กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อและดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่บนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย สำหรับคณินแล้ว สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนห้องขังที่ถูกสร้างขึ้นจากความจริงอันโหดร้าย—ความจริงที่ว่า หัวใจที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี บัดนี้ได้ปิดตายและลั่นกุญแจใส่หน้าเขาอย่างถาวรเสียแล้ว
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา ค่อยๆ กะพริบปรับโฟกัสท่ามกลางแสงไฟสีนวลตา ความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปตามเส้นประสาทบริเวณหน้าอกและศีรษะไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดที่สุมอยู่กลางอกเลย ร่างสูงใหญ่พยายามขยับตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผากขยับเรียกชื่อที่ติดอยู่ในห้วงคำนึงมาตลอดช่วงเวลาที่หมดสติไป
"นับดาว..."
เสียงนั้นแหบพร่าและไร้ซึ่งพลัง เสี้ยววินาทีแรกที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมาเต็มร้อย ภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติไปคือแผ่นหลังที่หันหลังให้ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอย่างไรเสียเธอก็ไม่มีวันไปไหน
ประตูห้องพักวีไอพีถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับร่างของมารดาและเลขาคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าวิตกกังวล ทว่าเมื่อคณินกวาดสายตามองผ่านทั้งสองคนไปด้านหลัง ความว่างเปล่าที่ปรากฏอยู่ตรงนั้นกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกูบ
"คุณแม่... นับดาวล่ะครับ?" น้ำเสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นเครืออย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน มือหนาที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางพยายามจะดึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ออก ทว่ามารดาของเขาต้องรีบเข้ามาห้ามปรามไว้ด้วยแววตาระคนสงสารและตัดพ้อ
"ลูกฟื้นขึ้นมาก็ถามหาแต่ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงคนที่ทิ้งลูกไปในวันที่ลูกกำลังจะตายเนี่ยนะ!" คุณหญิงพรรัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มือเรียวสั่นระริกขณะประคองร่างของบุตรชายให้นอนพิงกับหัวเตียง "ตาณิน... ลูกตาสว่างได้แล้วนะ นับดาวเขาไม่ได้รักเราแล้ว เขาเซ็นใบหย่าให้เราตั้งแต่ก่อนที่ลูกจะเข้าห้องผ่าตัดด้วยซ้ำ เขามีชีวิตใหม่ไปแล้ว!"
คำว่า 'ใบหย่า' และ 'ชีวิตใหม่' ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม คณินนิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบจนชาดิก ภาพของหญิงสาวผู้เรียบร้อย อ่อนหวาน และยอมอดทนต่อความเย็นชาของเขามาตลอดสามปีซ้อนฉายชัดขึ้นมาในหัว นับดาวคนเดิมที่ต่อให้เขาทำร้ายจิตใจแค่ไหนก็ยังคงรอคอยเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับเค้กชิ้นโปรด... นับดาวคนนั้นตายไปแล้วจริงๆ ในวันที่ความอดทนของเธอหมดลง
"ผมทำร้ายเธอเองครับแม่..." คณินหลับตาลง หยาดน้ำลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วยก่อนจะไหลรินลงมาตามกรอบหน้าคมคายอย่างน่าเวทนา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้ชายซึ่งมีพร้อมทุกอย่างกลับรู้สึกว่าตัวเองยากจนที่สุดในโลก "ผมมันโง่เอง... ผมผลักไสคนที่รักผมที่สุดไปกับมือ"
บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังสม่ำเสมอเป็นฉากหลัง คณินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความทรมานจากการตระหนักรู้ว่า "โอกาสสุดท้าย" ได้หลุดลอยไปไกลแสนไกลแล้ว
ทว่า... ท่ามกลางความมืดมนอนธการที่กัดกินขั้วหัวใจ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาด้วยความดื้อรั้น
*ครอบครัว... เขายังอยากมีครอบครัว*
ภาพรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและลักยิ้มที่มุมปากคล้ายคลึงกับเขาไม่ผิดเพี้ยนแวบเข้ามาในหัว สมองของคณินเริ่มประติดประต่อเรื่องราว เด็กคนนั้น... นะโม ลูกชายที่เขาเคยผลักไสและเข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นเด็กที่ไหนไม่รู้ แต่วันนี้ เมื่อลองพิจารณาดูให้ดี ความจริงบางอย่างก็กระจ่างชัดขึ้นในใจ ต่อให้นับดาวจะเกลียดเขาแค่ไหน แต่สายเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเด็กคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา!
