“ถาดข้าวนั่นน่ะ... เอาไปวางให้ถูกที่หน่อยสิ พราว”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความรังเกียจดังขึ้นเหนือหัว ก่อนที่น้ำเย็นเฉียบจากแก้วทรงสูงจะถูกราดลงบนกลุ่มผมที่มัดรวบไว้แบบลวกๆ ของฉัน ตามด้วยแรงกระแทกจากถาดอาหารที่ถูกมินตราจงใจผลักจนมันคว่ำลงบนชุดนักเรียนสีขาวที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลา
เศษกะเพราและคราบแกงจืดเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าอก เสียงหัวเราะครึกครื้นดังระงมไปทั่วโรงอาหารที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่ขึ้นกว่าปกติหลายเท่าในความรู้สึกของฉัน ฉันก้มหน้าต่ำ สายตาจับจ้องเพียงปลายรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่นิ้วเท้าเกือบทะลุออกมา ใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบเริ่มสั่นไหวด้วยความอับอายที่จุกอยู่ในลำคอ
“โอ๊ย! ดูสิคะมินตรา ยัยนี่ทำพื้นเลอะเทอะหมดเลย” เสียงสมุนสาวข้างกายมินตรากรีดร้องราวกับเห็นสัตว์ประหลาด “สกปรกจริงๆ เลยนะพรีพราว สมแล้วที่ใครๆ ก็เรียกเธอว่า ‘ถังขยะเดินได้’”
ฉันเม้มปากจนห่อเลือด ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่ขอบตา พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่พยายามจะตีตื้นขึ้นมา ฉันรู้ดีว่าการตอบโต้ไปก็มีแต่จะทำให้เรื่องเลวร้ายกว่าเดิม ฉันจึงทำได้เพียงหยิบกระดาษทิชชู่ที่พกติดตัวไว้ขึ้นมาเช็ดคราบสกปรกบนโต๊ะอย่างสั่นเทา
“ยังไม่ไปอีกเหรอ?” มินตราก้มตัวลงมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมหรูหราที่ตัดกับกลิ่นอับของเศษอาหาร “อ้อ ลืมไป... วันนี้มี ‘ของขวัญ’ จะให้นี่นา”
มินตราหยิบซองจดหมายสีชมพูอ่อนที่ขอบยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋ากระโปรงของฉัน—มันคือจดหมายสารภาพรักที่ฉันเขียนด้วยความหวังอันน้อยนิด และตั้งใจจะแอบนำไปวางไว้ในล็อกเกอร์ของ ‘คณิน’ แต่ความซุ่มซ่ามทำให้ฉันทำมันหล่นไว้หน้าห้องชมรม
ความใจหายวาบแล่นผ่านอก ฉันรีบคว้ามันคืน แต่ปลายนิ้วยาวเรียวของมินตรากลับชูมันขึ้นสูงเสียก่อน
“ทุกคน! ฟังนะ” มินตราตะโกนลั่นโรงอาหาร เสียงจอแจเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน ราวกับว่าฉันเป็นตัวตลกในคณะละครสัตว์ “ยัยเฉิ่มพรีพราวคนนี้... มีความกล้าหาญมากที่จะเขียนจดหมายสารภาพรักถึง... คณิน!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก
“เดี๋ยวนะ... อย่าอ่านนะ มินตรา!” ฉันรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่น้อยนิดตะโกนออกไป เสียงของฉันแหบพร่าและสั่นเครือ แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะ
“ ‘คณินคะ พราวชอบคณินมานานแล้ว... ไม่ว่าคณินจะมองเห็นพราวเป็นแค่เงาที่ไร้ตัวตน แต่พราวก็มีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ’... โอ๊ย! ฟังแล้วขนลุกเนอะว่าไหม?” มินตราอ่านด้วยน้ำเสียงดัดจริต ก่อนจะฉีกจดหมายใบนั้นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโปรยลงบนหัวฉันราวกับโปรยดอกไม้ในงานศพความรู้สึกของตัวเอง
ในจังหวะนั้นเอง ฝูงชนที่ล้อมวงก็แยกออกเป็นทาง คณินเดินเข้ามาในวงล้อมด้วยสีหน้านิ่งเฉย ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนรีดเรียบดูโดดเด่นและห่างไกลจากฉันเหลือเกิน สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่มินตรา แต่เขากำลังมองมาที่ฉัน... ที่เปื้อนไปด้วยคราบแกงและเศษกระดาษ
ใจฉันเต้นแรงจนเจ็บอก นี่คือโอกาสสุดท้ายใช่ไหม? เขาจะมาช่วยฉัน หรือเขาจะย้ำเติมความพินาศนี้?
“คณิน! ดูสิคะ พราวเขาบอกว่าเขาชอบคุณจนตัวสั่นเลย” มินตราเดินเข้าไปควงแขนเขาพลางหัวเราะร่า “ตลกดีเนอะ ว่าไหม?”
คณินไม่ได้ตอบมินตรา เขาสบตาฉัน—นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นไม่มีความสงสาร ไม่มีความเห็นใจ มีเพียงความเย็นชาที่ทำให้หัวใจของฉันดิ่งลงสู่ก้นเหว
“การที่คุณมีความหวัง... มันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกพรีพราว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มต่ำ แต่ทุกคำพูดกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด “แต่บางครั้ง... การรู้จักประเมินตัวเองว่า ‘ควรอยู่ตรงไหน’ มันก็สำคัญพอๆ กับการมีความรัก”
คำพูดนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนมินตรา แต่มันกลับทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างขึ้นมาอย่างพังทลาย เขาผละจากมินตรา เดินผ่านฉันไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองซ้ำ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโรงอาหาร มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของฉันที่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
ฉันหันหลังเดินหนีไปจากที่นั่นด้วยความรู้สึกที่ตายด้าน เดินตรงไปยังห้องน้ำเก่าท้ายตึกเพื่อที่จะล้างคราบสกปรกออกไปให้หมดจากชีวิต แต่เมื่อผลักประตูเข้าไป เสียงกดชัตเตอร์กล้องโทรศัพท์ดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับแสงแฟลชที่สว่างวาบเข้าตา
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังบานประตู ท่ามกลางความมืดมิดของห้องน้ำที่ไฟกะพริบติดๆ ดับๆ
“แคปชั่นภาพนี้คงเรียกยอดไลก์ได้ถล่มทลายเลยนะ... ‘ยัยเฉิ่มที่โดนทิ้งท้ายโรงอาหาร’ เธอว่าไหม พรีพราว?”
บุคคลปริศนาที่ถือโทรศัพท์ในมือไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือเลขาส่วนตัวของมินตราที่แอบตามฉันมา และในจังหวะที่ฉันกำลังจะถอยหนี ประตูห้องน้ำฝั่งที่ติดกับโรงยิมก็เปิดออกเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่... เขาไม่ได้ถือโทรศัพท์เหมือนคนอื่นๆ แต่ในมือของเขากลับถือซองจดหมายสีชมพูใบใหม่—ใบที่ฉันเพิ่งเขียนเสร็จและซ่อนไว้ในกระเป๋านักเรียนตอนเช้า ซึ่งควรจะไม่มีใครเห็นมันเลยสักคน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้นะครับ... พีชชี่เบอร์รี่
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 1
วันที่เลวร้ายที่สุดของยัยเฉิ่ม
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!