เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 28

เผยโฉมหน้าปีศาจ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“วางปืนลงซะ ลินิน... ความจริงมันไม่เคยเป็นของขวัญสำหรับคนที่พยายามจะไขว่คว้าหรอกครับ” เสียงทุ้มต่ำดังก้องท่ามกลางความเงียบงันของโรงงานผลิตชิ้นส่วนเหล็กเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ กลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสาบของฝุ่นผงที่อบอวลอยู่ในอากาศ ธันวายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างจากลินินเพียงไม่กี่ก้าว มือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะที่กระเป๋าเสื้อโค้ท ตัวเขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวในตอนนี้คือการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้น ลินินยืนตัวสั่น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสีสาดลงมาตกกระทบบนใบหน้าซีดเผือดของเธอ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสดใสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวราน เธอไม่ได้เล็งปืนไปที่ธันวา แต่เธอกำลังเล็งไปที่เงาดำมืดที่ยืนตระหง่านอยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ตรงหน้า “คุณธันวา... บอกฉันมาสิว่าเขาไม่ใช่คนคนเดียวกัน” ลินินเค้นเสียงถาม ร่างกายของเธอสั่นเทาจนแทบประคองปืนไม่อยู่ “บอกฉันทีว่าคนที่ทรยศพ่อของฉัน ไม่ใช่คนที่ฉันเพิ่งจะยอมเปิดใจให้เห็นบาดแผลในชีวิต” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดานกระทบพื้นปูน เสียงนั้นดังก้องราวกับเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของความสัมพันธ์ ธันวาถอนหายใจยาว แววตาของเขาที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันไหวติง บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานาน “โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่พังแล้วจะกลับมาดีเหมือนเดิมหรอกครับลินิน ความทรงจำก็เช่นกัน บางครั้งการปล่อยให้มันผุพังไปตามกาลเวลา คือความเมตตาที่โหดร้ายที่สุดที่เรามอบให้ตัวเอง” “คุณพูดเหมือนกับว่าคุณรู้... รู้มาตลอด!” ลินินตวาด เสียงของเธอก้องสะท้อนไปมาในโถงโรงงาน “ผมรู้ เพราะผมคือคนที่รับหน้าที่ซ่อมแซมสิ่งของที่ไม่มีใครต้องการ” ธันวาขยับตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มั่นคง “แต่ผมไม่เคยรู้วิธีซ่อมหัวใจที่แตกสลายเพราะความจริงที่บิดเบี้ยว... โดยเฉพาะความจริงที่เกี่ยวกับพ่อของคุณ” เงาดำหลังเสาปูนเริ่มขยับ มันก้าวออกมาสู่แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากกึ่งเหล็กกึ่งพลาสติกสีหม่น ชายผู้นั้นไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัว เขาสวมชุดโค้ทตัวยาวที่ดูราวกับหลุดออกมาจากยุคสมัยที่ล่วงเลยไปแล้ว ในมือของเขาถือนาฬิกาพกสีทองเรือนหนึ่ง—เรือนเดียวกับที่ลินินเคยเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ของพ่อเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน “นาฬิกาเรือนนั้น...” ลินินชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดในลำคอ ชายปริศนาผู้นั้นยกยิ้มที่มุมปาก แม้จะเห็นเพียงแค่ริมฝีปากที่แห้งผาก แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว “นาฬิกาที่หยุดเดินไปพร้อมกับชีวิตของคนที่ไม่รู้จักยอมรับความจริง... คุณธันวา คุณบอกเธอหรือยังว่าทำไมคุณถึงยอมทำงานกับผมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา?” ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ความเจ็บปวดฉายชัดในแววตา เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้แก้ตัว เขาเพียงแต่หันไปมองลินินด้วยสายตาที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่เขาจะมอบให้ใครได้ “ผมซ่อมนาฬิกาเรือนนี้มาตลอด เพราะผมหวังว่าสักวัน... เมื่อกลไกมันทำงานได้อีกครั้ง ความลับที่ถูกขังอยู่ในนั้นจะเปิดเผยออกมา” “นั่นหมายความว่า...” เสียงของลินินแผ่วเบาลง “คุณหลอกฉันตั้งแต่วันแรกเหรอคะ?” “ไม่ใช่การหลอกครับ” ธันวาตอบพลางก้าวเข้าไปขวางระหว่างลินินกับชายปริศนาผู้นั้นอย่างปกป้อง “แต่เป็นการซื้อเวลา เพื่อพาคุณมาถึงจุดนี้ จุดที่ปีศาจตัวจริงจะถูกเปิดเผยหน้ากากออก... ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง” ชายปริศนาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “พ่อของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกลินิน เขาตายเพราะเขามีสิ่งที่ฉันต้องการ... และสิ่งที่ฉันต้องการ ตอนนี้มันก็อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอใช่ไหมล่ะ?” ลินินเบิกตากว้าง เธอเอื้อมมือไปสัมผัสเศษกระดาษที่ถูกพับอย่างประณีตในกระเป๋าเสื้อ มันคือเบาะแสเดียวที่เธอยึดมั่นมาตลอดการเดินทางครั้งนี้ เธอไม่เคยคิดเลยว่ากระดาษแผ่นนี้จะเป็นชนวนเหตุของหายนะทั้งหมด ทันใดนั้น ชายปริศนาก็ชักปืนพกกระบอกสั้นออกมา เล็งตรงมาที่หน้าอกของลินินโดยไม่ลังเล “ส่งมันมา หรือจะให้ฉันแกะมันออกจากศพของเธอเอง?” ธันวาขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือที่กระโจนเข้าหาเหยื่อ เขาพุ่งเข้าไปหาชายปริศนาหมายจะปัดปืนในมือออก แต่ในจังหวะที่ปะทะกัน เสียงลั่นไกก็ดังก้องไปทั่วโรงงาน! *ปัง!* ร่างของใครคนหนึ่งทรุดลงกับพื้น แรงปะทะทำให้หน้ากากของชายปริศนาหลุดกระเด็นออกไป เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมานานนับทศวรรษ ลินินกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดๆ ในแสงสลัว ธันวานอนหายใจหอบอยู่บนพื้น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมผ่านเสื้อสีเทาของเขาออกมา “ธันวา!” ลินินรีบวิ่งเข้าไปหา แต่ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะถึงตัวเขานั้น ชายปริศนาที่เพิ่งถูกเปิดเผยใบหน้ากลับเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ความหวังสุดท้ายของเธอพังทลายลง “ดูให้ชัดสิ ลินิน... คนที่คุณพยายามปกป้องมาตลอดทางน่ะ ไม่ใช่คนที่คุณคิดหรอก เขาคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตคุณ... ตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อน” ลินินมองไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น ใบหน้าที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต แต่มันกลับเป็นใบหน้าเดียวกันกับ... คนที่เธอไว้ใจที่สุดในตอนนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในตอนที่เข้มข้นที่สุดนี้ ไว้พบกันในตอนหน้าครับ แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%