"ปล่อยลูกชายฉันเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดกร้าวของนับดาวไม่ได้เบาบางลงเลยแม้จะเต็มไปด้วยความสั่นเครือ เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนเล็กของน้องนะโมมาไว้ข้างกาย ราวกับแม่เสือที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากคมเขี้ยวของพรานล่าสัตว์ สองมือสั่นระริกขณะที่สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้า
คณินไม่ได้ขยับกายหนี เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีเกลียดชังที่ได้รับ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ซุกหน้าลงกับขาของนับดาว ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจเขามาตลอดหลายปี เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความประหม่าที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น
"เด็กคนนี้... ชื่ออะไร" คณินเค้นเสียงถาม เสียงของเขามันแหบพร่าจนเกือบจะเป็นการกระซิบ
"มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ" นับดาวตอบกลับทันควัน เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ร่างบางเบี่ยงตัวหมายจะพาลูกเดินเลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้น แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมเข้าข้างเธอเลย เมื่อก้าวแรกที่ขยับออกไป มือหนาของคณินก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
"นับดาว... อย่าทำให้ฉันต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้ แค่ตอบมาว่าเด็กคนนี้คือใคร!"
"เขาก็แค่เด็กคนหนึ่ง! เด็กที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนเย็นชาอย่างคุณ ปล่อยฉันนะคณิน ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันแจ้งความข้อหาคุกคาม"
คณินชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็กผสมกับกลิ่นคุกกี้อบสดใหม่จากตะกร้าในมือของเธอ ทำให้เขานึกย้อนไปถึงวันที่เขาเคยละเลยผู้หญิงคนนี้ ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความเดียวดายในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพัง ทว่าวินาทีนั้นเองที่สายตาของเขาสะดุดเข้ากับบางอย่าง...
น้องนะโมที่เงยหน้าขึ้นจากขาของผู้เป็นแม่ ดวงตากลมโตคู่สวยนั้นช่างเหมือนกับนัยน์ตาของเขาเสียเหลือเกิน ไม่ใช่แค่ดวงตา แต่เป็นสันจมูกโด่งรั้นที่ดูอ่อนเยาว์กว่าแต่ก็ชัดเจนว่าเป็นพิมพ์เดียวกันอย่างไร้ที่ติ หัวใจของคณินกระตุกวูบราวกับถูกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็น
นี่มัน... เป็นไปไม่ได้
"นะโมครับ ไปรอแม่ที่รถก่อนนะลูก" นับดาวสั่งเสียงเรียบ พยายามรักษาความสงบในน้ำเสียงไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้องนะโมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ออกไปตามทางเดิน เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดังจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคณินในตอนนี้
"มองอะไรคะ?" นับดาวถามพลางกระชากมือกลับเมื่อคณินเผลอคลายแรงยึด "มองให้พอใจเลยค่ะ แล้วกลับไปเสีย เพราะคนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องชีวิตของฉันและลูกอีกต่อไป"
"ลูก... เธอเพิ่งพูดว่าลูกอย่างนั้นเหรอ" คณินทวนคำ รอยยิ้มสมเพชตัวเองผุดขึ้นที่มุมปาก "เราแต่งงานกันมาสามปี เธอไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีแม้แต่เงาของเด็กในบ้านหลังนั้น แล้วจู่ๆ เด็กคนนี้โผล่มาจากไหน นับดาว... อย่าคิดว่าฉันโง่"
"ใช่ค่ะ คุณมันโง่จริงๆ โง่มาตลอด... โง่จนไม่รู้ว่าตอนที่เราหย่ากัน วันนั้นฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งท้อง"
น้ำเสียงของนับดาวนิ่งเรียบ ทว่ามันกลับบาดลึกจนคณินรู้สึกเหมือนถูกของมีคมกรีดกลางอก ความเย็นชารอบกายเขาสลายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์
"นับดาว... เธอจะบอกว่า..."
"ใช่ค่ะ เขาสมควรจะมีพ่อ แต่ไม่ใช่คนที่มองข้ามความรักของเขาไปจนวันตาย" นับดาวหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้คณินยืนเคว้งคว้างท่ามกลางความเงียบงัน
คณินไม่ได้ตามไป เขาทำได้เพียงยืนนิ่ง ดวงตาสั่นระริกมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนสุดสายตา ภาพของน้องนะโมที่หัวเราะร่าและใบหน้าที่เหมือนเขาอย่างกับถอดแบบกันมามันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงตรงหน้า
ทว่า ในขณะที่คณินกำลังจะก้าวเดินตามไปเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่บนพื้นตรงจุดที่น้องนะโมยืนอยู่ก่อนหน้า เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่หน้าปกมีสติกเกอร์รูปไดโนเสาร์แปะอยู่
เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมา มือสั่นเทาขณะที่เปิดหน้าแรกออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เหน็บไว้ด้านใน... เป็นรูปถ่ายอัลตราซาวด์สีซีดจางของเด็กน้อยที่ยังเป็นเพียงทารกในครรภ์ และลายมือเขียนด้วยหมึกสีฟ้าตัวบรรจงไว้ว่า 'ของขวัญเพียงหนึ่งเดียวจาก... พ่อที่ไม่เคยรู้จัก'
คณินเข่าอ่อนลงทันที ความจริงที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดมานานปีถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้เอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นและเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการค้นพบครั้งสำคัญของนับดาวและคณินนะคะ เมฆหมอกสีชมพูสัญญาว่าจะพาไปสู่บทสรุปที่เข้มข้นยิ่งกว่านี้ในตอนหน้าค่ะ
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 11
ความสงสัยที่ก่อตัว
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!