"ถ้าคุณยังกอดเสาต้นนั้นแน่นเหมือนกลัวมันจะวิ่งหนี ผมคงต้องคิดว่าคุณกำลังหาข้ออ้างซบไหล่วิศวกรหนุ่มกล้ามโตแถวนี้มากกว่าจะมาตรวจหน้างานนะครับ คุณอาคเนย์"
เสียงทุ้มต่ำของตะวันดังลอดผ่านความอับชื้นของห้องใต้ดินโครงสร้างเก่า น้ำเสียงนั้นเจือแววเย้าแหย่ชัดเจน ขณะที่เจ้าตัวขยับเข้าไปประชิดร่างโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนนิ่งค้างอยู่ในเงาสลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของอาคเนย์
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่รินรดาโผล่พรวดเข้ามาทักด้วยประโยคกำกวมยังคงทิ้งความระอุไว้ในอากาศ ทว่าเวลานี้ ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกปิดตายลงอีกครั้งด้วยฝีมือของผู้จัดการโรงแรมจอมเจ้าเล่ห์ที่ถอยฉากออกไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก ปล่อยให้คนทั้งคู่ติดอยู่กับปริศนาตรงหน้าตามลำพัง
อาคเนย์ขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยอย่างเสียฟอร์ม ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กยุคโบราณพอดิบพอดี ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาตวัดมองวิศวกรหนุ่มอย่างเอาเรื่อง มือเรียวยกขึ้นดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างด้วยแรงที่ไม่ได้เบานัก
"ปากดีนะคุณตะวัน... ถ้าสมองของคุณทำงานได้รวดเร็วเท่าคำพูด เราคงไม่ต้องมามุดหัวอยู่ในซอกตึกอับชื้นนี่เพื่อเช็ดก้นให้คนรุ่นก่อนหรอกครับ" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนซ่อน
ตะวันไม่สะทกสะท้าน แถมยังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย ขายาวก้าวเข้ามาปิดช่องว่างจนอาคเนย์ไร้ทางหนี มือหนาข้างหนึ่งยันเข้ากับพื้นผิวเสาปูนด้านหลังสถาปนิกหนุ่ม เป็นการกักขังกลายๆ โดยใช้สัดส่วนที่ได้เปรียบกว่ากดดัน
"ปากเก่งจังนะครับ... ไหนลองบอกผมหน่อยสิครับว่า ที่หน้าตึงใส่ผมเมื่อกี้ เพราะหงุดหงิดที่ผมรู้ทัน หรือเพราะกลัวว่าคุณรินรดาจะเข้าใจเราผิดกันแน่" ตะวันกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำให้อาคเนย์นึกอยากจะยกแฟ้มแปลนก่อสร้างฟาดหน้าหนาๆ ของอีกฝ่ายสักที
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกรอบ สายตาของอาคเนย์ก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานรากคอนกรีตบริเวณที่พวกเขากำลังยืนอยู่
รอยร้าวขนาดใหญ่ที่ถูกโบกทับด้วยปูนซีเมนต์คนละสี แผ่ขยายตัวออกเป็นรูปก้นหอย ผิดไปจากหลักการทรุดตัวตามธรรมชาติของอาคารเก่าอย่างสิ้นเชิง
นิ้วเรียวชี้ไปที่รอยร้าวนั้นทันที ความถือดีและอีโก้ถูกพับเก็บใส่กระเป๋าชั่วขณะ เหลือเพียงสัญชาตญาณของสถาปนิกมืออาชีพที่ตื่นตัวขึ้น
"หยุดเล่นเป็นเด็กๆ ได้แล้วคุณตะวัน... ดูนี่สิครับ" อาคเนย์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอยแตกร้าวด้วยความกังวล "รอยแยกนี้... มันไม่ได้เกิดจากการกัดกร่อนของความชื้นทั่วไป แต่มันเหมือนกับ..."
