“อย่าแตะต้องมันถ้าคุณยังไม่อยากเห็นโลกที่พังทลายในแบบที่ความตายก็ยังต้องหลีกทางให้”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในคืนฤดูหนาวดังขึ้นข้างใบหูของรวินทร์ ภัณฑารักษ์หนุ่มชะงักมือที่กำลังจะหยิบกล่องดนตรีไม้แกะสลักลวดลายเครือเถาที่ดูแปลกตาออกจากลังไม้ผุพัง เขาไม่ได้หันไปมองเพราะรู้ดีว่าในห้องเก็บของชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... นอกจากเขาแล้ว ไม่ควรจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีตัวตนอยู่
รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น เขาใช้ถุงมือผ้าไหมสีขาวแตะลงบนพื้นผิวของกล่องดนตรีอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ได้รับไม่ใช่ความเรียบเนียนของไม้ที่ผ่านการขัดเงา แต่มันกลับหยุ่นนุ่มราวกับผิวหนังของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นแลคเกอร์เก่าๆ
“ศิรินทร์... นี่มันไม่ใช่ของที่ถูกทิ้งไว้ตามปกติใช่ไหม” รวินทร์ถามขึ้นเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ลวดลายเครือเถาที่ดูคล้ายเถาวัลย์กำลังเลื้อยขยับอยู่ในเงาสลัว
เงาร่างโปร่งแสงสีจางของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสไตล์วิกตอเรียปรากฏขึ้นข้างกายเธอหรี่ตาลงมองวัตถุในมือเขาราวกับกำลังประเมินภัยคุกคาม “มันคือ 'กล่องบรรจุเสียงสาปแช่ง' รวินทร์... พวกตระกูลจอมขมังเวทสมัยก่อนมักใช้กักขังเสียงกรีดร้องสุดท้ายของเหยื่อไว้ในนี้ เพื่อเอาไว้ต่อรองกับยมทูต”
รวินทร์นิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เลื่อนสลักกล่องดนตรีออกอย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยสัญชาตญาณของการเป็นภัณฑารักษ์ที่รักการค้นหาความจริง เขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวในงานนี้คือความเสี่ยง แต่สำหรับเขามันคือความเสี่ยงที่คุ้มค่า หากมันจะช่วยให้เขาเข้าใกล้คำตอบเรื่องอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนได้บ้าง
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกเหล็กขบกันดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่าทันทีที่ฝากล่องเปิดออก รวินทร์ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง กลิ่นอายของความตายที่อบอวลด้วยดอกไม้แห้งและเลือดสดพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส เขาไม่ได้ยินเสียงดนตรีจากกล่องนั้น... ไม่มีเสียงท่วงทำนองที่แสนหวานหรือโศกเศร้า
มีเพียงภาพนิมิตที่ฉายชัดราวกับภาพยนตร์ในหัว
เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางห้องสมุดกว้างใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยหนังสือเล่มโตหลายพันเล่ม แต่ละเล่มมีโซ่เหล็กพันธนาการไว้แน่นหนา ที่กลางห้องนั้น... เด็กชายคนหนึ่ง—ตัวเขาสมัยเด็ก—กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่หน้ากองซากปรักหักพังของบ้านที่ไฟกำลังมอดดับ แต่เหนือศีรษะของเขากลับมีมือสีดำสนิทนับสิบข้างยื่นออกมาจากรอยแยกของมิติ กำลังพยายามคว้ากระชากวิญญาณดวงเล็กๆ นั้นไป
“รวินทร์! อย่าหลุดเข้าไปในนั้น!”
