"ริน... ถ้าผมบอกว่ากุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ในไฟล์ที่เรารวบรวมมาล่ะ คุณจะยังเชื่อใจผมไหม"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานที่แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบใบหน้าของรินรดา เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ นิ้วเรียวที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดชะงักลง ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"หมอภัทรคะ... ไม่สิ คุณภัทร" เธอแก้ไขสรรพนามด้วยสีหน้าจริงจัง "เราทุ่มเทมาหลายเดือนเพื่อหลักฐานชุดนี้ ถ้าคุณบอกว่ามันไม่ใช่... แล้วอะไรล่ะที่เป็นคำตอบที่แท้จริง?"
ผมขยับแว่นสายตา พลางมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผังความสัมพันธ์ของ ดร.ชวิน กับกลุ่มทุนสีเทา ความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัว แต่มันกลับเลือนลางเหมือนภาพถ่ายที่ถูกน้ำสาดจนสีจาง ผมจำไม่ได้... ผมจำไม่ได้ว่าในวันที่ครอบครัวผมประสบอุบัติเหตุ ใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นกับ ดร.ชวิน นอกเหนือจากพยาบาลเวร
"ความทรงจำของผมมันเหมือนมีรอยโหว่ครับริน" ผมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงความคิด "ในคืนที่ทุกอย่างพังทลาย ผมเห็นเงาของคนคนหนึ่ง... คนที่ผมควรจะรู้จักดี แต่สมองผมกลับสั่งให้ลืม มันเหมือนกับมีการ 'บล็อก' ข้อมูลบางอย่างเอาไว้ หรือไม่ก็... ผมได้รับยาบางอย่างที่ทำให้ความทรงจำช่วงนั้นบิดเบือนไป"
รินรดาลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนไหล่ผม สัมผัสที่อบอุ่นนั้นดึงผมให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
"ถ้าความทรงจำมันโกหกเรา สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือ 'ร่องรอย' ค่ะ" เธอกดแป้นพิมพ์รัวเร็ว หน้าจอเปลี่ยนไปเป็นบันทึกการรักษาพยาบาลย้อนหลังสิบปีของโรงพยาบาลเซนต์แมรี่ "คุณจำได้ไหมว่าเคยพูดถึงเรื่อง 'สารเคมีทดลอง' ที่ดร.ชวินแอบใช้กับคนไข้รายหนึ่งก่อนที่พ่อแม่คุณจะเสียชีวิต?"
คำพูดของรินดั่งสายฟ้าฟาดเข้าที่ใจผม ผมจำได้ลางๆ ว่ามีคนไข้คนหนึ่ง... ชายแก่ที่ไร้ญาติคนนั้น คือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมด หากผมสามารถกู้คืนบันทึกเวชระเบียนที่ถูกลบทิ้งไปได้ ผมอาจจะพบความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในฐานข้อมูลเก่าที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์
ผมตัดสินใจในวินาทีนั้น "ริน... ช่วยเปิดพอร์ตเชื่อมต่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์สำรองในห้องใต้ดินของโรงพยาบาลให้ผมหน่อย ผมจะกู้คืนมันด้วยวิธีของผม"
"มันเสี่ยงเกินไปนะคะ ถ้าดร.ชวินรู้ตัว..."
"ถ้าเราไม่เสี่ยง ความจริงที่ตายไปพร้อมกับครอบครัวผมจะไม่มีวันได้ถูกเปิดเผย" ผมหันไปสบตาเธอ แววตาของผมในตอนนี้ไม่มีความลังเลเหลืออยู่ "ช่วยผมด้วยนะครับ"
เราใช้เวลาสองชั่วโมงในการฝ่าด่านระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล เสียงสัญญาณเตือนภัยที่เบาหวิวเหมือนหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกผม เมื่อไฟล์สีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ข้อมูลตัวเลขรหัสผ่านถูกถอดรหัสทีละชั้น ผมหายใจไม่ออก... ทุกครั้งที่บรรทัดของข้อมูลถูกกู้คืน หัวสมองผมกลับปวดร้าวเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง
*0.01%... 15%... 40%...*
ทันใดนั้น หน้าจอแสดงภาพวิดีโอวงจรปิดที่เลือนลางและสั่นไหว มันคือภาพในห้องผ่าตัดเมื่อสิบปีก่อน ดร.ชวิน ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ โดยมีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง...
ผมเบิกตากว้าง มือที่สั่นเทาเผลอคว้าขอบโต๊ะจนแน่น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดขึ้น ชายคนนั้น... ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ผมเคารพรักเหมือนพ่อบังเกิดเกล้ามาตลอดชีวิต
ภาพวิดีโอตัดไปอย่างกะทันหันก่อนที่หน้าจอจะขึ้นตัวอักษรสีแดงฉานว่า 'ACCESS DENIED' พร้อมกับเสียงสัญญาณไซเรนที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร ดร.ชวินเดินเข้ามาในห้องที่ผมอยู่โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขนาบข้าง เขาไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก
"ไง... หมอภัทร การได้เห็นอดีตที่ตัวเองพยายามลืมมัน เจ็บปวดพอไหม?" ดร.ชวินเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่หน้าจอที่มืดสนิท "แกคิดว่าแกกู้คืนข้อมูลได้ แต่แกดันไปเปิดกล่องแพนดอร่าที่แกไม่ควรแตะต้อง"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป ก่อนจะกระซิบข้างหูผมเบาๆ ราวกับคนรู้จักกันดี
"ความจริงที่แกเห็น... มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่จะทำให้แกต้องสูญเสียมากกว่าที่เคยเสียไปอีกนะ... หลานชาย"
ผมตัวชาวาบ... หลานชาย? นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 37
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!