"เหมือนกับถูกเจาะทำลายจากข้างใน" ตะวันต่อประโยคให้ทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าคมคายหายวับไปกับตา แววตาของวิศวกรหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจัง มือหนาละออกจากเสา เปลี่ยนมาหยิบไฟฉายแรงสูงขึ้นส่องสำรวจรอยต่อของคานรับน้ำหนักทันที
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอ้าวทางอารมณ์ กลายเป็นความกดดันที่น่าอึดอัด กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและฝุ่นผงคละคลุ้งในโพรงจมูก ตะวันคุกเข่าลงใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ไปตามแนวปูนที่ฉาบทับไว้ เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงทึบแน่นของคอนกรีตสมบูรณ์แบบ แต่มันคือเสียงก้องกลวง...
"กลวง" อาคเนย์พึมพำเบาๆ หัวใจกระตุกวูบ "ฐานรากของอาคารนี้ถูกเจาะโพรงไว้ตั้งแต่แรก... แต่วิศวกรโครงสร้างในยุคนั้นไม่มีทางทำเรื่องบ้าบิ่นแบบนี้แน่ เว้นแต่..."
"เว้นแต่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดอะไรบางอย่าง" ตะวันพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ดวงตาคมกริบหันกลับมาสบตากับอาคเนย์ที่ยืนอยู่เหนือกว่า
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาเก่าที่ดังตอดๆ เป็นระยะ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาเพิ่งค้นพบไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางวิศวกรรม แต่มันคือ 'ความลับ' ระดับองค์กรที่ถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ตึกหลังนี้มานานหลายสิบปี และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมรินรดาถึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขา
อาคเนย์ย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างวิศวกรหนุ่ม นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะรอยต่อปูนซีเมนต์นั้นอย่างถือวิสาสะ "เราต้องทุบตรงนี้ออก..."
"อย่าเพิ่ง" ตะวันคว้าข้อมือของอาคเนย์ไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาส่งผ่านระหว่างกันอย่างกะทันหัน จนสถาปนิกหนุ่มต้องชะงักเงยหน้าขึ้นมอง "ถ้าข้างในนั้นคือโพรงระบายความลับ หรือโครงสร้างรับน้ำหนักที่ถูกตัดทอน... การสุ่มสี่สุ่มห้าทุบมันตอนนี้ อาจทำให้ตึกทั้งหลังทรุดตัวลงมาทับเราเป็นปุ๋ยฝังกลบได้เลยนะครับคุณอาคเนย์"
"แต่ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ คุณรินรดาไม่มีทางยอมบอกความจริงกับเราแน่ คุณก็เห็นว่าเธอกำลังปิดบังอะไรอยู่" อาคเนย์เถียงกลับ ดวงตาสดใสวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมจำนนใครง่ายๆ
"ผมรู้..." ตะวันถอนหายใจยาว แววตาที่มองมาทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง "แต่ความปลอดภัยของคุณต้องมาก่อน... เชื่อผมสักครั้งเถอะน่า"
ประโยคท้ายทุ้มนุ่มและจริงจังจนอาคเนย์เผลอกลั้นหายใจ เคมีประหลาดบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่แคบๆ ระหว่างพวกเขาอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดและกลิ่นอับชื้น หัวใจของคนปากแข็งทั้งสองดวงกลับเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ
*แอ๊ดดดด...*
เสียงเปิดประตูเหล็กด้านบนดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนั้นทันที แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องลงมาตามขั้นบันได พร้อมกับร่างระหงของรินรดาที่ก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"สำรวจกันไปถึงไหนแล้วล่ะครับ สถาปนิกคนเก่งกับวิศวกรมือหนึ่ง..." รินรดากวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่นั่งคลุกฝุ่นอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น "หวังว่าจะยังไม่เจอ... 'ห้องใต้ดินลับ' ที่ฉันสั่งห้ามแตะต้องหรอกนะ"
อาคเนย์กับตะวันสบตากันโดยไม่ต้องนัดหมาย ความรู้สึกหนาว ยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขากำลังเล่นอยู่กับไฟที่อันตรายกว่าที่คิด และคนที่กุมฟืนทั้งหมดไว้ในมือ ก็คือผู้หญิงที่กำลังเดินยิ้มเข้ามาหาพวกเขาในตอนนี้เอง
รบกวนรี้ดเดอร์ทุกท่านช่วยกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ!
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 7
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!