“อย่าเพิ่งขยับค่ะ รวินทร์...”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดของศิรินทร์ดังขึ้นข้างใบหู ในขณะที่ปลายนิ้วโปร่งแสงของเธอแตะเบาลงบนข้อมือขวาของเขา แรงสัมผัสราศีเย็นยะเยือกทำให้สติที่กำลังล่องลอยอยู่กับกลิ่นอับของกระดาษโบราณกลับคืนสู่ปัจจุบันทันที
ชั้นใต้ดินชั้นที่สามของหอสมุดกลางแห่งชาติในยามวิกาล บรรยากาศอบอวลไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงสีนวลจากโคมไฟพกพา แสงสว่างเพียงน้อยนิดนี้ขับเน้นให้ความมืดมิดรอบกายดูหนาทึบขึ้นเป็นทวีคูณ เบื้องหน้าของรวินทร์คือตู้เก็บเอกสารโบราณที่ทำจากไม้สักทองอายุกว่าร้อยปี บานประตูตู้ถูกง้างออกเพียงเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของภัณฑารักษ์หนุ่มกลับไม่ใช่ตัวเอกสาร หากแต่เป็นรอยสลักแปลกประหลาดบนสันตู้
“คุณเห็นมันเหมือนกันใช่ไหมครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณเห็นมันชัดเจนแค่ไหนคะ ศิรินทร์?” รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังรอยสลักสีดำสนิทที่ดูคล้ายรอยไหม้
“ชัดเจนยิ่งกว่าตัวหนังสือบนหน้ากระดาษเสียอีกค่ะ” ดวงวิญญาณสาวในชุดผ้าไทยร่วมสมัยทอดถอนหายใจเบาๆ เธอลอยตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อใช้สายตาสอดส่องโครงสร้างของอักขระเหล่านั้น “นั่นไม่ใช่ภาษาโบราณธรรมดาค่ะรวินทร์ มันคือ ‘อักขระโลหิตบูรพา’—ศาสตร์มืดแขนงที่สูญหายไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ที่ใช้อักขระนี้จะต้องใช้พลังชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์เป็นสื่อกลางในการผูกพันธะ สัญญาระหว่างคนกับสิ่งที่ไม่ใช่คน... และที่สำคัญที่สุด รอยร่องพวกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อร้อยปีก่อนค่ะ มันเพิ่งถูกกรีดขึ้นเมื่อไม่เกินสามชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง”
รวินทร์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวหยิบพู่กันขนกระรอกขนาดเล็กและแว่นขยายสำหรับงานอนุรักษ์วัตถุโบราณออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวอย่างคล่องแคล่ว เขาเป็นนักวิชาการผู้ยึดมั่นในเหตุผลและระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ ทว่าโลกที่เขาเผชิญอยู่ทุกวันนี้กลับเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทางไสยเวทที่ซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าตำราเล่มไหนจะอธิบายได้หมด
“ถ้ามันเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อสามชั่วโมงก่อน...” รวินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สุขุม เยือกเย็น แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความเคร่งเครียด “หมายความว่าในขณะที่เรากำลังจัดหมวดหมู่เอกสารอยู่ชั้นบน มีใครบางคนกำลังใช้ชั้นใต้ดินนี้ทำพิธีกรรมบางอย่างอยู่ใต้จมูกของเราอย่างนั้นสินะคะ?”
“ไม่ใช่แค่ ‘ใครบางคน’ หรอกค่ะ” ศิรินทร์แย้งขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอกลายเป็นจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองยังความมืดมิดสุดทางเดินของห้องเก็บเอกสาร “พลังงานรอบตัวเราตอนนี้กำลังเปลี่ยนรูป อากาศเริ่มหนาวขึ้น และที่สำคัญ... วงจรพลังงานของอักขระนี้กำลังสั่นพ้องกับบางสิ่งที่อยู่ในตัวคุณค่ะ รวินทร์”
คำพูดของวิญญาณสาวทำให้รวินทร์ต้องหยุดชะงัก หัวใจของเขาเต้นรัวระรัว ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวในเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ความลับเบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนั้น อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายมักจะกำเริบขึ้นเสมอ และในตอนนี้ ความเจ็บปวดนั้นก็กำลังกลับมาอีกครั้ง—มันร้อนรุ่ม ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังกรีดแทงลงบนผิวเนื้อใต้ร่มผ้า
“อึก...” รวินทร์นิหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมหน้าอกเสื้อไว้แน่น พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอตามแบบฝึกหัดที่ศิรินทร์เคยสอนไว้
