เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 1

รสชาติที่ปลายลิ้น

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
“ถ้าเกณฑ์การประเมินของนักวิจารณ์ระดับประเทศ มีไว้เพื่อพ่นขยะใส่จานอาหารที่ผ่านการเคี่ยวกรำด้วยหยาดเหงื่อของเชฟ... ผมว่าคุณเก็บสมองส่วนนั้นไว้คิดเรื่องอื่นที่มีประโยชน์ต่อสังคมจะดีกว่าค่ะ, คุณธันวา” เสียงหวานทุ้มที่เจือด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบของ ‘The Hearth’ ร้านอาหารไฟน์ได닝สไตล์โมเดิร์นที่เพิ่งเปิดให้บริการรอบค่ำได้ไม่ถึงชั่วโมง คินน์ยืนกอดอกอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่ง ดวงตาเรียวรีสีสนิมกวาดมองร่างสูงสง่าของแขกพิเศษในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมสุดพิเศษ—โต๊ะที่มักสงวนไว้สำหรับวีไอพีผู้ทรงอิทธิพล แต่ในค่ำคืนนี้ มันกลับกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมที่ระอุไปด้วยอבสแตรกต์แห่งความตึงเครียด ธันวา วางช้อนเงินลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดอย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของทุกคนในร้าน เขายังคงรักษาท่าทีสุขุม เย็นชา และไร้ซึ่งความสะทกสะทะแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบขนตานิ่งสนิทเงยขึ้นสบตากับเชฟเจ้าของร้าน รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกยกขึ้นเพียงนิด คล้ายกำลังขบขันกับอาการพองขนของแมวป่าตรงหน้า “จานนี้ชื่อ ‘ซุปฟักทองย่างกับหอยเชลล์ฮอกไกโด’ สินะครับ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่เนื้อหากลับเชือดเฉือนไม่แพ้กัน “รสสัมผัสของฟักทองมีความเนียนละเอียดดี... แต่คุณพลาดตรงที่ใส่น้ำมันทรัฟเฟิลมากเกินไปจนกลบความหวานธรรมชาติของหอยเชลล์หมดสิ้น อาหารจานนี้ไม่ได้กำลังบอกเล่าเรื่องราวความอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วงอย่างที่คุณพยายามสื่อเลยสักนิด มันเป็นแค่ความพยายามอวดวัตถุดิบราคาแพงอย่างไร้ชั้นเชิงต่างหาก” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความถือดี ในฐานะเชฟโอเมก้าผู้ก้าวขึ้นมาแถวหน้าด้วยลำแข้งของตัวเอง เขาไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกอัลฟ่าหัวสูงที่เอาแต่ใช้บรรทัดฐานคับแคบมาตัดสินงานศิลปะบนจานอาหาร “หึ อวดวัตถุดิบเหรอคะ? หรือว่าต่อมรับรสของคุณมันด้านชาเกินกว่าจะแยกแยะความซับซ้อนของกลิ่นดินและกลิ่นควันจางๆ ที่ผมตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมากันแน่?” คินน์ก้าวเท้าออกจากครัว เดินตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นชาขาวผสมความสดชื่นของเปลือกส้มยูสุถูกปล่อยออกมาบางเบา เพื่อประกาศอาณาเขตและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ “ถ้าอ่านบทความวิจารณ์กากๆ ของคุณไม่ออก ผมยินดีแปลให้ฟังใหม่แบบตัวต่อตัวเลยนะคะว่า ความประณีตที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง” ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้น แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นฟีโรโมนเฉพาะตัวของคินน์ลอยเข้าแตะจมูก กลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนฤดูร้อนอันแสนสดใสแต่ดุดัน รasชาตินี้... มันปั่นป่วนหัวใจของอัลฟ่าหนุ่มผู้เยือกเย็นให้สั่นไหวอย่างรุนแรงโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับยังคงเรียบเฉย แสร้งทำเป็นกระตุกยิ้มเยาะเพื่อปกปิดความปั่นป่วนภายใน “ปากเก่งเสียจริง... หวังว่าฝีมือการทำอาหารของคุณจะคมคายได้สักครึ่งหนึ่งของฝีปากนะ, เชฟคินน์” ธันวาขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้ขึ้นเล็กน้อย จงใจกดดันด้วยกลิ่นฟีโรโมนไม้สนซีดาร์ที่แผ่ออกมาข่มขวัญ “ผมอุตส่าห์คาดหวังกับร้านน้องใหม่มาแรงอย่างที่คุณโปรโมทไว้ซะดิบดี แต่สุดท้ายผมก็เจอแค่เด็กอวดดีคนหนึ่งที่ทนรับคำวิจารณ์ไม่ได้” “ผมไม่ใช่เด็กอวดดีค่ะ!” คินน์กัดฟันกรอด ฝ่ามือเรียวบา งกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “ผมคือคนที่ใส่หัวใจลงไปในทุกจานอาหาร ไม่ใช่พวกดีแต่กินแล้วพ่นคำวิจารณ์แย่ๆ เพื่อสร้างเรตติ้งให้ตัวเองเหมือนคุณ! ถ้าอาหารของผมมันแย่ขนาดนั้น เชิญเช็คบิลแล้วไสหัวออกไปจากร้านของผมได้เลยค่ะ!” ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งร้าน พนักงานในครัวต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงขยับเขยื้อน บรรยากาศระหว่างอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกับโอเมก้าหนุ่มผู้พยศกำลังเดือดระอุถึงขีดสุด แรงกดดันจากฟีโรโมนทั้งสองขั้วผสมผสานกันจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ ทว่า แทนที่ธันวาจะโกรธเกรี้ยว กลับมีประกายบางอย่างไหววับอยู่ในดวงตาสีเข้มคู่นั้น เขามองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความตั้งใจแรกที่จะมาติติงเพื่อดัดนิสัยเชฟหยิ่งยศ กลับกลายเป็นความรู้สึกอยากบดขยี้ความพยศนั้นให้แหลกคามือ... หรือไม่ก็ อยากดึงตัวคนตรงหน้าเข้ามาจูบให้หายปากดีเสียให้รู้แล้วรู้รอด ธันวาเหยียดยิ้มร้ายกาจ ขยับเข้าไปใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นไม้สนซีดาร์โอบล้อมกลิ่นชาขาวไว้อย่างแนบเนียน จนคินน์ต้องผะยอยถอยหลังด้วยความตกใจกับรุกฆาตที่คาดไม่ถึง “ไล่ผมเหรอครับ?” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ “น่าเสียดายจัง... เพราะผมเพิ่งค้นพบว่า *รสชาติ* ที่แท้จริงที่ผมตามหาตลอดชีวิต ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจานไหนเลย...” คินน์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาดกับประโยคกำกวมนั้น ก่อนที่คินน์จะทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไร เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เอ่ยทักทายเสียงดังลั่นร้าน “อ้าว! ธันวา มาถึงก่อนเหรอเนี่ย? แล้วนี่ทำไมบรรยากาศในร้านมันถึงมาคุแปลกๆ ล่ะเนี่ย... ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?” — ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "กระต่ายพระจันทร์" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%