กลิ่นกำยานราคาถูกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศช่างฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน มันไม่ใช่กลิ่นหอมสะอาดของโรงพยาบาลที่หลินเฟยหรานคุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่บีบคั้นประสาทสัมผัสจนแทบขาดใจ
"พระชายา... ดื่มเสียเถิดเพคะ ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษแก่ฝ่าบาทในสิ่งที่ท่านทำลงไป"
เสียงแหบพร่าของนางกำนัลสูงวัยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้หลินเฟยหรานรู้สึกหวาดกลัว ทว่าสัญชาตญาณนิติเวชในตัวเธอกลับทำงานฉับพลัน ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆ กวาดมองสภาพแวดล้อม—เรือนไม้เก่าคร่ำคร่า แสงเทียนวูบไหวในความมืด และถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดในมือนางกำนัลที่มีกลิ่นแปลกปลอมจางๆ เจือปนอยู่
*อัลคาลอยด์? หรือสารหนูชนิดละลายน้ำ?*
"ข้าไม่ดื่ม" น้ำเสียงของเธอแหบแห้ง ทว่ากลับเยือกเย็นและหนักแน่นจนอีกฝ่ายชะงักงัน
นางกำนัลผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเผยให้เห็นแววดูแคลน "นี่เป็นพระเมตตาจากจ้าวเฟิงอ๋อง ท่านควรจะรู้ตัวว่าในวังหลวงแห่งนี้ คนตายไปเสียบ้างก็มิได้ทำให้โลกใบนี้หมุนช้าลงหรอกเพคะ"
หลินเฟยหรานขยับกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างดั่งถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง แต่นั่นกลับทำให้ความจำในร่างนี้ไหลบ่าเข้ามา—หลินเฟยหราน พระชายาผู้โง่เขลาที่ถูกใส่ร้ายว่าลอบวางยาพิษสนมคนโปรดของท่านอ๋อง และบัดนี้ บัลลังก์กำลังรอให้เธอก้าวขึ้นไปจบชีวิตลงในฐานะ 'คนบาป'
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางกำนัล การหดตัวของรูม่านตาเล็กน้อยขณะที่มือสั่นเทาที่ถือถ้วยยาบอกให้เธอรู้ว่า อีกฝ่ายมิได้ทำตามคำสั่งของท่านอ๋องโดยตรง แต่มีใครบางคนอยู่เบื้องหลังการ 'ปิดปาก' นี้
"เจ้าบอกว่านี่คือพระเมตตา?" หลินเฟยหรานก้าวลงจากเตียง ผิวสีซีดตัดกับชุดอาภรณ์สีขาวที่ยับย่น เธอไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอ แต่กลับขยับกายเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กระสับกระส่ายของหญิงชรา "แต่ข้ากลับได้กลิ่นน้ำมันเมล็ดฝิ่นผสมอยู่ในยาถ้วยนี้... การฆ่าคนในเรือนหลังด้วยวิธีที่ทิ้งร่องรอยไว้มากขนาดนี้ เจ้าคิดว่าจ้าวเฟิงอ๋องผู้เฉียบขาดจะปล่อยให้คนบงการอยู่รอดไปได้นานเพียงใด?"
นางกำนัลชะงักงัน ถ้วยกระเบื้องในมือสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าข้าตาย เจ้าก็คือพยานปากเอกที่จะถูกกำจัดทิ้งเป็นรายต่อไป เพื่อตัดสายสืบสาวราวเรื่อง" หลินเฟยหรานยิ้ม มุมปากของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับปีศาจจำแลง "จะเลือกเดินหมากกระดานนี้อย่างไร? จะเป็นหมากที่ถูกเขี่ยทิ้ง... หรือจะเป็นคนที่ยังมีลมหายใจอยู่จนเห็นข้าทวงความยุติธรรม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนดังกังวานมาจากภายนอก พร้อมกับแสงสว่างของคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างไม้
ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาในเรือนราวกับพายุทมิฬ ใบหน้าคมสันดุจหินผาสลักเสลาดูเย็นชาไร้ความรู้สึก จ้าวเฟิงอ๋องหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าสตรีที่เขาเคยเห็นเพียงความขลาดกลัว ทว่าวันนี้ แววตาของนางกลับเปลี่ยนไป... มันลึกซึ้ง แหลมคม และเต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกหวั่นเกรง
"ยังไม่ดื่มอีกหรือ?" เสียงทุ้มต่ำของเขากดดันจนอากาศรอบตัวเหมือนจะหนักอึ้ง
หลินเฟยหรานหันไปเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นสามีในนามของร่างนี้ เธอไม่หลบสายตา ความมั่นคงในแววตาของเธอดึงดูดความสนใจของเขาไว้จนแน่นิ่ง
"ท่านอ๋อง" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ก่อนที่ข้าจะดื่มยาถ้วยนี้ ข้าขอถามท่านเพียงคำเดียว... ท่านต้องการ 'ผู้หญิงที่ทำตามสั่ง' หรือท่านต้องการ 'พยาน' ที่จะทำให้บัลลังก์ของท่านมั่นคงกว่าที่เคยเป็น?"
จ้าวเฟิงอ๋องชะงัก มือที่วางอยู่บนด้ามกระบี่ชะงักค้าง แววตาของเขาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาคว้าคางของเธอไว้แน่น ผิวเนื้อของเธอนุ่มนวล ทว่าสายตาที่จ้องมองกลับแข็งแกร่งดั่งศัสตรา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดว่าข้าต้องการพยานจากสตรีที่ไร้ค่า?" เขาคำรามเบาๆ ข้างหูเธอ
หลินเฟยหรานขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับใบหน้าของเขา เธอไม่ได้กลัวเกรง แต่กลับกระซิบเสียงแผ่ว "เพราะสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของท่าน... คือจดหมายที่ท่านเพิ่งได้รับจากชายแดนใต้ และมันกำลังจะทำลายท่าน หากไม่มีข้าช่วยอ่าน 'ภาษาเงียบ' ของคนเขียนจดหมายนั้นให้ท่านฟัง"
มือของท่านอ๋องสั่นสะท้านเป็นครั้งแรก จดหมายฉบับนั้นเพิ่งมาถึงเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน และเขายังไม่ได้บอกใคร... ไม่ว่าจะใครก็ตาม!
เขาสบตากับเธอ ลมหายใจเริ่มติดขัด นี่ไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิม แต่นางคือใคร?
ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถาม ประตูเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแรง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับม้วนกระดาษสีเหลืองทองในมือ
"ท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วน... พระราชทานอภัยโทษให้พระชายาหลินเฟยหราน และมีคำสั่งลับให้ท่านนำตัวนางไปเข้าเฝ้าหน้าพระที่นั่งทันทีเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟิงอ๋องหันขวับมามองหลินเฟยหรานอีกครั้ง ความสงสัยกลายเป็นความตื่นตะลึง หญิงสาวเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
"ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้ ท่านจะไม่ได้เป็นผู้เดินเพียงคนเดียวแล้วนะเพคะ ท่านอ๋อง"
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่กลยุทธ์พยัคฆ์สยบวังหลวงไปกับข้านะคะ โปรดติดตามว่าหลินเฟยหรานจะใช้ไหวพริบใดเอาตัวรอดจากพระเนตรของฮ่องเต้ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานหงส์: กลยุทธ์พยัคฆ์สยบวังหลวง•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนในสุสานใจ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานหงส์: กลยุทธ์พยัคฆ์สยบวังหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