“อดทนไว้นะคะ! อย่าปล่อยให้จิตหลุดเด็ดขาด” ศิรินทร์พุ่งเข้ามาประคองร่างของชายหนุ่มทันที แม้ปลายนิ้วของเธอจะไร้ซึ่งความอบอุ่นของร่างกายมนุษย์ ทว่ากระแสพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับช่วยบรรเทาความปวดร้าวลงได้บ้าง “อักขระพวกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ตามหา’ สายเลือดของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเมื่อสิบปีก่อนโดยเฉพาะ... พวกมันรู้ว่าคุณกำลังตามล่า และพวกมันก็กำลังใช้ ‘เหยื่อล่อ’ นี้เพื่อดึงคุณลงไปในหลุมพรางค่ะ”
รวินทร์กัดฟันแน่น ปรับสายตาให้กลับมาคมกริบท่ามกลางความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในยามวิกฤต ในฐานะภัณฑารักษ์ผู้รอบคอบ เขาย่อมต้องมองหา “โครงสร้าง” และ “ระบบ” ของปัญหาก่อนเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นกลไกของตู้โบราณหรือกลลวงทางไสยเวท
“ถ้ามันเป็นเหยื่อล่อ... งั้นแปลว่าผู้ที่ทิ้งร่องรอยนี้ไว้ ก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้สินะครับ” รวินทร์พูดลอดไรฟัน สายตากวาดมองไปตามชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ทอดเงายาวน่ากลัวบนพื้น “ศิรินทร์ครับ ช่วยใช้สัมผัสวิญญาณของคุณกวาดหาจุดกำเนิดคลื่นพลังงานที่เข้มข้นที่สุดให้ที ผมจะใช้ทักษะการวิเคราะห์โครงสร้างวัตถุดูว่า อักขระนี้เชื่อมโยงกับเอกสารชิ้นไหนในห้องนี้กันแน่”
“รับทราบค่ะ!” วิญญาณสาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เธอลอยตัวทะลุผ่านชั้นหนังสือออกไปสำรวจความผิดปกติในรัศมีวงกว้างทันที ทิ้งให้รวินทร์ยืนหยัดอยู่ลำพังหน้าตู้ไม้โบราณ
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปลดปล่อยสติสัมปชัญญะทั้งหมดให้จดจ่ออยู่กับปลายพู่กันในมือ เขานำผงถ่านพิเศษสำหรับงานโบราณคดีโรยลงเบาๆ บนร่องรอยอักขระโลหิตบูรพา เพื่อขับเน้นโครงสร้างทางกายภาพของมันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้แสงไฟฉาย ผงถ่านสีดำสนิทเกาะติดไปกับร่องลึก ทว่าสิ่งที่น่าตกใจก็คือ... ผงถ่านเหล่านั้นไม่ได้นอนนิ่งตามแรงโน้มถ่วง แต่มันกลับ ‘เคลื่อนที่’ เองได้!
พวกมันไหลมารวมตัวกันเป็นเส้นสาย ราวกับมีชีวิต ขีดเขียนตัวเองกลายเป็นแผนผังขนาดเล็กบนผิวไม้ รวินทร์เบิกตากว้างด้วยความทึ่งแกมระ2แวง แผนผังที่ปรากฏขึ้นบนตู้ไม้สักทองไม่ใช่แผนผังของหอสมุดแห่งนี้ แต่มันคือแผนผังของ “คฤหาสน์ตระกูลจิรวัฒน์” สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนาที่พรากชีวิตพ่อแม่ของเขาไปเมื่อสิบปีก่อน!
“บ้านหลังนั้น...” รวินทร์พึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ความทรงจำอันเลือนรางแต่เจ็บปวดไหลทะลักเข้ามาในสมอง “ทำไมอักขระของหอสมุดแห่งชาติถึงมีแผนผังของบ้านหลังนั้นซ่อนอยู่?”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงชั้นใต้ดิน เสียงนั้นก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นปูนเปรียบเสมือนเสียงฆ้อนที่ทุบลงบนหัวใจของรวินทร์ เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มาคนเดียว... มันมีเสียงลากโซ่ตรวนโลหะกระทบพื้นดังตามมาเป็นจังหวะระทึกขวัญ
“รวินทร์! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ค่ะ!” เสียงตะโกนของศิรินทร์ดังลั่นสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดิน พร้อมกับร่างโปร่งแสงของเธอที่พุ่งกลับเข้ามาขวางหน้าชายหนุ่มไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “มีตัวตนระดับภัยพิบัติกำลังเคลื่อนตัวลงมา... และพลังของมัน... มันกำลังควบคุมกลไกทั้งหมดของที่นี่!”
ก่อนที่รวินทร์จะทันได้ถามไถ่ ไฟนีออนกะพริบวูบวาบสามครั้งก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงสีสว่างวาบจากอักขระโลหิตบูรพาบนตู้ไม้ที่บัดนี้เปล่งแสงสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ บานประตูตู้ไม้สักทองเปิดผางออกเองอย่างรุนแรง พร้อมกับกลุ่มควันสีดำทึบที่พวยพุ่งออกมาจับตัวกันเป็นร่างเงาของมนุษย์ไร้หน้า
และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า—เป็นเสียงที่รวินทร์ไม่เคยลืมเลือนตลอดสิบปีที่ผ่านมา
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณภัณฑารักษ์ตัวน้อย”*
**ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!**
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 5
ร่องรอยของอักขระ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!