กลิ่นอายของไม้โอ๊กเก่าแก่ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกาลเวลา คือสิ่งแรกที่ต้อนรับการกลับมาของรินรดา รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือซ้ายใต้เสื้อสูทเนื้อดีเต้นตุบๆ ราวกับมันจำฝังใจว่าสถานที่แห่งนี้เคยพรากวิญญาณของเธอไปทั้งเป็นอย่างไร
คฤหาสน์ตระกูลธรากุล... สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยถูกกักขังไว้ในฐานะ "ภรรยาผู้มีอาการทางประสาท" ตามคำวินิจฉัยจอมปลอมที่ถูกร่างขึ้นด้วยลายเซ็นของสามีผู้เพียบพร้อม แต่วันนี้ รินรดากลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญวัตถุโบราณอิสระ" ที่ถูกจ้างมาด้วยค่าตัวมหาศาล เพื่อประเมินมูลค่าคอลเลกชันนาฬิกาทรายโบราณที่กำลังจะถูกนำออกประมูล
ส้นสูงสีดำสนิทกระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงก้องกังวานไปทั่วโถงใหญ่ ความเงียบงันภายในบ้านหลังนี้ช่างน่าอึดอัด ราวกับมันจดจำผู้หญิงคนที่เคยร้องไห้จนแทบขาดใจตายในห้องใต้หลังคาได้เป็นอย่างดี
"ยินดีต้อนรับครับ... คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของบันไดวน รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร... ธราธิป อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงบ้าๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะมองหน้า เขายังคงดูสง่างามในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป เรือนผมสีดำสนทนามีร่องรอยแซมสีขาวเล็กน้อยตามกาลเวลา แต่แววตานั้น... แววตาที่เคยเย่อหยิ่ง เย็นชา และไร้ก้นบึ้งของความเห็นอกเห็นใจ บัดนี้กลับฉายแววไหวระริกอย่างปิดไม่มิด เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
รินรดายังคงยืนนิ่งหลังตรง เธอไม่อินกับอดีต และยิ่งไม่หลงกลความตกตะลึงที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของอดีตสามี มุมปากของเธอแย้มขึ้นน้อยมาก น้อยเสียจนแทบจะเรียกว่าเป็นรอยยิ้มไม่ได้ มันคือรอยยิ้มของการเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอ
"ไม่ต้องทำเป็นแปลกใจขนาดนั้นหوركค่ะ คุณธราธิป" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึกที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "ดิฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อรำลึกความหลัง... หวังว่าคุณคงแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องธุรกิจออกนะคะ"
ธราธิปชะงักไปชั่วขณะ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงยามกลืนน้ำลายลงคอ ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงราบคาบต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าได้กำจัดออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยแล้ว ตลอดสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่รินรดาหายตัวไปจากโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนั้น คฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีความสงบสุขสำหรับเขาอีกเลย เสียงนาฬิกาทรายที่ไหลผ่านความเงียบงันคอยหลอนประสาทเขาทุกค่ำคืน ราวกับเสียงกระซิบของความผิดบาปที่ไม่มีวันล้างออก
"คุณเปลี่ยนไปมาก... ริน" ธราธิปเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าอย่างคนสูญเสียการควบคุม เค้าโครงความเยือกเย็นในอดีตพังทลายย่อยยับเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาคู่นคมที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและพลังอำนาจที่เหนือกว่า
"คนเราต้องเติบโตขึ้นค่ะ โดยเฉพาะเมื่อผ่านนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมความเย็นยะเยือกของเธอลอยแตะจมูกเขา "นำทางฉันไปที่ห้องเก็บนาฬิกาทรายเถอะค่ะ ดิฉันมีเวลาจำกัด และไม่อยากใช้เวลาหายใจร่วมกับคุณนานเกินความจำเป็น"
ธราธิปกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดหลายปี เขาพยักหน้ารับอย่างจำยอม นำทางเธอเดินลึกเข้าไปในเขาวงกตของคฤหาสน์ โดยไม่รู้เลยว่าการมาเยือนของอดีตภรรยาคนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการประเมินราคาวัตถุโบราณ... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการพิพากษาที่จะทำให้เขาต้องชดใช้ด้วยลมหายใจ
เมื่อประตูห้องนิรภัยใต้ดินเปิดออก กลิ่นอับของกาลเวลาและคราบสนิมพวยพุ่งออกมา รินรดาก้าวเข้าไปยืนท่ามกลางนาฬิกาทรายนับร้อยเรือนที่หยุดเดิน แต่วินาทีที่เธอกำลังจะหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาตรวจสอบวัตถุชิ้นสำคัญ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กผู้ชายวัยสามขวบก็ดังแว่วมาจากด้านหลังห้องนิรภัยที่ควรจะปิดตาย
"คุณพ่อฮะ... คุณแม่บอกว่าให้ทานยานอนหลับได้แล้ว..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยหยุดชะงักลง เมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นมองเห็นแขกแปลกหน้า ธราธิปหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ส่วนรินรดาก็ค่อยๆ หันกลับมามองเด็กน้อยคนนั้น... ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่ลงเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ธราธิปเคยเห็นในชีวิต
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้นะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับนาฬิกาทรายที่แตกสลาย•ตอนที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับนาฬิกาทรายที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!