“ถ้าสมองส่วนการคำนวณของคุณมันใช้งานไม่ได้ผล ก็ช่วยกรุณาเอา ‘อีโก้’ ที่วางทิ้งไว้ตรงหน้างานนี่เก็บกลับไปซ่อมให้ถูกจุดด้วยนะคะ คุณวิศวกร”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของรณกรดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรหนักในไซต์งานก่อสร้าง เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่า หากปลายนิ้วเรียวยาวกลับเคาะลงบนเส้นแนวอาคารที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงอย่างจงใจ
“อีโก้เหรอครับ? ผมว่าคนที่กำลังหลงตัวเองอยู่ในวิมานกระดาษนี่น่าจะเป็นคุณนะ ‘คุณสถาปนิก’” เตชินท์กระแทกหมวกเซฟตี้สีขาวลงบนโต๊ะจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ดวงตาคมปลาบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งที่ยืนนิ่งสงบผิดกับบรรยากาศเดือดพล่านรอบข้าง “แบบแปลนที่คุณวาดน่ะ มันสวยครับ สวยเหมือนงานศิลปะในหอศิลป์... แต่นี่มันไซต์งาน! โครงสร้างตรงนี้มันรับน้ำหนักไม่ได้ตามหลักฟิสิกส์ ถ้าผมดึงดันสร้างตามที่คุณสั่ง ตึกนี้ได้กลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลวตั้งแต่วันที่เทปูนเสร็จแน่”
รณกรค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาหลังกรอบแว่นสายตาราคาแพงนั้นเย็นเยียบไร้อารมณ์ “ผมคำนวณมาอย่างละเอียดแล้ว คุณเตชินท์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โครงสร้าง แต่อยู่ที่ ‘มาตรฐานความกล้า’ ในการทำงานของคุณต่างหาก”
“กล้าเหรอ? เค้าเรียก ‘โง่’ ครับถ้าต้องฝืนทำอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตคนงาน” เตชินท์ขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือ เขาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ดูขัดกับสภาพไซต์งานเต็มทนจากตัวอีกฝ่าย มันเป็นกลิ่นที่สะอาด สะอ้าน และน่ารำคาญใจเป็นที่สุด “คุณมันก็แค่เด็กจบเมืองนอกที่คิดว่าโลกหมุนตามเส้นสายที่คุณลากในโปรแกรม CAD โดยไม่สนโลกความเป็นจริง”
“พอก่อนค่ะทั้งสองคน!” พิมพ์มาดาที่ยืนดูเหตุการณ์มาพักใหญ่รีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปถึงขั้นลงไม้ลงมือ “คุณรณกรคะ การแก้ไขแบบในส่วนนี้มันกระทบตารางงานทั้งหมดจริงๆ ส่วนคุณเต... ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมคะ นี่มันไซต์งาน ไม่ใช่เวทีมวย”
รณกรแค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งคว้าเอาแบบแปลนที่ถูกขีดฆ่าขึ้นมาพับเก็บอย่างใจเย็น “ในเมื่อความเห็นไม่ตรงกัน และเราต่างคนต่างมั่นใจในทางของตัวเอง ผมจะส่งอีเมลแจ้งทางผู้บริหารให้พิจารณาเลือกเอาว่าจะเอา ‘ศิลปะที่สมบูรณ์แบบ’ หรือ ‘งานวิศวกรรมที่เน้นความปลอดภัยจนดูทื่อๆ’ ของคุณ”
“เฮ้ย! อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิ” เตชินท์คว้าแขนของรณกรไว้แรงๆ แรงปะทะทำให้ร่างของสถาปนิกหนุ่มเสียหลักเซเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของวิศวกรหนุ่ม กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องและบุหรี่จางๆ ของเตชินท์ทำเอารณกรชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเรียบเฉยกลับกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้
รณกรรีบสะบัดตัวออกทันที ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อไม่รู้ว่าด้วยความโกรธหรือความประหม่า “อย่ามาแตะต้องตัวผม”
“งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นสิ” เตชินท์ขยับยิ้มท้าทาย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “ถ้าคุณมั่นใจว่าแบบของคุณมันไร้ที่ติ งั้นเรามาเดิมพันกันไหม... ถ้าผมสร้างตามแบบคุณแล้วพัง ผมจะลาออกทันที แต่ถ้ามันผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของวิศวกรรมสภาได้... คุณต้องเป็นคนเดินมาบอกผมด้วยตัวเองว่าคุณ ‘ผิด’”
รณกรนิ่งไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนจะจ้องตอบด้วยแววตาดื้อรั้นไม่แพ้กัน “ตกลง แต่ถ้าคุณแพ้... คุณต้องเตรียมตัวรับฟังคำสั่งของผมโดยไม่มีข้อแม้ตลอดระยะเวลาโครงการนี้”
“ดุเหมือนกันนะเนี่ย” เตชินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรณกรอย่างน่าหงุดหงิด
บรรยากาศเงียบงันลงทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานชั่วคราวกลางไซต์งาน พิมพ์มาดาหันไปมองหน้าประตูด้วยความฉงน ก่อนที่เธอจะหน้าถอดสีเมื่อเห็นบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามา
“ผมไม่คิดว่าความขัดแย้งของลูกน้องจะทำให้โครงการมูลค่าพันล้านต้องมานั่งถกเถียงกันเรื่องศักดิ์ศรีแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายวัยกลางคนดังขึ้น เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าทั้งสอง “รณกร... เตชินท์... ในฐานะเจ้าของโครงการ ผมมีคำสั่งให้พวกคุณ ‘ทำงานร่วมกัน’ ในโปรเจกต์พิเศษนี้ ภายในคืนนี้เท่านั้น... ถ้าแบบแปลนฉบับใหม่ที่รวมความปลอดภัยและความสวยงามเข้าด้วยกันไม่เสร็จ ผมจะปลดพวกคุณออกทั้งคู่ทันที”
รณกรและเตชินท์หันไปมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ประตูด้านหลังของเจ้าของโครงการจะถูกปิดลงเบาๆ แต่กลับดังสนั่นในความรู้สึกของคนทั้งสองที่ถูกขังไว้ในห้องเพียงลำพัง
รณกรหันกลับมามองแบบแปลนตรงหน้า มือที่สั่นเทานิดๆ พยายามหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่า... มือหนาของเตชินท์กลับวางทับลงมาบนมือนั้น ความร้อนจากฝ่ามือของวิศวกรหนุ่มส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่ใจกลางความรู้สึกของเขาอย่างรุนแรง
“ดูเหมือนเราจะไม่มีทางเลือกนอกจากต้อง ‘ร่วมมือกัน’ แล้วนะ... คุณสถาปนิก” เตชินท์กระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินทำให้รณกรแทบลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
ขอบคุณที่ติดตามการเริ่มต้นความสัมพันธ์สุดวุ่นวายของทั้งคู่ หวังว่าจะถูกใจนักอ่านที่รักของหิมะแรกในโตเกียวนะคะ
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาสถาปนิก•ตอนที่ 1
แบบแปลนแรกที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
