ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 36

ความซื่อสัตย์ของหานหยาง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
ควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อดินเผาเคลือบอินาเมลใบใหญ่ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนของรากบัวตุ๋นกระดูกหมูอ่อนและเก๋ากี้แดงฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว หลินฟางเซียนใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปเคี่ยวเคี่ยวจนเข้าที่อย่างใจเย็น แววตาของเبيนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่ในหัวสมองกลับกำลังประมวลผลกราฟการเติบโตของตลาดมืดในเมืองหลวงราวกับกำลังมองดูกราฟดัชนีหุ้นฮั่งเส็งในกระดานอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรแปรรูปจากมิติฟาร์มพันล้านล็อตแรกถูกระบายออกจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม เม็ดเงินสดที่ได้จากการเก็งกำไรถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบในกล่องไม้สน ทว่า ความสงบสุขในบ้านพักนายทหารกลับมีคลื่นใต้น้ำระลอกใหม่ซัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว "พี่หานหยางคะ... คือว่าฉัน... ฉันทำซาลาเปาไส้หมูเห็ดหอมมาฝากค่ะ เห็นว่าพี่เพิ่งกลับมาจากฝึกภาคสนามเหนื่อยๆ" เสียงหวานใสที่เจือความจงใจดัดให้ฟังดูอ่อนหวานดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าฝ้ายรีดเรียบกริบก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตความเป็นส่วนตัวอย่างไร้มารยาท เหมยหลิง ลูกสาวของผู้บังคับกองร้อยฝ่ายเสบียง ยืนถือปิ่นโตเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้ด้วยสองมือ ใบหน้าแต่งแต้มแป้งบางเบาพยายามส่งสายตาหวานเชื่อมมายังพันจ่าเอกหานหยางที่กำลังนั่งขัดรองเท้าคอมแบทอยู่ตรงระเบียง หานหยางเงยหน้าขึ้นจากรองเท้าหนังสีดำที่เป็นเงาวับ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ สัญชาตญาณความเป็นสามีที่ซื่อสัตย์และผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาชัดเจนว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาดี และเจตนาของเธอนั้นต่ำทรามเกินกว่าจะให้เกียรติ "วางไว้ตรงนั้น แล้วเชิญกลับไปครับ" หานหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน เหมยหลิงชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ นางไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มรูปงามอนาคตไกลผู้นี้จะปฏิเสธความปรารถนาดีอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ นางกัดริมฝีปากเบาๆ แสร้งทำเป็นเอียงคอด้วยท่าทีน่าสงสาร "พี่หานหยางทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ? ท่านแม่บอกว่าช่วงนี้พี่ฟางเซียนภรรยาของพี่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำเงิน จนปล่อยปละละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพของพี่ ฉัน... ฉันแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนบ้านเท่านั้นเองค่ะ" คำพูดพาดพิงที่แฝงด้วยยาพิษฉาบน้ำผึ้งนี้ดังพอที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่หลังม่านกั้นห้องได้ยินอย่างชัดเจน หลินฟางเซียนที่กำลังจะยกถาดน้ำซุปเดินออกไปหยุดชะงักฝีเท้าลง มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยียบเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง นางไม่ได้แสดงอาการหึงหวงโกรวกเกรี้ยวอย่างที่หญิงสาวชาวบ้านทั่วไปพึงมี แต่นางกลับยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีของ "นักลงทุน" ที่กำลังมองดู "หุ้นขยะ" กำลังดิ้นรนปั่นราคาตัวเองให้สูงขึ้นอย่างไร้ค่า ในมิติฟาร์มพันล้านของนางตอนนี้ เมล็ดพันธุ์โสมคนป่าอายุห้าปีเพิ่งจะออกดอกสะพรั่ง มูลค่าของมันในตลาดมืดสามารถซื้อตึกแถวทั้งแถบในเซี่ยงไฮ้ได้สบายๆ แล้วผู้หญิงบ้านๆ ที่ใช้เล่ห์กลตื้นเขินคนนี้คิดจะมาแย่งชิงสามีของนางด้วยซาลาเปาไส้หมูราคาถูกกระนั้นหรือ? ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ล้าหลังและน่าสมเพชเสียจริง ทางด้านหานหยาง เมื่อได้ยินคำพูดจาจาบจ้วงภรรยาของตน เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดโปนขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้สนใจท่าทีออดอ้อนของเหมยหลิงแม้แต่น้อย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เครื่องแบบทหารแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามจนเหมยหลิงต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "คุณเหมยหลิง" หานหยางเอמהขึ้น น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว "ภรรยาของผมเป็นคนอย่างไร ผมย่อมรู้ดีที่สุด และต่อให้เธอจะไม่ทำอาหารให้ผมกินเลยแม้แต่มันฝรั่งต้มหัวเดียว ผมก็ไม่มีวันชายตามองอาหารจากมือคนอื่นที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์" "พี่หานหยาง... พี่เข้าใจฉันผิด..." เหมยหลิงหน้าถอดสี ละอายใจจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า "ผมไม่ได้เข้าใจผิด แต่ผมกำลังให้เกียรติคุณด้วยการตักเตือนด้วยวาจาเป็นครั้งแรก" หานหยางสาวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว แรงกดดันจากนายทหารสนามรบทำให้เหมยหลิงแทบหายใจไม่ออก "ถ้ายังมีครั้งที่สองที่ก้าวก่ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ หรือบังAจมาพูดจาให้ร้ายภรรยาของผมต่อหน้าอีก ผมจะรายงานพฤติกรรมนี้ให้ผู้บังคับกองร้อยของคุณพ่อคุณได้รับทราบ และบันทึกประวัติความประพฤติเสื่อมเสียลงในแฟ้มกำลังพล เชิญครับ!" เปรี้ยง! ประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เหมยหลิงหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางคว้าปิ่นโตของตนเองขึ้นมาด้วยความทุรกรักษาหน้าตาสุดชีวิต ก่อนจะวิ่งหนีเตลิดออกจากบ้านพักไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นดินรัวเร็วด้วยความตื่นตระหนก ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง หานหยางถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหงุดหงิด เขารีบหันกลับมาทางห้องครัวด้วยความกลัวว่าภรรยาจะเข้าใจผิด ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของนายหนุ่มกระตุกวูบ หลินฟางเซียนยืนถือถาดไม้ที่มีถ้วยซุปรากบัวร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์สามีของนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมิน "ความเสี่ยงในการลงทุน" ว่าหุ้นตัวนี้มีความมั่นคงพอที่จะถือยาวไปตลอดชีวิตหรือไม่ "จัดการได้เด็ดขาดดีนี่ครับ สามีของฉัน" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย มุมปากหยักลึกด้วยความพึงพอใจ หานหยางรีบก้าวเข้ามาประคองถาดจากมือภรรยาด้วยความทะนุถนอม ดวงตาคมกราบมองสบตานางอย่างมั่นคงและจริงจัง "สำหรับผม ฟางเซียน... หุ้นส่วนชีวิตคนนี้มีค่ามากกว่าทั้งกองทัพรวมกัน ผมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งแปลกปลอมราคาถูกเข้ามาทำลายพอร์ตความสุขของเราเด็ดขาดครับ" นางหัวנסเราะเบาๆ ในลำคอ รสชาติหวานมันของซุปรากบัวผสมผสานกับบรรยากาศอันอบอุ่นในห้องครัว ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งวันมลายหายไปสิ้น นางเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่หน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนหวาน ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงโวยวายของแม่เฒ่าหลี่ แม่สามีตัวแสบที่ไม่ได้ปรากฏตัวมานานแรมเดือน ตะโกนแผดเสียงลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด "หลินฟางเซียน!นังสะใภ้เนรคุณ แกแอบซ่อนเงินทองอะไรไว้ในบ้าน ทำไมตระกูลหลี่ถึงได้ข่าวว่าพวกแกกำลังจะซื้อรถบรรทุกคันใหม่! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!" หานหยางขมวดคิ้วแน่น รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที ส่วนหลินฟางเซียนกลับวางชามซุปในมือลงช้าๆ แววตานิ่งสงบแต่ประกายตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการแก้แค้น นางหันมามองหน้าสามีแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "ดูเหมือนว่า... ผลประกอบการไตรมาสนี้ของแม่สามี จะขาดทุนจนสติหลุดไปเสียแล้วกระมังครับ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%