคลอน
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก: ผู้เล่น [ซีโร่] ทำลายเสถียรภาพของโซนปลอดภัย]
[เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: ปลดผนึกบอสลับดั้งเดิม "ราชินีมังกรเพลิงทมิฬ" ก่อนกำหนด]
[คำเตือน: ตัวละครทั้งหมดในรัศมี 500 เมตร จะถูกดึงเข้าสู่ "เขตแดนพิพากษาเด็ดขาด" โดยไม่มีข้อยกเว้น—]
หน้าจอทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ลมหายใจอุ่นร้อนระอุพัดปะทะต้นคอของคีย์จากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งดังขึ้นชิดใบหู
*"...เจอตัวแล้วนะ เจ้าหนูขโมยบั๊ก... ส่งหัวใจของแกมาให้ฉันซะดีๆ"*
----------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลไกโลกไปกับคีย์และเซร่านะคะ!
ระบบบั๊กเลเวล 0 พี่เลี้ยงตัวร้ายที่ใครก็อยากครอบครอง•ตอนที่ 19
แก้เกมด้วยความเงียบ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบั๊กเลเวล 0 พี่เลี้ยงตัวร้ายที่ใครก็อยากครอบครอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!