“ถ้าคิดว่าการทำตัวเป็นเงาจะทำให้เธอรอดพ้นจากสายตาคนทั้งงานได้ ก็บอกเลยว่าเธอคิดผิดมหันต์ พราว”
เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความอาฆาตพยาบาทจากมินตราดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่พราวพยายามก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างในห้องรับรองหลังเวที ทว่าส้นเข็มสูงปรี๊ดที่เธอไม่คุ้นเคยทำให้ข้อเท้าพลิกเล็กน้อยจนต้องเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้งไว้มั่น หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวเหมือนกลองรบที่ใกล้พ่ายแพ้
“ฉันไม่ได้อยากเป็นที่สนใจ... และไม่ได้คิดจะไปแทนที่ใคร” พราวเอ่ยตอบ เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่นขึ้นกว่าเมื่อวาน เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับมินตราผ่านกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพหญิงสาวสองคนในชุดราตรีที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“งั้นเหรอ?” มินตราแค่นหัวเราะ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย “จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะ เพราะคืนนี้... ทุกคนที่เธอแคร์จะได้รับของขวัญชิ้นพิเศษที่ฉันเตรียมไว้ให้”
พราวไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแต่สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความทรงจำถึงหยดน้ำตาในอดีตที่เคยไหลอาบแก้มเพราะคำดูถูกเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเย็นเยือกที่เธอเพิ่งเรียนรู้ว่ามันคือ ‘ความเยือกเย็นของคนที่รู้จักคุณค่าในตัวเอง’ เธอหมุนตัวกลับ บดบังภาพลักษณ์ยัยเฉิ่มคนเก่าด้วยเรือนร่างที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก—ไม่ใช่รอยยิ้มประจบสอพลอ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่พร้อมจะก้าวเดินต่อไป
ประตูห้องรับรองถูกเปิดออกกว้าง เสียงดนตรีคลาสสิกจากภายในโถงงานเลี้ยงดังแว่วเข้ามา เสียงสนทนาจอแจค่อยๆ เงียบลงทันทีที่ร่างโปร่งระหงของพราวก้าวพ้นธรณีประตู
ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีน้ำเงินมิดไนท์ขับผิวของเธอให้ดูผุดผ่อง การจัดแต่งทรงผมที่เปิดเผยโครงหน้าเรียวและดวงตาที่เคยถูกบดบังด้วยแว่นหนาเตอะ ตอนนี้มันดูเปล่งประกายภายใต้การแต่งแต้มที่พอเหมาะ พราวไม่ได้สวยแบบพิมพ์นิยมที่มินตรามี แต่เธอสวยด้วยเสน่ห์ที่อบอุ่นและลุ่มลึก
ทว่าสายตาที่ตรึงพราวไว้ได้มากที่สุด ไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังซุบซิบ... แต่เป็นคณิน
เขาหยุดยืนอยู่กลางโถงงาน มือถือแก้วเครื่องดื่มค้างไว้กลางอากาศ สายตาคมกริบของเขามองไล่ตั้งแต่เรียวขาใต้กระโปรงยาวขึ้นมาจนถึงดวงตาของเธอ มันไม่ใช่สายตาชื่นชมธรรมดา แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงราวกับเพิ่งค้นพบอัญมณีล้ำค่าในกองขยะที่เขาเคยเมินมองมาตลอด
“นั่น... พราวเหรอ?” ใครบางคนในกลุ่มเพื่อนนักเรียนชายพึมพำขึ้นมา แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียด้วยซ้ำ
พราวไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว เธอเลือกที่จะเดินตรงไปยังโต๊ะที่คณินยืนอยู่ ทุกย่างก้าวของเธอเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะแอบลุ้นให้ตัวเองอย่าล้มลงไปเสียก่อน “สวัสดีค่ะ คณิน”
“ฉัน...” คณินกระแอมไอ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เขาขยับเข้าใกล้เธอเล็กน้อย กลิ่นจางๆ ของไม้หอมจากตัวเขาทำให้พราวใจเต้นผิดจังหวะ “เธอเปลี่ยนไปมาก จนเกือบจำไม่ได้เลย”
“คนเราเปลี่ยนได้เสมอ ถ้าเราเริ่มรักที่จะดูแลตัวเองค่ะ” เธอตอบพลางส่งยิ้มบางๆ
“สวย...” เขาหลุดปากออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง “เธอสวยมาก พราว”
บรรยากาศรอบข้างราวกับถูกแช่แข็ง มินตราที่เดินตามออกมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ ความริษยาแล่นริ้วขึ้นมาเป็นสาย มันไม่ใช่แค่ความสวยที่ทำให้คณินเปลี่ยนไป แต่มันคือรัศมีของความมั่นใจที่พราวเปล่งประกายออกมาต่างหากที่มินตราเกลียดชังที่สุด
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงโทรศัพท์ของพราวก็สั่นสะเทือนในกระเป๋าคลัทช์ใบเล็ก เธอหยิบมันขึ้นมาดู ข้อความที่ไม่ระบุที่มาปรากฏบนหน้าจอเพียงสั้นๆ แต่ทำเอาเลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
‘หันไปมองที่ระเบียงทางเดินทิศตะวันออก... เพื่อนรักของเธอจะตกลงไปในอีกไม่กี่นาที ถ้าเธอยังอยากให้ชีวิตนี้มีความหมาย’
พราวหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะท้าน คณินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงรีบเอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนเธอ “พราว? เกิดอะไรขึ้น เธอดูไม่ค่อยดีนะ”
เธอมองหน้าคณินสลับกับทางเดินทิศตะวันออกที่มืดมิด หัวใจของเธอถูกบีบจนแทบแหลกสลาย หากเธอเดินไปหาเพื่อน อาจจะช่วยได้ทัน แต่ถ้าเธอทิ้งงานนี้ไป มินตราจะถือโอกาสทำลายความภาคภูมิใจที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ
“ฉัน... ฉันต้องไป” พราวสะบัดมือออกด้วยความร้อนรน ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าฝูงชนออกไปจากโถงงาน โดยไม่ทันสังเกตเห็นชายชุดดำที่ยืนปะปนอยู่กับพนักงานเสิร์ฟกำลังยกมือถือเครื่องเล็กๆ ขึ้นกดปุ่มบางอย่าง
เพียงไม่กี่ก้าวที่พราวเข้าใกล้ระเบียง เสียงกรีดร้องจากภายในงานก็ดังสนั่นขึ้น ตามด้วยเสียงวัตถุขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างดัง ‘โครม!’ พร้อมกับไฟในโถงงานทั้งหมดที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ
คณินตะโกนเรียกชื่อเธอท่ามกลางความโกลาหล แต่พราวหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูระเบียง เมื่อเธอพบว่าคนที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องล่าง... ไม่ใช่เพื่อนที่เธอคิดไว้ แต่กลับเป็นร่างของมินตราที่ถูกโยนลงมาจากชั้นบน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับพราวในค่ำคืนแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่สัญญาว่าจะเขียนให้เข้มข้นขึ้นในตอนถัดไปค่ะ
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 21
จุดเปลี่ยนในงานราตรี
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!