"คุณกวินคะ ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังทำงานได้ปกติ ช่วยกรุณาอ่านบรีฟโปรเจกต์ที่ฉันส่งให้ทีค่ะ ไม่ใช่เอาแต่นั่งจ้องหน้าจอคอมฯ เหมือนกำลังรอให้มันระเบิดตัวเองไปพร้อมกับความหัวโบราณของคุณ"
เสียงหวานที่ฟังดูคล้ายเสียงน้ำตาลละลายน้ำร้อนหากแต่ซ่อนความจิกกัดไว้จนมิดกระแทกเข้าโสตประสาทของกวินทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ห้องประชุม กวินถอนหายใจยาว พลางจัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
พริ้ม... นักรีวิวสาวผู้มีผู้ติดตามหลักล้านที่มักจะสวมชุดสีจี๊ดจ๊าดขัดกับบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของเขา วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสสีเหลืองมัสตาร์ดที่ดูแสบตาทั้งสีสันและนิสัย
"คุณพริ้มครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัวไปหน่อย" กวินเว้นวรรคด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "คุณพริ้มคะ งานสารคดีท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไม่ใช่โพสต์รีวิวคาเฟ่ที่จะใส่มีมตลกๆ แล้วจบในสามบรรทัด เราต้องการความลึกซึ้ง ความละเมียดละไม ไม่ใช่การไปยืนถ่ายรูปจิกกล้องแล้วบอกว่า 'ร้านนี้คือที่สุดของชีวิต' นะคะ"
"แหม... ก็ถ้างานของคุณมันไม่น่าเบื่อจนหลับคาหน้าจอขนาดนั้น ฉันก็คงไม่รู้สึกอยากจะปฏิวัติการทำงานใหม่หรอกค่ะ" พริ้มเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งราวกับกำลังหาจุดอ่อนบนใบหน้าคมสันของคนตรงหน้า "คนอ่านสมัยนี้เขามีสมาธิแค่นาทีเดียว ถ้าสารคดีของคุณมันยาวเป็นมหากาพย์กรีกแต่ไม่มีความสดใหม่ ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน เขาก็เลื่อนผ่านอยู่ดีนั่นแหละค่ะ กวิน"
กวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเกลียดเหลือเกินเวลาที่เธอเรียกชื่อเขาห้วนๆ แบบนี้ แต่น่าแปลกที่มันกลับทำให้จังหวะหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ เขาพยายามตั้งสติแล้วดันแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเธอ
"ผมเนี้ยบในเรื่องข้อมูล เพราะผมเคารพสถานที่และผู้คนที่เราไปถ่ายทำ ผมไม่ต้องการให้ใครมาหาว่าเราทำคอนเทนต์ฉาบฉวยเพื่อยอดวิว"
"แล้วคุณคิดว่าการที่ฉันรีวิวร้านอาหารด้วยความจริงใจมันคือการฉาบฉวยงั้นเหรอ?" พริ้มโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หอมฟุ้งของดอกไม้ป่าแตะจมูกกวินจนเขาต้องเผลอกลั้นหายใจ "ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องความเนี้ยบนัก ทำไมไม่ลองเปิดใจดูสักนิดล่ะคะ ว่าบางทีสิ่งที่คนอ่านโหยหา... อาจจะเป็นคนที่อ่านใจเขาออก ไม่ใช่แค่คนที่เขียนบทความวิชาการบนหิ้ง"
กวินมองปากอิ่มที่ขยับพูดจาเจื้อยแจ้วด้วยความรู้สึกปั่นป่วน เขาแพ้ทางความมั่นใจแบบนี้เหลือเกิน... แม้ปากจะบอกว่าไม่ชอบ แต่เขาก็จำรายละเอียดทุกอย่างที่เธอพูดได้แม่นยำเหมือนบันทึกเอาไว้ในสมอง
"งั้นเอาแบบนี้ไหมคะ" พริ้มพูดพลางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "เพื่อพิสูจน์ว่าคนอย่างคุณกับฉันร่วมงานกันได้... เย็นนี้ไปกินข้าวกับฉันหน่อยเป็นไง"
กวินชะงัก "ประชุมงานกันที่ออฟฟิศไม่พอหรือไงคะ?"