เสียงร้องตะโกนของศิรินทร์ดูไกลออกไปทุกที รวินทร์พยายามดึงสติกลับมา มือของเขาสั่นสะท้าน เขามองเห็นเงาของคนบางคนยืนอยู่หลังเงารอยแยกมิตินั้น เป็นร่างสูงโปร่งที่สวมสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ใบหน้าของคนผู้นั้นไม่มีดวงตา มีเพียงปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
*“ตามหามานานเหลือเกิน... ภัณฑารักษ์แห่งผู้ล่วงลับ”*
เสียงนั้นไม่ได้มาจากหู แต่มันดังก้องอยู่ในสมองของเขาโดยตรง รวินทร์รีบปิดฝากล่องดนตรีลงกระแทกกับพื้นโต๊ะไม้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ภาพนิมิตดับวูบลงทันทีทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุกและหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม
“รวินทร์ คุณเป็นอย่างไรบ้าง?” ศิรินทร์พุ่งตัวเข้ามาประคองไหล่เขา ร่างโปร่งแสงของเธอเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยจากการใช้พลังเวทสกัดกั้นพลังงานมืดที่รั่วไหลออกมาจากกล่องเมื่อครู่
“ผม... ผมเห็นเขา” รวินทร์หอบหายใจถี่ “ศิรินทร์ คนที่อยู่ในคืนนั้น คนที่พรากครอบครัวผมไป... มันยังไม่ตาย มันยังรอดูเราอยู่”
รวินทร์พยายามตั้งสติ พลางหยิบแว่นขยายขึ้นมาตรวจดูร่องรอยบนกล่องดนตรีอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้ ลวดลายบนกล่องไม้ไม่ได้หยุดนิ่งเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันเริ่ม 'ขยายตัว' ออกราวกับรอยแตกบนกระจก มันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นตัวอักษรโบราณที่ส่องแสงสีเลือดจางๆ บนฝ่ามือของเขา
ทันใดนั้น หน้าต่างโฮโลแกรมสีน้ำเงินเข้มก็เด้งขึ้นตรงหน้าเขาโดยที่เขาไม่ได้เรียกใช้งาน มันไม่ใช่ระบบของพิพิธภัณฑ์ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เทคโนโลยีใดๆ ที่มนุษย์ในยุคนี้จะสร้างขึ้นได้
**[ระบบ: ตรวจพบตัวตนของผู้บงการเบื้องหลัง (Target: The Weaver of Souls)]**
**[ภารกิจหลัก (ระดับ SSS): ปิดผนึกกล่องดนตรีแห่งเสียงสาปแช่ง ก่อนที่รอยแยกมิติจะถูกเปิดออกอย่างถาวรใน 60 นาที]**
**[รางวัล: เบาะแสที่ตั้งของดวงวิญญาณผู้ถูกลบเลือนในอดีต (คำตอบที่คุณตามหา)]**
**[คำเตือน: หากล้มเหลว... คุณจะถูกกลืนกินโดยวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในบันทึกเล่มนี้]**
รวินทร์นิ่งค้างไปในทันที ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเริ่มเดินวนอยู่หน้าประตูห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ซึ่งล็อคไว้แน่นหนาจากด้านใน... และคนที่อยู่หน้าประตูนั้น ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์แน่นอน เพราะกลิ่นที่โชยลอดช่องว่างใต้ประตูเข้ามาคือกลิ่นเน่าเหม็นของดินหลุมศพที่ชื้นแฉะ
"ศิรินทร์..." รวินทร์หันไปสบตาคู่หูที่ดูจะสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามไม่ต่างกัน "ดูเหมือนเราจะไม่ได้ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในค่ำคืนนี้แล้วล่ะ"
ประตูห้องเก็บของค่อยๆ ถูกผลักเข้ามา แม้ว่ารวินทร์จะมั่นใจว่าเขาเพิ่งลงกลอนมันด้วยกุญแจเวทมนตร์ไปเมื่อครู่ ร่างหนึ่งก้าวพ้นเงามืดเข้ามา ใบหน้าของบุคคลนั้นบิดเบี้ยวด้วยรอยแผลเป็นที่ขยับได้ราวกับหนอนไต่ และสิ่งที่อยู่ในมือของเขาก็คือ... กุญแจดอกเดียวกับที่ควรจะอยู่ในมือของรวินทร์เท่านั้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรวินทร์และศิรินทร์ในจุดเริ่มต้นของคดีนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ด้วยความปรารถนาดีจากนภากระซิบผีนะคะ
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 1
กล่องดนตรีที่ไร้เสียง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!