"เซ็นชื่อซะ! หลินฟาง อย่าได้ใจให้มันมากนัก แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าปฏิเสธคำสั่งของฉัน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบสีลายครามบนโต๊ะไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน ป้าสะใภ้ใหญ่เฉินถลึงตาใส่จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งชี้หน้าหญิงสาวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามราวกับกำลังชี้พิพากษานักโทษประหาร
หลินฟางกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่กลางหน้าอกราวกับถูกของมีคมแทงยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึก แต่สัมผัสหยาบกร้านของกระดาษสัญญาขายที่ดินในมือ และกลิ่นอับชื้นของบ้านดินตระกูลหลินกลับชัดเจนยิ่งกว่า
นี่เธอย้อนกลับมาแล้วจริงๆ สินะ...
ในชาติที่แล้ว เธอยังเป็นคนอ่อนต่อโลก หลงเชื่อคำหวานแกมบังคับของญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อเหล่านี้ ว่าที่ดินแปลงสุดท้ายมรดกตกทอดจากพ่อแม่จำเป็นต้องขายให้เถ้าแก่เฝิงในอำเภอเพื่อนำเงินมา "จุนเจือครอบครัว" สุดท้ายเงินสักหยวนเธอก็ไม่ได้เห็น แถมยังถูกหลอกให้เซ็นสละสิทธิ์ จนต้องตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่าแคบๆ สกปรก พร้อมกับความแค้นที่สุมอกจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ
แต่วันนี้ วันที่ประวัติศาสตร์ยังไม่ทันได้ซ้ำรอยเดิม หลินฟางคนเก่าที่ยอมให้คนอื่นเคี้ยวจนแหลกคากรามได้ตายไปพร้อมกับความเจ็บปวดนั้นแล้ว
"ป้าใหญ่พูดจาให้มันดีๆ หน่อยสครับ... เอ๊ย พูดให้มันดีๆ หน่อย" หลินฟางเกือบเผลอหลุดสำนวนนักเก็งกำไรในตลาดหุ้นออกมา เธอปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ เย็นชา แต่นิ่งสนิทจนอีกฝ่ายชะงัก
"แก! นังเด็กอกตัญญู กล้าต่อปากต่อคำกับฉันรึ!" ป้าสะใภ้เฉินปรี่เข้ามาหมายจะคว้าแขนเล็กเพื่อบิดให้เนื้อเขียวชอุ่มตามความคุ้นเคยเดิม
หลินฟางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างว่องไว หลบมือคู่นั้นได้อย่างเฉียดฉิว ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองเอกสารในมือ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นเยียบของนักลงทุนที่กำลังประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จะไม่มีวันยอมขาดทุนเป็นครั้งที่สอง
"ที่ดินผืนนี้ห้าไร่ติดริมลำธาร มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย สมัยพ่อแม่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ราคาประเมินในอำเภอก็สูงลิ่วแล้ว แต่ป้ากลับจะให้ฉันขายให้เถ้าแก่เฝิงในราคาแค่สามร้อยหยวน? หึ... นี่ป้าเห็นฉันเป็นขอทาน หรือป้าคิดว่าสมองฉันมันเสื่อมไปตามอายุของป้ากันแน่?"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ป้าสะใภ้เฉินถึงกับอ้าปากค้าง ผะผะเผ่าเสียงไม่ออก นางไม่เคยเห็นหลินฟางในมุมนี้มาก่อน นังเด็กนี่ปกติก้มหน้ายอมรับชะตากรรมราวกับตุ๊กตาดินเผา เหตุใดวันนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจสาวฝีปากกล้าไปได้
"วะ... ว่ายังไงนะ! แกกล้าด่าฉันว่าแก่เรอะ! นังหลินฟาง แกมันก็แค่ตัวภาระของตระกูล ถ้าไม่มีพวกฉันคอยข้าวปลาอาหารประคับประคอง แกจะเติบโตมาจนป่านนี้ได้เรอะ! ส่งสัญญามานี่!" ป้าสะใภ้พยายามแย่งกระดาษคืน แต่หลินฟางกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฉีกกระดาษสัญญาแผ่นนั้นออกเป็นสองส่วน... สามส่วน... และฉีกขยำทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดีต่อหน้าต่อตา
