"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ายังมีปัญญาหาข้าวกรอกหม้อได้โดยไม่แบมือขอเงินตระกูลหลี่ ข้า ‘แม่เฒ่าหลี่’ คนนี้ยินจะคุกเข่าคำนับฟ้าดินให้สามครั้งสามหนเลยทีเดียว!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนเก่าๆ ดังลั่นบ้านจนฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามร่องไม้ร่วงกราว แม่เฒ่าหลี่กอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาตี่รีดจ้องมองร่างเพรียวบางของหลินฟางเซียนที่กำลังงละมุนละม่อมอยู่หน้าเตาไฟด้วยความสะใจ ระหว่างที่นางตั้งใจจะมาทวงส่วนแบ่งเงินเบี้ยเลี้ยงทหารของหานหยางที่เพิ่งส่งกลับมาถึงเมื่อวาน
ในยุคปี 1970 ที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ครอบครัวตระกูลหลี่ขึ้นชื่อเรื่องความเค็มและเห็นแก่ตัวเป็นที่สุด หลินฟางเซียนในวัยยี่สิบต้นๆ ยืนนิ่งสนิท มือเรียวบางกำลังตักข้าวสารสีขาวราวกระเบื้องเคลือบออกจากถุงกระสอบที่ซ่อนไว้ในมิติฟาร์ม เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ไม่มีรำข้าวปะปนแม้แต่น้อย มันคือความแตกต่างราวฟ้ากับเหวหากเทียบกับข้าวต้มกากธัญพืชเจือจางน้ำที่บ้านใหญ่กินกันอยู่ทุกวัน
ฟางเซียนไม่ได้หันกลับไปทันที นางเพียงแต่แย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาววับราวกับนักวิเคราะห์หุ้นที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในกระดานหุ้นตก
"ท่านแม่พูดคำไหนคำนั้นนะครับ... เอ้ย คำนั้นนะคะ เอ๊ย ไม่ใช่สิ คำนั้นนะครับ" ฟางเซียนเกือบหลุดปากสำนวนปัจจุบัน แต่นางรีบปรับน้ำเสียงให้เข้ากับยุคสมัยทันที "ท่านแม่พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นสิครับ ข้าฟางเซียนเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว หากมื้อนี้ข้าทำอาหารที่ทำให้ท่านต้องกลืนน้ำลายและยอมรับด้วยความเต็มใจ ท่านแม่จะยอมเลิกยุ่งกับเงินเบี้ยเลี้ยงของพี่หยางตลอดปีนี้... ดีหรือไม่ครับ?"
"กล้าดีนี่!" แม่เฒ่าหลี่แค่นหัวเราะเสียงดังลั่นจนลูกสะใภ้ใหญ่ที่ยืนสมน้ำหน้าอยู่ข้างๆ ถึงกับยิ้มกริ่ม "ดี! ถ้าเจ้าทำอาหารที่ไร้รสชาติหรือใช้แต่ผักป่ากากๆ มาตบตาข้าเหมือนเคย วันนี้ข้าจะยึดข้าวสารทุกเม็ดในบ้านนี้ไปซะให้หมด!"
หลินฟางเซียนไม่ตอบโต้อะไรให้เสียเวลา นางหันกลับไปจัดการกับวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบดึงออกมาจาก "มิติฟาร์มพันล้าน" ในห้วงจิตสำนึก สามหมื่นหยวนในบัญชีมิติพร้อมระบบปลดล็อกสินค้าพรีเมียมทำให้วันนี้ ครัวดินเหนียวมอซอแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นภัตตาคารหรูระดับมิชลินโดยไม่รู้ตัว
นางหยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามราวกับลายหินอ่อน เนื้อแดงสลับไขมันหนาบางกำลังดี ล้างทำความสะอาดอย่างประณีตด้วยน้ำใสสะอาดจากบ่อน้ำมิติ ก่อนจะหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดัง "ตับๆๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงเคาะกราฟแท่งเทียนที่กำลังวิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
จากนั้นนางตั้งหม้อดินเผา ใส่น้ำตาลกรวดลงไปเคี่ยวจนละลายกลายเป็นสีอำพันสวยงาม กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ เริ่มลอยละล่องออกมาแตะจมูก ตามด้วยการหย่อนหมูสามชั้นลงไปผัดเคลือบน้ำตาลจนผิวตึง รินเหล้าจีนชั้นดีและซีอิ๊วขาวพรีเมียมจากมิติลงไป เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันหอมกรุ่นที่พวยพุ่งขึ้นสู่เพดานบ้าน
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ?"
