กลิ่นอายดินฝนและกลิ่นกรุ่นของใบชาชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นบุหรี่คิวבהราคาแพงในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ เมื่อปลายกระบอกปืนไรเฟิลไม่ได้ถูกยกขึ้นเล็งเป้าหมาย หากแต่เป็นสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของบุรุษผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จแห่งไร่ภูตะวัน ที่กำลังจ้องมองผู้บุกรุกสาวราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"คิดว่าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันแล้ว จะมีปัญญาเดินออกไปมือเปล่าอย่างนั้นเหรอ เพียงฟ้า..."
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ภาคิน หรือนายหัวคินในสายตาของคนงานนับร้อย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มเม็ดบนออกด้วยท่าทางเยือกเย็น นัยน์ตาคมดุคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า แม้เธอจะพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าสวยเฉี่ยวเพียงใด แต่หยาดเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งหายนะ
เพียงฟ้ากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เอกสารสิทธิ์ที่ดินและสัญญาเงินกู้จำนวนมหาศาลที่พ่อเลี้ยงของเธอสร้างเอาไว้ถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานไม้สักด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือยามต้องเผชิญหน้ากับซาตานในร่างมนุษย์ผู้นี้
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเห็นใจ... และรู้ดีว่าหนี้ก้อนโตสิบล้านนี่มันมากเกินกว่าที่ครอบครัวฉันจะหามาคืนได้ในตอนนี้ นายหัวอยากจะได้อะไรจากฉัน ก็เชิญว่ามาตามตรงเถอะค่ะ... ไม่สิ... ตามตรงเถียงกันให้จบไปเลย" เธอเกือบหลุดปากใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่าเมื่อเจอสายตาดุดันคู่นั้นสวนกลับมา
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวหร่วนต่ำทุ้มนั้นช่างน่าขนพองสยองเกล้า ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหงื่อเข้ามุมอับ กลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นชาแห้ง บุหรี่ และความดิบเถื่อนของผู้ชายรุกรานพื้นที่หายใจของเธอจนแทบสำลัก
"ปากเก่งไม่เบานี่... ตอนแรกคิดว่าเด็กในเมืองหลวงอย่างเธอจะวิ่งร้องไห้กลับบ้านตั้งแต่เห็นทางเข้าไร่เสียอีก" ภาคินหยุดยืนประชิดตัว ก้มลงกระซิบชิดริมใบหูเล็กที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ "แต่ก็น่าเสียดาย... เงินสิบล้าน สำหรับฉันมันเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น แต่สิ่งที่ฉันสนใจ... มันคือตัวเธอนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปต่างหากล่ะ เพียงฟ้า"
"คุณหมายความว่ายังไง!" เพียงฟ้าผถลึงตาใส่ด้วยความตกใจ ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แต่วงแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กก็วัดรวบเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างรวดเร็วจนไม่มีช่องว่างให้หนีรอด
"หมายความว่า... เธอกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันแล้วไง หนี้สิบล้านแลกกับการที่เธอต้องอยู่ปรนนิบัติฉันที่นี่ ชดใช้ทุกหยาดเหงื่อและทุกเสียงครางใต้ร่างของฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ..."
แรงบีบที่เอวเคล้นคลึงหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด มือบางพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่ภาคินกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย พละกำลังของเขาเหนือกว่าเธอนับเท่าตัว ร่างหนาเบียดแนบชิดจนเธอรับรู้ได้ถึงแผงอกร้อนระอุและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวราวกรรมกรเถื่อน
"ปล่อยนะ! ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจาใช้หนี้ด้วยเงิน ไม่ใช่เอาตัวเข้าแลกแบบนี้!" เพียงฟ้าตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความหยิ่งทะนง แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนด้วยความหวาดกลัวต่อประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมของเขา
"สายไปแล้วเด็กน้อย..." ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียนจนขนลุกซู่ "เธอเป็นคนเดินเข้ามาในถ้ำเสือเอง... คิดเหรอว่าเสือตัวนี้จะยอมปล่อยเหยื่ออันโอชะให้เดินกลับออกไปง่ายๆ"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงปฏิเสธทั้งหมดทันที
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน หรือการทักทายอันนุ่มนวล แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์อันดุเดือด รสจูบเร่าร้อนและป่าเถื่อนทำให้เพียงฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากถูกรุกรานอย่างไร้ความปรานี ลิ้นร้อนซุกซอนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาบีบเค้นท้ายทอยบังคับให้อองรับองศาการจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น
เสียงครางอืออึงประท้วงในลำคอของหญิงสาวดังขึ้น ทว่ามันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวนายหัวหนุ่มให้พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของเพียงฟ้าที่เคยเกร็งขืนเริ่มอ่อนยวบยาบลงทีละน้อย ความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อศักดิ์ศรี ปฏิกิริยาตอบสนองที่สั่นไหวและเรียวขาที่เริ่มอ่อนแรงเป็นหลักฐานชั้นดีว่า เธอกำลังพ่ายแพ้ต่อซาตานร้ายผู้นี้อย่างราบคาบ
ภาคินผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาคู่คมพินิจมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากขณะที่นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอเบาๆ
"ร่างกายเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากเยอะนะ เพียงฟ้า..." เขาเอמהเสียงพร่าต่ำ ชิดใบหูที่ขึ้นสีจัดจนเธอสะท้านเยือก "จำไว้... นับจากนี้ไป ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอเป็นของฉันคนเดียว..."
ก่อนที่เพียงฟ้าจะได้ทันตั้งสติเพื่อโต้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยาวนานของแม่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกผันไปชั่วพริบตา
"นายหัวคะ! คุณ... คุณธนาพาคนบุกเข้ามาที่เขตไร่ด้านหน้าแล้วค่ะ บอกว่าจะมาพาตัวคุณเพียงฟ้ากลับไปให้ได้ค่ะ!"
ภาคินชะงัก นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเป็นเส้นตรง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีที่ได้ยินชื่อศัตรูตัวฉกาจ เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งการใดๆ จู่ๆ ไฟฟ้าภายในห้องทำงานทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณ และในความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน พร้อมกับเสียงหัวاะเยาะเย้ยที่ดังลอดเข้ามาในความมืด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของภูริศร์เสมอมานะครับ
เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 1
หนี้เลือดแลกด้วยตัว
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!