"ถ้าพวกคุณยังมีเวลามาจ้องหน้ากันเหมือนผู้รับเหมากับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ผมเกรงว่าเราจะได้ฝังร่างไว้คู่กับฐานรากโรงแรมนี้จริงๆ นะครับ"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้เจือแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนไขว่ห้างพิงขอบโต๊ะทำงานในห้องประชุมชั่วคราว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองหน้าสถาปนิกหนุ่มเนี๊ยบและวิศวกรโครงสร้างสายลุยสลับไปมา บนหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ภาพจากกล้องวงจรปิดโซนหน้าผายังคงฉายซ้ำภาพมวลมหาศาลของดินโคลนสีแดงข้นที่ไหลทะลักลงมากลบทางเข้าออกจนมิดเป็นกำแพงสูงชัน
เสียงทุ้มต่ำของสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดหลังคาสังกะสีดังกลบเสียงรอบตัวจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนและแรงกดดันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้
อาคเนย์ขยับแว่นสายตาบนสันจมูกด้วยปลายนิ้วที่นิ่งสนิท แม้ภายในหัวสมองจะประมวลผลความเสียหายทั้งหมดด้วยความเร็วสูงจนแทบไหม้ แต่ภายนอกเขากลับแสดงออกเพียงความเยือกเย็นชนิดที่คนมองอยากจะคว้าคอเสื้อมาเขย่าสักที สถาปนิกหนุ่มกวาดตามองหน้าจอแล้วแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ตัดขาดจากโลกภายนอก? ฟังดูโรแมนติกดีนี่ครับ ถ้าเราไม่ได้กำลังยืนอยู่บนพื้นที่ที่ออกแบบโครงสร้างฐานรากโดยอิงกับสมมติฐานที่ว่า 'รถบรรทุกปูนสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา' น่ะนะ" อาคเนย์ปรายตามองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม "หวังว่าคุณตะวัน วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง จะไม่ได้คำนวณเผื่อกรณีที่เราต้องติดเกาะในไซต์งานแบบนี้ไว้ในรายงานด้วยหรอกนะครับ"
ตะวันขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมก้าวร้าวฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ถูกจิกกัดด้วยถ้อยคำสุภาพแต่เชือดเฉือนเป็นรอบที่ร้อยของวัน
"ถ้าปากของคุณมันขยับได้รวดเร็วเท่าสมองที่คิดแต่จะโทษคนอื่น อาคเนย์... ป่านนี้เราคงสร้างตึกเสร็จไปครึ่งหลังแล้วล่ะครับ" ตะวันก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะประชุม ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อช็อปวิศวะชื้นเหงื่อส่งกลิ่นอายความเป็นมนุษย์ที่ดิบเถื่อนและทรงพลังตัดกับความเนี้ยบกริบของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง "ดินถล่มปิดทางออก มันเป็น 'Acts of God' หรือภัยธรรมชาติที่คุณสถาปนิกเทวดาไม่ได้บรรจุไว้ในสัญญาว่าจ้างใช่ไหมล่ะครับ?"
"พอได้แล้วครับทั้งสองคน" รินรดา ยกมือขึ้นปรามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด เธอกวาดสายตาคมกริบมองหน้าทั้งคู่ "ตอนนี้สัญญาณโทรศัพท์ตัดขาด อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ ไฟฟ้าจากส่วนกลางตัดเพราะความเสี่ยงเรื่องดินโคลนทับ
สายส่ง เราเหลือแค่เครื่องปั่นไฟสำรองที่น้ำมันน่าจะพอใช้ได้อีกไม่เกินสี่สัปดาห์ ถ้าไม่อยากตายผ่อนส่งอยู่ที่นี่ พวกคุณต้องเลิกกัดกันแล้วมานั่งคุยกันอย่างมนุษย์มนาเสียที"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่คำรามก้องราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง อาคเนย์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์สถาปนิก ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังวิศวกรหนุ่มที่ยังคงยืนจ้องหน้าเขาไม่กราบกราน
"โอเคครับ ในเมื่อสถานการณ์มันบังคับให้เราต้องติดแหง็กอยู่ร่วมกันในนรกขุมนี้ เพื่อไม่ให้เราฆ่ากันตายเสียก่อนที่กู้ภัยจะมาถึง... เรามาตกลง 'กฎการทำงานร่วมกัน' เสียใหม่ให้เรียบร้อยดีกว่าครับ"
อาคเนย์เดินไปหยิบไวท์บอร์ดขนาดเล็กมุมห้อง พร้อมกับดึงปากกาเคมีสีดำออกมาเปิดฝาด้วยฟันคม
ตะวันเลิกคิ้วสูงด้วยความระแวง "กฎอะไรของคุณอีก อาคเนย์ อย่าบอกนะว่าห้ามผมหายใจแรงใส่คุณเวลานั่งประชุม"