*แคว่ก! แคว่ก!*
เสียงฉีกกระดาษดังบาดหู ท่ามกลางความตกตะลึงของคนในบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ทั้งลุงใหญ่ที่นั่งสูบไปป์มุมห้องและลูกพี่ลูกน้องชายที่ทำท่าจะเข้ามาสมทบ ต่างพากันอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
"แก... แกกล้าดียังไง! นั่นมันอนาคตของครอบครัวเรานะ!" ป้าสะใภ้กรีดร้องเสียงหลง ชี้นิ้วสั่นเทา
"อนาคตของครอบครัวป้า ไม่ใช่อนาคตของฉัน" หลินฟางยืดอกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงาม "จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะฃับ... เอ่อ นะครับ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป สมบัติทุกชิ้นของพ่อแม่ฉัน แม้แต่หญ้าต้นเดียวบนที่ดินผืนนั้น ป้าก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว ถ้าใครยังกล้าก้าวล้ำเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
บรรยากาศในห้องรับแขกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันแผ่ออกจากตัวหญิงสาวร่างบางคนนี้อย่างประหลาด จนคนเป็นลุงใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดในหมู่บ้านยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน ไม่กล้าขยับตัวเข้าไปใกล้
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นจากด้านนอกบ้าน เป็นจังหวะก้าวเดินของคนที่ผ่านการฝึกฝนวินัยทหารมาอย่างโชกโชน รองเท้าบูทหนังย่ำลงบนพื้นดินหน้าบ้านจนเกิดเสียงดังทุบหนัก
ปัง!
ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มของนายทหารยศร้อยเอกก้าวเข้ามาในห้อง ความสูงตระหง่านและรัศมีกดดันอันเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาดมองกวาดไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินฟางที่ยืนถือเศษกระดาษอยู่ในมือ
นั่นคือ "ร้อยเอกจางเหว่ย" สามีตามกฎหมายที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงสามวันก่อนที่เขาจะต้องรีบกลับไปประจำการที่ค่ายทหารชายแดน และเป็นผู้ชายที่ชาติก่อนเธอโง่เขลาเบาปัญญาจนยอมหย่าขาดตามคำเป่าหูของพวกญาติเปรตพวกนี้!
จางเหว่ยไม่ได้เอ่ยทักทายใคร สายตาคู่คมกวาดมองรอยแดงที่ฝ่ามือของภรรยา และท่าทางตื่นตระหนกของบ้านป้าสะใภ้ ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด
"ได้ยินว่า... มีคนรังแกภรรยาผมอย่างนั้นหรือ?"
รี้ดเดอร์ที่รักครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หัวใจคงเต้นรัวไปกับความเด็ดเดี่ยวของน้องหลินฟางและการปรากฏตัวแบบเท่ระเบิดของสารวัตรทหารสุดคลั่งรักกันแล้วใช่ไหมครับ? แต่รับรองว่าศึกตบตีกับญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อยังไม่จบแค่นี้แน่นอน เพราะในบทถัดไป สามีภาระ เอ๊ย สามีทหารคลั่งรักผู้นี้จะจัดการพวกมันอย่างไร และมิติลับในตัวหลินฟางกำลังจะตื่นขึ้นมาสร้างความมั่งคั่งขนาดไหน... โปรดติดตามตอนต่อไป พรุ่งนี้เวลาเดิม ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมาครับ)
เจ้ายุค 80 กับแผนล้างแค้นฉบับเศรษฐีนี•ตอนที่ 1
จุดจบที่กลายเป็นจุดเริ่ม
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้ายุค 80 กับแผนล้างแค้นฉบับเศรษฐีนี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!