เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 26

การกลับมารวมตัว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“เก็บกุญแจดอกนั้นไปเสีย ลินิน... ถ้าเธอคิดจะเปิดมันเพื่อหาคำตอบที่เจ็บปวด ผมขอแนะนำให้เธอโยนมันลงแม่น้ำไปตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า” เสียงของธันวาราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและเศษโลหะ นิ้วเรียวยาวของเขากำลังคีบฟันเฟืองนาฬิกาเรือนจิ๋วด้วยความประณีต แต่ดวงตาไม่ได้มองมันเลย เขามองทะลุไปถึงร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าตู้เซฟเหล็กกล้าที่ถูกสนิมกัดกินตามกาลเวลา ลินินแค่นยิ้ม เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในห้องที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน “คุณพูดเหมือนกับว่าคุณรู้ดีกว่าฉัน... คุณรู้ว่าข้างในนั้นมีอะไรใช่ไหม ธันวา? ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณเฝ้าดูฉันตามหาพ่อ เหมือนดูละครสัตว์ที่รอวันอับปางลงตรงหน้า” ธันวาหยุดมือที่กำลังไขลาน เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวที่เขาเคยตั้งใจว่าจะปกป้องจากความจริงอันโหดร้าย แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เคยเข้าข้างคนที่พยายามจะเก็บซ่อนความลับเอาไว้ “ผมไม่ได้เฝ้าดูคุณพังทลาย ลินิน” เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีซีดจางทำให้ห้องแคบๆ ดูอึดอัดขึ้นถนัดตา “ผมเฝ้าดูคุณเติบโต... ท่ามกลางซากปรักหักพังที่คุณเรียกว่าครอบครัว และถ้าวันนี้คุณเลือกที่จะก้าวผ่านธรณีประตูบานนี้ไป เราจะไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก” ลินินไม่ฟังคำทัดทาน มือเรียวที่สวมถุงมือหนังค่อยๆ เสียบกุญแจดอกนั้นลงไปในรูกุญแจที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานกว่าสองทศวรรษ เสียง ‘คลิก’ ดังขึ้นเบาๆ แต่สำหรับทั้งคู่ มันดังก้องเหมือนเสียงปืนลั่นไกในพื้นที่ปิด ทว่าก่อนที่ตู้เซฟจะถูกเปิดออก ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอหยุดชะงัก “ถ้าเราเปิดมันตอนนี้ ความจริงจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามคุณไว้กับอดีตไปตลอดกาล” ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันมีความโหยหาและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “แต่หากคุณตัดสินใจจะเปิด... ผมจะอยู่ข้างคุณ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณเผชิญกับความหนาวเหน็บนั้นเพียงลำพังอีกต่อไป” ลินินเงยหน้ามองเขา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความสับสน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นคนเดิมอีกแล้วธันวา... ฉันมาที่นี่เพื่อจบเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นมีชีวิตที่เป็นของฉันจริงๆ เสียที” เธอออกแรงหมุนกุญแจ บานประตูเหล็กหนักๆ ค่อยๆ แง้มออก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและเศษความทรงจำที่ถูกกักขังลอยออกมาปะทะหน้า สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรือสมบัติล้ำค่า แต่มันคือปึกเอกสารที่ถูกมัดไว้อย่างดีด้วยเชือกป่าน และนาฬิกาพกเรือนหนึ่งที่หยุดเดินอยู่ที่เวลาสองทศวรรษก่อนพอดี ธันวาหยิบนาฬิกาเรือนนั้นขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือของเขาลูบไปตามฝาหลังที่สลักชื่อ ‘ศิลา’ ไว้ด้วยความสั่นเทา ลินินหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน ลายมือที่คุ้นตาของพ่อปรากฏอยู่เบื้องหน้า เธออ่านมันด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก “เขารู้... เขารู้ตั้งแต่วันแรกว่าจะมีวันนี้” ลินินพึมพำ “ธันวา พ่อไม่ได้หายไป... พ่อถูกบังคับให้ซ่อนตัวเพื่อปกป้องพวกเราจากองค์กรที่กำลังตามหาสิ่งนี้” เธอชี้ไปยังผังแปลนที่พับเก็บไว้ในแฟ้ม ซึ่งเป็นแผนผังเครื่องจักรกลที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึง “มันไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่มันคือพิมพ์เขียวของการดึงเวลาในระบบที่ล่มสลาย” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “พวกเขากำลังมา... ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่คนทั้งกลุ่มที่ต้องการใช้มันทำลายทุกอย่างที่คุณค่าของมันคือความคงอยู่” ทันใดนั้น เสียงทุบประตูด้านนอกร้านก็ดังขึ้นถี่รัวและรุนแรง ไม่ใช่เสียงเคาะของลูกค้า แต่เป็นเสียงของการพังทลาย ธันวาดึงลินินมาหลบหลังโต๊ะทำงานทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบปืนพกกระบอกเก่าที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักออกมาตรวจสอบกระสุน “ลินิน ฟังผมนะ” ธันวากระซิบ สบตาเธออย่างจริงจัง “ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ห้ามปล่อยมือจากแฟ้มนั่นเด็ดขาด” ประตูร้านพังครืนลง เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วพื้น เงาร่างสามร่างในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าที่ไร้ความปราณี ชายคนหนึ่งที่ดูเป็นผู้นำยกปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเขา แต่แทนที่จะลั่นไก เขากลับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “ยินดีที่ได้พบกันเสียที... คุณหลานสาวของศิลา” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหันมามองธันวาด้วยสายตาที่เหยียดหยาม “และคุณ... ช่างนาฬิกาผู้โง่เขลา ที่พยายามซ่อมสิ่งที่โชคชะตาต้องการให้มันพังพินาศไปนานแล้ว” ธันวาก้าวออกมาข้างหน้าลินิน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีเลือดของความเดือดดาลที่ถูกกดทับมานาน “สิ่งที่พังน่ะ คือพวกแก... ที่กำลังจะดับสูญไปในไม่ช้านี้” เขากดสวิตช์ลับใต้โต๊ะทันที แสงไฟในร้านดับวูบลงพร้อมกับเสียงกลไกมหาศาลที่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน ทั้งร้านเปลี่ยนสภาพเป็นกับดักสังหารที่ถูกออกแบบไว้ด้วยความแค้นของช่างทำนาฬิกาผู้เปี่ยมไปด้วยพิษสง แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นมาจากด้านหลังของธันวา... เสียงที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม “หยุดเถอะธันวา... ถ้าคุณทำลายพวกเขา คุณก็จะสูญเสียโอกาสที่จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของพ่อเธอ” ร่างสูงที่ยืนอยู่กลางร้านท่ามกลางแสงสลัวค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ใครคนหนึ่งพยายามปิดบังมาตลอดชีวิต... ใบหน้าของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงใกล้จะเปิดเผยครับ แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%