"ข้อแรก..." อาคเนย์เขียนตัวเลข '1' ลงบนไวท์บอร์ดด้วยลายมือหวัดแต่ทรงพลัง "ห้ามใช้อารมณ์เหนือเหตุผล... ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ กรุณาหุบปากแล้วใช้สมองคิดวิเคราะห์ก่อนจะพ่นคำพูดไร้สาระออกมาจากปากของคุณครับ คุณตะวัน"
ตะวันแค่นเสียงหึในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดไวท์บอร์ดจนระยะห่างระหว่างเขากับอาคเนย์เหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและหยาดเหงื่อจางๆ ปะปนกับกลิ่นฝนลอยเข้าแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนร่างสูงต้องเผลอชะงักไปชั่ววินาที
"กฎข้อแรกฟังดูเข้าท่าดีนี่ครับ งั้นผมขอเพิ่ม 'ข้อสอง' เองเลยก็แล้วกัน" ตะวันยื่นมือไปแย่งปากกาเคมีมาจากมือของอาคเนย์อย่างไร้มารยาท ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันในเสี้ยววินาทีที่ขยับเข้าใกล้ อาคเนย์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมถอยหลัง ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวสบตากับดวงตาสีนิลพราวระยับของวิศวกรหนุ่มตรงๆ
ตะวันจดปากกาลงบนกระดานเสียงดัง *'แควก'* เป็นเลข '2' ตัวโต
"กฎข้อที่สอง... เลิกทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่คิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว ถ้าสถาปนิกอย่างคุณเก่งจริง ป่านนี้คงคำนวณแรงเฉือนของดินโคลนออกมาก่อนที่มันจะถล่มลงมาทับหน้าทางเข้าแล้วล่ะครับ ท่านสถาปนิก"
ไดอะล็อกเชือดเฉือนพ่นออกมาในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน อาคเนย์รู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดนี้ เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับเหล็กกล้าสองชิ้นที่ถูกนำมาตีเข้าหากันในเตาหลอมร้อนจัด
"แล้วกฎข้อที่สามล่ะครับ..." รินรดาที่นั่งมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "ในเมื่อพวกคุณต้องติดอยู่ในไซต์งานนี้ด้วยกันตามลำพัง (เพราะฉันจะย้ายไปนอนที่ห้องพักส่วนตัวโซนบนเขา) ข้อนี้สำคัญที่สุด"
อาคเนย์และตะวันผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ทั้งคู่หันไปมองเจ้าของโรงแรมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
รินรดาลุกขึ้นยืน หยิบร่มพับคู่ใจขึ้นมาถือ แล้วก้าวเดินไปที่ประตูห้องทำงาน ชั่วพริบตาก่อนที่เธอจะบิดลูกบิดประตูออกไป หญิงสาวก็หันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"กฎข้อที่สาม... ห้ามมีความรู้สึกเกินเลยกว่า 'ศัตรูคู่แค้น' ต่อกันเด็ดขาดนะครับ ไม่อย่างนั้น... ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้อาจจะไม่ได้พังเพราะดินถล่ม... แต่อาจจะพังเพราะอย่างอื่นแทน"
*คลิก!*
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกดังชัดเจน รินรดาขังพวกเขาทั้งสองคนไว้ในห้องประชุมแคบๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอกอย่างบ้าระหั่ง
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่หน้าไวท์บอร์ด ขณะที่ตะวันยังคงถือปากกาเคมีค้างไว้ หันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าเนี๊ยบกริบเริ่มมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว... และในวินาทีที่อาคเนย์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดกัดจิกเพื่อทำลายความเงียบ ตะวันก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว มือหนารวบข้อมือสถาปนิกหนุ่มแล้วดันแผ่นหลังบางให้แนบติดกับผนังห้องประชุมเย็นเฉียบอย่างไร้การตั้งตัว!
ดวงตาสีนิลของวิศวกรหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตาภายใต้กรอบแว่นของอาคเนย์ น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูด้วยประโยคที่ทำให้สถาปนิกผู้ควบคุมทุกอย่างในชีวิตถึงกับลมหายใจสะดุด
"กฎข้อที่สาม... ฟังดูเป็นกฎที่ยากที่สุดเสียด้วยสิครับ อาคเนย์... คุณคิดว่าผมจะทำตามไหวไหมล่ะ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของแบล็กสมิธในตำนานเสมือนดั่งเหล็กกล้าในเตาหลอมนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 4
กฎสามข้อของการเป็นศัตรู
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!