"ถ้าคิดจะหยุดแค่คำว่า 'ไม่เป็นไร' ก็เชิญเก็บคำโกหกนั่นใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ซะ แต่ถ้าอยากให้ฉันฟังต่อ... ก็กรุณาอย่าสบตาฉันด้วยสายตาที่สงสารแบบนั้นอีกเลย"
น้ำเสียงของพราวนิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับแฝงไปด้วยรอยร้าวลึกที่เธอพยายามกักขังไว้ภายใต้ท่าทางเรียบเฉย เธอไม่ได้หันไปมองร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามา แต่เธอกลับจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ร่างกายที่เคยกลมกลึงเริ่มเปลี่ยนไปตามวินัยและความมุ่งมั่น แต่ทว่าแววตา... แววตาที่เคยหม่นแสงของเธอยังคงสะท้อนความกลัวบางอย่างที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังหวาดหวั่น
คณินไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ประตูห้องที่ถูกผลักเข้ามายังคงแง้มค้างไว้ ราวกับเป็นเส้นแบ่งกั้นระหว่างความวุ่นวายภายนอกกับความอึดอัดที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออกในพื้นที่นี้ เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามา... จังหวะฝีเท้าของเขาเงียบเชียบ ทว่าหนักแน่น มั่นคง
"ฉันไม่ได้มองด้วยความสงสาร"
น้ำเสียงของคณินทุ้มต่ำและแผ่วเบา ทว่ากลับสั่นคลอนความมั่นคงในใจของพราวได้อย่างเหลือเชื่อ เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมสะอาดแบบอ่อนๆ ประจำตัวของเขาจางๆ ลอยมาแตะจมูก "สิ่งที่ฉันเห็นในกระจกตอนนี้ ไม่ใช่เด็กสาวที่พยายามปกปิดปมด้อยด้วยความเฉิ่มเชย หรือคนที่หวาดกลัวสายตาคนอื่น แต่มันคือผู้หญิงที่กล้าหาญพอจะยอมรับความจริง และก้าวผ่านเงาของตัวเองออกมาอย่างสง่างาม"
พราวเม้มริมฝีปากแน่น เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา สายตาที่เคยเสมองพื้นค่อยๆ เงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้า ในแววตาคู่นั้นไม่มีความเหยียดหยาม ไม่มีความเวทนา มีเพียง... ความปรารถนาดีที่ลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง
"นายพูดแบบนี้ เพราะนายเคยรู้จักฉันในวันที่แย่ที่สุดใช่ไหม" พราวถามเสียงสั่น "นายพยายามจะปลอบใจฉัน เพราะนายจำภาพยัยเฉิ่มที่น่าสมเพชคนนั้นได้... นายแค่กำลังพยายามทำตัวเป็นพระเอกที่ช่วยให้ 'ยัยนั่น' รู้สึกดีขึ้นเท่านั้นแหละ"
คณินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้การเสแสร้ง เขาขยับก้าวเข้าใกล้จนระยะห่างของคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมขึ้น แต่อยู่เพียงแค่อากาศว่างเปล่าก่อนจะลดลงข้างกาย เหมือนเขากำลังชั่งใจว่าจะล้ำเส้นความรู้สึกของเธอไปไกลแค่ไหน
"เธอเข้าใจผิดไปไกลมากแล้ว พราว" เขาเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอราวกับจะจดจำทุกรายละเอียด "สิ่งที่ฉันเห็นในอดีต... มันเป็นเพียงบทนำที่ทำให้ฉันประทับใจในความพยายามของเธอ แต่คนที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ด้วยตอนนี้... คนที่ฉันเฝ้ามองทุกย่างก้าวของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพราะความเห็นใจ แต่มันคือความหลงใหลในตัวตนที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของเธอเอง"
พราวชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วครู่ "หมายความว่ายังไง"
"หมายความว่า... ไม่ว่าอดีตเธอจะเป็นอย่างไร หรือต่อให้วันนี้เธอจะยังไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาใคร แต่พราวที่ฉันกำลังคุยด้วยอยู่ในวินาทีนี้ คือพราวที่ฉันรัก" เขาพูดประโยคนั้นออกมาด้วยความหนักแน่น ไม่มีท่าทีลังเล "ฉันไม่ได้รักความทรงจำ ไม่ได้รักอดีตของเธอ... ฉันรักความเป็นปัจจุบันที่เธอเป็นอยู่ รักความมุ่งมั่นที่เธอแสดงให้เห็นทุกวัน รักแม้กระทั่งแววตาที่ยังมีความกังวลนั่น เพราะมันคือส่วนหนึ่งของความจริงที่ทำให้เธอเป็น 'เธอ' ในแบบที่ไม่มีใครแทนที่ได้"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ความกดดันที่เคยบีบคั้นเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบที่ซึมลึกเข้าไปในหัวใจของพราว คำพูดของคณินไม่ใช่คำหวานหูที่พร่ำบอกให้หลงใหล แต่มันคือการยอมรับ... การยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น ทั้งด้านที่แข็งแกร่งและด้านที่เปราะบางที่สุด
พราวรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว เธอพยายามกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมา ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า ความรักที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้สวยงามไร้ที่ติ แต่มันคือการมีใครสักคนที่มองเห็น 'ความหมาย' ในการมีอยู่ของเรา แม้ในวันที่โลกใบนี้หันหลังให้
"นาย... นายพูดจริงๆ ใช่ไหม" เธอถามเสียงแผ่ว พยายามควบคุมน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่น
"ฉันไม่เคยโกหกเรื่องความรู้สึกของตัวเอง" คณินยื่นมือมาแตะเบาๆ ที่หัวไหล่ของเธอ สัมผัสของเขาแผ่ซ่านความอบอุ่นผ่านเนื้อผ้าเข้ามา "ไม่ว่าเธอจะอยู่ในรูปลักษณ์ไหน หรืออนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร... คนที่ฉันอยากจะยืนอยู่ข้างๆ ก็คือพราวคนนี้ คนปัจจุบันที่ฉันภาคภูมิใจที่สุด"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคลี่คลายไปในทางที่แสนละมุน... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่คุ้นหูก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องที่เปิดค้างไว้ มินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย็นเยียบและแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความริษยา เธอถือโทรศัพท์มือถือในมือแน่น หน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของพราวเปลี่ยนไปในทันที
"แหม... ช่างเป็นฉากสารภาพรักที่ซึ้งกินใจเหลือเกินนะคะ" มินตราแค่นยิ้ม ก่อนจะกดส่งข้อความบางอย่างออกไป "น่าเสียดายนะคณิน ที่ความรักที่เธอพร่ำบอกเนี่ย... มันจะกลายเป็นเรื่องตลกที่สุดของโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า"
คณินหันขวับไปมอง มินตรายกมือถือขึ้นโชว์หน้าจอที่แสดงแอปพลิเคชันแชทของกลุ่มนักเรียนในโรงเรียน พร้อมกับโพสต์ภาพที่พราวไม่เคยคิดว่าจะมีใครแอบถ่ายไว้ได้ในจังหวะที่เปราะบางที่สุด ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของพราวและคณินก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างรัวเร็วราวกับห่าฝน...
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหัวใจพราวมาจนถึงตอนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่สัญญาว่าจะพาทุกคนไปพบกับบทสรุปที่ลุ้นระทึกยิ่งกว่านี้ในตอนหน้าแน่นอนค่ะ
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 51
คำปลอบโยนจากหัวใจ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!