เสียงกระซิบกระซาบของลูกสะใภ้ใหญ่เริ่มดังขึ้น นางขยับจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปกติแล้วบ้านนี้แทบไม่ได้แตะเนื้อสัตว์ นานๆ ครั้งถึงจะได้กินมันหมูสักชิ้น แต่นี่...กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศและไขมันหมูที่กำลังเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกลับพุ่งทะลุทะลวงออกไปนอกหน้าต่าง กระจายตัวไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็วราวกับมีปีก
ฟางเซียนยังไม่หยุดแค่นั้น นางหยิบไข่ไก่สดจากมิติมาต้มในหม้อแยกอีกใบ ปอกเปลือกสีขาวเนียนแล้วหย่อนลงไปเคี่ยวรวมกับหมูสามชั้นพะโล้ ปล่อยให้เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำซุปงวดลง ซึมเข้าสู่เนื้อหมูและไข่จนเป็นสีน้ำตาลฉ่ำวาว น่ารับประทานถึงขีดสุด
ในเวลาเดียวกัน นางยังเตรียม "ผัดผักกวางตุ้งไฟแดง" อีกหนึ่งเมนู ผักกวางตุ้งสดๆ กรอบๆ ที่ปลูกด้วยน้ำทิพย์ในมิติ ถูกโยนลงกระทะเหล็กร้อนจัดพร้อมกระเทียมเจียวหอมๆ เสียงน้ำมันเดือดพล่านประกายแสงไฟวาบวับ กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและผักสดกรอบลอยอบอวลตัดเลี่ยนกับหมูพะโล้ได้อย่างลงตัวที่สุด
ผ่านไปเพียงสามสิบนาที อาหารสองอย่างถูกลำเลียงมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ
หมูพะโล้สีอำพันเงางามในชามกระเบื้องเคลือบส่งควันกรุ่นลอยขึ้นสู่เบื้องบน ไข่พะโล้ยางมะตูมสีน้ำตาลเข้มดูเย้ายวน และผัดผักกวางตุ้งสีเขียวสดกรอบที่ส่งกลิ่นหอมของน้ำมันหมูกระจายไปทั่วบริเวณ ทันทีที่ฝาชามถูกเปิดออก ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมบ้านตระกูลหลี่ทันที
แม่เฒ่าหลี่ที่อ้าปากเตรียมจะด่าทอ กลับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างจนแทบถลน จมูกสูดกลิ่นหอมหวานละมุนที่แทรกซึมเข้าไปในโสตประสาท สมองของนางว่างเปล่าลงชั่วขณะ ลืมสิ้นซึ่งคำพูดดูถูกเหียดหยามที่เตรียมไว้เสียสนิท
"นี่มัน... แกทำเนื้อนี่มาจากไหน? เจ้าไปขโมยเงินใครมาซื้อเนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนี้!" ลูกสะใภ้ใหญ่กรีดร้องขึ้นด้วยความอิจฉาริษยาจนหน้าดำหน้าแดง พยายามจะพุ่งเข้ามาใช้มือคว้าชามหมูพะโล้
*ฉวะ!*
ฟางเซียนใช้ตะเกียบไม้เคี่ยวลงบนขอบโต๊ะอย่างแม่นยำและรวดเร็ว เสียงกระทบดังลั่นจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง ชักมือกลับแทบไม่ทัน ดวงตาคู่คมของฟางเซียนจ้องมองตรงไปยังแม่สามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นแต่ทรงพลัง
"เงินของสามีข้า ข้าจะจัดการอย่างไรก็เป็นสิทธิของข้าครับ... หรือว่าท่านแม่และพี่สะใภ้ จะกล้าปฏิเสธกลิ่นหอมที่กำลังตบหน้าพวกท่านอยู่ตอนนี้ล่ะครับ?"
คำพูดราบเรียบแต่นิ่มนวลเชือดเฉือนทำเอาแม่เฒ่าหลี่หน้าชาดานราวกับถูกตบด้วยฝ่ามือไร้เงา กลิ่นหอมของหมูพะโล้ยังคงลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าประดู1บ้าน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อม—พันจ่าเอกหานหยางยืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู สายตาคมกริบกวาดมองบรรยากาศตึงเครียดภายในบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาคนสวยที่ส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างรู้กัน
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ก้าวแทรกเข้ามาด้านหลังหานหยาง พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าแล้วพูดเสียงดังฟังชัด
"พันจ่าเอกหานหยาง! คำสั่งด่วนจากกองบัญชาการ... คุณถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจลับที่ชายแดนใต้ เริ่มเดินทางคืนนี้ทันที!"
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 3
มื้อแรกที่หอมฟุ้ง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!