บัญญัติกุนซือเหนือบัลลังก์ยุคแปรผัน•ตอนที่ 3

สายตาพิฆาตจากเงามืด

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"ตัวเลขกำไรสุทธิของสหกรณ์หมู่บ้านในรอบไตรมาสนี้ ขยับขึ้นมาสวนทางกับโควตาปุ๋ยเคมีที่ถูกตัดทอนลงถึงสามส่วน... ช่างเป็นตัวเลขที่น่าสนใจยิ่งนัก สหายหลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้น ทลายความเงียบงันภายในห้องโถงรับรองอันมืดสลัว กวานอี้ในชุดเสื้อคลุมสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตตามแบบฉบับนายทหารระดับสูง ทว่าไร้ซึ่งเครื่องยศ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสไตล์สาธารณรัฐ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง ดุจฝีเท้าของพยัคฆ์ที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ หลินฟางเซียนไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะบัญชี แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้ารูปไข่ที่เรียบเฉย ไร้ร่องรอยความหวาดหวั่น เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ชุดผ้าฝ้ายสีหม่นที่สวมใส่หาได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นของนางลงแม้แต่น้อย "ท่านผู้กองกวานเข้าใจผิดแล้วกระมังเจ้าคะ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงผลผลิตจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ที่รู้จักบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด หาใช่ความสามารถพิเศษอันใดไม่" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ ไม่มีร่องรอยการสั่นเครือให้จับผิดได้ กวานอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายจับจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา ทุกอגהกัปกิริยา ทุกรอยยับบนเสื้อผ้า และท่วงท่าการยืนที่สง่างามเกินกว่าหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปจะพึงมี ล้วนอยู่ในสายตาของเขา ชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่แฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ ที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน "บริหารจัดการทรัพยากรอย่างจำกัดงั้นรึ?" กวานอี้ทวนคำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ร่มผ้าขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายฝุ่นควันสนามรบโชยเข้าปะทะนาสิกของฟางเซียน "แต่สิ่งที่เจ้าทำเมื่อครู่... คือการคำนวณอัตราส่วนการหมุนเวียนของทุนสำรองและการกระจายสินค้าล่วงหน้าสามเดือนโดยไม่ต้องใช้ลูกคิดแม้แต่ลูกเดียว สหายหลิน... คนงานในโรงงานทอผ้าหรือชาวนาบ้านนอกทั่วไป ต่อให้เรียนหนังสือมาจนจบชั้นมัธยม ก็ยังต้องใช้เวลาคำนวณสมการเช่นนี้ไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วยาม" ความกดดันภายในห้องพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก กวานอี้โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว เขาส,ดมกลิ่นอายความสุขุมที่แผ่ออกมาจากตัวนางอย่างไร้ที่ติ สตรีผู้นี้ช่างแปลกประหลาด ราวกับนางไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางความอดอยากและแห้งแล้งของยุค 80 แต่ยืนอยู่บนยอดตึกสูงที่มองเห็นกลยุทธ์ทั้งกระดาน ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาคมคลาลของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง นัยน์ตาดำขลับของนางล้ำลึกดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทร ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่ไหววูบชั่วขณะ "คนเราย่อมต้องมีวิถีเอาตัวรอดที่แตกต่างกันไป ท่านผู้กองเอง... หากไม่มีสายตาที่เฉียบคมและสัญชาตญาณที่แม่นยำยิ่งกว่าพรานป่า คงไม่สามารถไต่เต้าขึ้นมาควบคุมกองกำลังในเขตชายแดนตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ได้กระมังคะ" นางย้อนถาม น้ำเสียงเจือรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา มุมปากของกวานอี้กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาดุดันนั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและท้าทาย สตรีผู้นี้ช่างบังอาจนัก กล้าต่อปากต่อคำกับเขาผู้กุมอำนาจเด็ดขาดในรัศมีร้อยลี้ ชายหนุ่มยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับอาวุธแตะลงบนขอบโต๊ะใกล้กับสมุดบัญชีของนาง ราวกับกรงเล็บที่ปิดตายเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด "น่าสนใจ... เจ้าทำให้ข้าอยากรู้เสียแล้วว่า ภายใต้ใบหน้าที่สงบเยือกเย็นนี้ แท้จริงแล้วสมองของเจ้ากำลังคำนวณหมากตาใดอยู่" กวานอี้กระซิบชิดริมหูของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยอันตราย ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูสามครั้งอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกของทหารยาม "ท่านผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หน่วยตรวจสอบจากส่วนกลาง... จู่ๆ ก็บุกเข้ามาตรวจค้นโกดังเสบียงของสหกรณ์โดยไม่แจ้งล่วงหน้าครับ!" กวานอี้ชะงัก นัยน์ตาดุดันหันกลับไปมองที่ประตูทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาในเสี้ยววินาที ในจังหวะที่กวานอี้หันไปสนใจเสียงรายงานด้านนอก หลินฟางเซียนที่ยืนนิ่งมาตลอดกลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับ นางเหลือบมองถ้วยชาอุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรป่า ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้กวานอี้ต้องตวัดสายตากลับมามองนางอีกครั้ง "ท่านผู้กองไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเจ้าค่ะ... เพราะหมากตาที่ท่านกำลังสงสัยว่าใครเป็นคนเดิน บัดนี้... ได้เดินมาถึงตาที่ท่านจะต้องเป็นฝ่ายเดินต่อแล้วล่ะค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางกลยุทธ์อันเข้มข้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกุนซือเหนือบัลลังก์ยุคแปรผัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%