"ใครเขาคุยงานกันในออฟฟิศคะ มันน่าเบื่อ!" พริ้มลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือใบเก่งแล้วส่งสายตาเป็นประกายที่อ่านไม่ออกมาให้ "ฉันเจอร้านที่เหมาะกับการหาไอเดียโปรเจกต์ใหม่ของเราแล้ว ถ้าคุณกล้าพอที่จะก้าวออกจากเซฟโซนที่แสนจะสะอาดสะอ้านนั่น ก็ตามฉันมา... ไม่มาถือว่ายอมรับนะว่าคุณแพ้ฉันตั้งแต่วันแรก"
ร่างบางเดินออกไปจากห้องประชุมทิ้งให้กวินนั่งนิ่งอยู่กับความเงียบ เขาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอแจ้งเตือนแชตกลุ่มงานที่พริ้มเพิ่งพิมพ์ทิ้งไว้
*พริ้ม: [ส่งรูปสถานที่]*
*พริ้ม: ถ้าเย็นนี้ไม่มา เดี๋ยวจะรีวิวแฉในเพจว่าคนเขียนสารคดีหน้าตายทำตัวเป็นดาราฮอลลีวูดนะ จะบอกให้!*
กวินมองข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความหมั่นไส้ในจังหวะที่หัวใจยังคงเต้นแรงผิดปกติ
*กวิน: ไปก็ไปครับ... อย่าลืมเตรียมที่อุดหูไว้ด้วยล่ะ เพราะผมจะวิจารณ์งานของคุณจนคุณร้องไห้แน่*
เขากดส่งไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันคิด แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสถานะของแอปฯ ที่ขึ้นว่า 'อ่านแล้ว' ภายในเสี้ยววินาที เขาก็ตัวแข็งทื่อ พริ้มพิมพ์ตอบกลับมาทันทีด้วยความเร็วแสงจนเขาตั้งรับแทบไม่ทัน
*พริ้ม: ร้องไห้เหรอ? ระวังจะมาร้องขอให้ฉันช่วยแทนเถอะ... อ้อ ลืมบอกไป ที่ฉันชวนคุณน่ะ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องงานนะ กวิน*
*พริ้ม: [ส่งข้อความเสียง]*
กวินกดเปิดเสียงหัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า เสียงหัวเราะใสๆ ของพริ้มดังลอดออกมาผ่านลำโพงโทรศัพท์ ก่อนที่เธอจะพูดประโยคที่ทำให้เขานิ่งงันไปทั้งร่าง
"ที่ชวน... เพราะว่าวันนี้ฉันดันเผลอซื้อเสื้อไซส์คุณมาเกินน่ะ เลยคิดว่าถ้าเอาไปให้ที่ร้านอาหารจะเนียนกว่า... เอ๊ะ หรือจะบอกว่าฉันแอบไปเห็นรูปคุณในมือถือเพื่อนสนิทฉันเลยอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้ดีล่ะคะ?"
ข้อความเสียงถูกลบออกไปแทบจะทันทีที่เล่นจบ แต่ความหมายของมันยังคงก้องอยู่ในหัวกวินราวกับเข็มนาฬิกาที่หยุดเดิน เขาหน้าแดงซ่านจนไม่รู้จะเอาไปซ่อนไว้ตรงไหน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่ไม่คาดฝัน
"ขอโทษนะกวิน... พอดีพริ้มลืมมือถือไว้ที่นี่น่ะ"
ร่างของพริ้มยืนพิงกรอบประตูพลางยิ้มกว้าง ในขณะที่สายตาของเธอจดจ้องมาที่หน้าจอโทรศัพท์ของกวินที่ยังคงเปิดค้างอยู่ที่แชตของเธอ กวินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดเมื่อเห็นพริ้มค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนหัวใจในบทแรกนี้กับ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" นะคะ
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายเหวี่ยง•ตอนที่ 1
เมื่อต้องมาร่วมงานกับคนปากจัด
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
