กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 12

กระบี่พิทักษ์คู่ขนาน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องเกล็ดหิมะโปรยปรายราวกับกลีบดอกเหมยที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี ในหุบเหวอสูรโลกันตร์ เสียงคำรามดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดินจนหินผาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เฟิ่งอู่เฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือขวากำด้ามกระบี่วิปลาสแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่ในตันทียนปั่นป่วนราวกับคลั่งไคล้ ทะลักย้อนกลับเข้าโจมตีเส้นชีพจรของตนเองเพราะฝืนใช้เคล็ดวิชาฝืนลิขิตฟ้าเกินขอบเขต เบื้องหน้าของเขามีร่างมหึมาของราชสีห์อัคคีทมิฬ อสูรบรรพกาลขั้นบรรลุเซียนที่แยกเขี้ยวขาวโพลนเตรียมตะปบลงมาปลิดชีพ "เจ้ามนุษย์โง่เง่า! ข้าเตือนแล้วว่าอย่าฝืนใช้กระบวนท่าที่สามของวิชากระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์! ตอนนี้ตันทียนของเจ้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แล้ว สมน้ำหน้า! ข้าต้องมาแหลกสลายไปพร้อมกับเจ้าไอ้มนุษย์บ้าเลือดนี่จริงๆ หรือเนี่ย!" เสียงโวยวายของเจ้าจิ้งจอกอเพลิงที่สิงสู่อยู่ในจิตวิญญาณดังสะท้อนก้องในหัวของเขา แต่วินาทีนั้น เฟิ่งอู่เฉินทำได้เพียงแย้มยิ้มเย้ยหยันโชคชะตา ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันแต่วาบหวิวด้วยความอ่อนล้า เขารู้ดีว่าความตายอยู่ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น ราชสีห์อัคคีทมิฬคำรามลั่น กรงเล็บมหึมาแฝงเพลิงโลกันตร์พุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะของเขาในพริบตา ความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็นเซียนแท้ๆ ก็หลบไม่พ้น เฟิ่งอู่เฉินหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม กระบี่วิปลาสในมือสั่นระริกราวกับร่ำไห้ *ฟรึบ!* ประกายแสงสีเงินยวดยวงสว่างวาบขึ้นราวกับดาราดับแสง ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเหว อุณหภูมิรอบกายลดลงถึงจุดเยือกแข็งในชั่วพริบตา ปราณกระบี่บริสุทธิ์อันเย็นเยียบสายหนึ่งแผ่ซ่านปกคลุมร่างของเฟิ่งอู่เฉินไว้ราวกับเกราะแก้ว ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมยร้อยลี้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างเงียบเชเชียบ นางไม่ได้เอ่ยคำใด แว่นตาสีมุกและใบหน้างามล้ำเลิศที่เรียบนิ่งราดรดด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี หลินซูเยว่ยกมือขึ้นวาดกระบี่เซียนในมือออกไปเบาๆ *ฉับพลัน!* เกล็ดหิมะนับล้านกลายเป็นคมกระบี่นับพันเลิศ พุ่งทะยานสวนทางกรงเล็บอัคคีด้วยอานุภาพที่สะท้านสะเทือนสวรรค์ เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดของราชสีห์อัคคีทมิฬดังลั่นสนั่นป่า มันถูกแรงปะทะอันมหาศาลซัดจนกระเด็นลอยละลิ่วชนเข้ากับผนังหุบเหว จนหินผาถล่มลงมาทับถมร่างมันจมหายไปในพริบตา ความเงียบงันกลับคืนสู่หุบเหวอสูรอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหิมะโปรยปรายและลมหายใจแผ่วเบาของเฟิ่งอู่เฉิน หลินซูเยว่เก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนุ่มนวล นางหันกลับมามองบุรุษที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง แววตาคู่คมที่ปกติว่างเปล่าไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำยามต้องลมหนาว นางย่อกายลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกแตะลงที่ชีพจรบริเวณข้อมือของเขาถ่าย "เจ้า... โง่เง่าถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" น้ำเสียงของนางราบเรียบและเย็นชาตามเคย ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เฟิ่งอู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตานอนาง มุมปากเปื้อนโลหิตแย้มยิ้มกวนประสาทตามนิสัยเดิม แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่าง "หากข้าไม่ทำเช่นนั้น... แล้วข้าจะได้เห็นแม่นางซูเยว่แสดงฝีมือช่วยชีวิตข้าเช่นนี้หรือ?" เขาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะแหบพร่า "แค้นใจนัก... ที่ต้องติดหนี้ชีวิตสตรีผู้เยือกเย็นที่สุดในใต้หล้า" หลินซูเยว่ขมวดคิ้วมุ่น นางตบลงที่หน้าอกของเขาเบาๆ เพื่อส่งพลังปราณเซียนบริสุทธิ์เข้าไปช่วยสมานเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้น "หุบปากซะ หากเจ้ายังพูดมาก ข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นอาหารของราชสีห์ตัวนั้นเสีย" ทว่าการกระทำของนางกลับอ่อนโยนและระมัดระวังยิ่งนัก ปราณเซียนบริสุทธิ์ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิ่งอู่เฉินราวกับสายน้ำทิพย์ชะล้างความร้อนรุ่มจากพิษอัคคีจนมลายสิ้น ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นหอมเย็นจางๆ จากกายของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเฟิ่งอู่เฉินกระตุกวูบอย่างรุนแรง นี่คือครั้งแรก... ที่สตรีผู้ปิดผนึกหัวใจไร้ความรู้สึก ยอมลงมือใช้พลังชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องผู้อื่น และคนผู้นั้น... คือเขา "ซูเยว่..." เฟิ่งอู่เฉินเอ่ยเรียกชื่อนางเบาๆ น้ำเสียงปราศจากความกวนประสาท มีเพียงความจริงจังลึกซึ้งที่สะท้อนผ่านนัยน์ตา หลินซูเยว่ชะงักปลายนิ้วที่ทาบอยู่บนอกของเขา นางเงยหน้าขึ้นสบตาโดยตรง หัวใจที่เคยถูกผนึกไว้ด้วยวิชาเซียนศักดิ์สิทธิ์กลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใด สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในฉับพลัน บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือหุบเหวอสูรอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องผ่าผ่าลงมากลางอากาศอย่างไร้เค้าลาง! หลินซูเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางรีบคว้าแขนของเฟิ่งอู่เฉินแล้วดึงร่างเขาเข้าหาตัวทันที "ไม่จริง... ทำไมทัณฑ์สวรรค์ถึงตามมาเร็วขนาดนี้!" เฟิ่งอู่เฉินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงเงาร่างนับสิบที่รายล้อมอยู่บนหน้าผาเบื้องบน—พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็น... ผู้ตรวจการเซียนจากแดนสวรรค์ที่ถือราชโองการพิฆาต! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันอันตรายนี้ไปด้วยกัน ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%