"ผมจะไม่ยอมแพ้ครับแม่" คณินลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยหม่นหมองกลับมาลุกโชนด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นระคนดื้อรั้น ความปรารถนาที่จะทวงคืนทั้งภรรยาและลูกชายกลับคืนมากลายเป็นเป้าหมายเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ "นับดาวอาจจะโกรธผม อาจจะเกลียดผม แต่ผมจะไม่ยอมให้ลูกต้องเติบโตมาโดยไม่มีพ่อ... และผมจะไม่ยอมเสียเธอไปตลอดกาล"
คุณหญิงพรรัตน์มองบุตรชายด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ นางรู้ดีว่านิสัยของลูกชายคนนี้เมื่อปักใจอะไรแล้วไม่มีวันเปลี่ยน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายคือคนที่เด็ดเดี่ยวและเย็นชาเสียยิ่งกว่าก้อนหินอย่างนับดาว นางก็ได้แต่ภาวนาให้ปาฏิหาริย์มีจริง
สองวันต่อมา คณินฝืนสังขารออกจากโรงพยาบาลโดยไม่ฟังคำคัดค้านของแพทย์ เป้าหมายแรกของเขาคือบ้านหลังเก่าที่นับดาวเคยอยู่ แม้จะรู้ดีว่าเธอคงย้ายออกไปแล้ว แต่เขาก็ยังหวังว่าจะหลงเหลือเบาะแสอะไรบ้างที่จะนำพาเขาไปหาเธอและลูก
ร่างสูงก้าวลงจากรถยนต์ราคาแพงคันหรู ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วบ้านที่ถูกล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา บรรยากาศรอบตัวเงียบเชียบและไร้ซึ่งเงาของผู้คน ความอ้างว้างแผ่ซ่านเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ทว่าก่อนที่เขาจะหันหลังกลับเพื่อไปตามหาที่อื่น สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีพาสเทลแผ่นเล็กที่เสียบไว้ตรงตู้รับจดหมายหน้าบ้าน ลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำบรรจงอ่านง่าย—ลายมือของนับดาว
หัวใจของคณินเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เขารีบก้าวเข้าไปดึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา
*“ถ้าคุณตามหาเรา... เลิกเสียเวลาเถอะค่ะ เพราะต่อจากนี้ พื้นที่ในใจของเราและลูก ไม่มีที่ยืนให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกแล้ว”*
ข้อความสั้นๆ แต่เฉียบคมราวกับลูกศรที่ปักเข้ากลางใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้คณินต้องชะงักงันและเบิกตากว้าง ไม่ใช่ถ้อยคำตัดเยื่อใยเหล่านั้น... แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและเนยสดที่ติดมากับกระดาษแผ่นนั้น—กลิ่นอายของร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่เขาเคยรำคาญและมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระในอดีต
เบเกอรี่... ร้านเบเกอรี่ที่เธอเคยเอ่ยปากชวนเขาไปชิมเมื่อหลายปีก่อน แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธและปล่อยให้เธอนั่งทานคนเดียว
ริมฝีปากหยักยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เขารู้แล้วว่าต้องไปตามหาเธอที่ไหน
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกไปจากหน้าบ้านหลังนั้นทันที ทว่าในขณะที่คณินกำลังเร่งรีบมุ่งหน้าสู่ย่านการค้าใจกลางเมืองเพื่อตามล่าหาร้านเบเกอรี่ของอดีตภรรยา เขากลับไม่รู้เลยว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองตามรถของเขามาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม
นับดาวในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดตาและผ้ากันเปื้อนสีเบจ ยืนอุ้มน้องนะโมไว้แนบอก ดวงตากลมโตคู่สวยมองตามรถคันที่คุ้นเคยด้วยแววตานิ่งสงบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความอาลัย มีเพียงความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่ภายใน
"คุณแม่ครับ นั่นคุณพ่อหรือเปล่า?" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้น พร้อมกับนิ้วป้อมๆ ที่ชี้ไปยังรถยนต์ที่กำลังลับตาไป
นับดาวก้มลงมองลูกชายสุดที่รัก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม เธอใช้นิ้วเรียี่ยเกลี่ยแก้มนุ่มนิ่มของลูกน้อยเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง
"ไม่ใช่หรอกค่ะคนเก่ง... คุณพ่อเขากำลังไปทำธุระต่างหากล่ะคะ"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก กลิ่นอายของแป้งอบใหม่ลอยล่องมาจากร้านด้านหลัง—ร้านเบเกอรี่ที่เธอสร้างมันขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและเศษเสี้ยวหัวใจที่แตกสลาย จนบัดนี้มันเติบโตและกลายเป็นอาณาจักรเล็กๆ ที่มอบอิสรภาพและศักดิ์ศรีให้กับเธอคืนมา
นับดาวหันหลังให้กับอดีต กำลังจะก้าวเดินกลับเข้าไปในร้านพร้อมกับลูกชาย เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวันที่เธอกล้าพอจะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะผลักประตูกระจกของร้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความสงบสุขนั้น
หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย ทว่าเมื่อเธอกดรับ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าตกใจก็ดังลอดเข้ามาในสาย พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของเธอดับวูบลงทันที
*"นับดาว... ผมรู้แล้วว่าลูกของเราอยู่ที่ไหน และต่อให้เธอจะหนีผมไปสุดหล้าฟ้าเขียว ผมก็จะพลิกแผ่นดินตามหากลับมา... เตรียมตัวต้อนรับสามีคนนี้กลับบ้านได้เลยครับที่รัก"*
คณินไม่ได้ขับรถไปหาร้านเบเกอรี่... แต่เขายืนอยู่หน้าร้านของเธอแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนผ่านกระจกใสจากด้านหลัง!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความเจ็บปวดและการเติบโตครั้งนี้ด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพูตื่นเต้นและซาบซึ้งใจเหลือเกินค่ะที่ได้พาตัวละครเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในบทสรุปส่งท้ายอันเข้มข้นสะใจในตอนหน้านะคะ!
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 29
เริ่มต้นใหม่ในวันที่สายเกินไป...หรือพอดี
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!