กลิ่นไอมรดกเลือดแห่งตำหนักบูรพาหาได้จางหายไปตามกาลเวลาไม่ ทว่ามันกลับอบอวลหนาแน่นขึ้นทุกคราที่คบเพลิงในมือสั่นไหววับแวม
มินตรา (มิ่ง) ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอภายใต้ชุดสนมสีเขียวเข้มปักลายหงส์หม่นหมอง สัมผัสพิเศษจากเรือนไทยโบราณข้ามภพมาสู่กำแพงวังหลังอันเย็นเยียบนี้กำลังร่ำร้องเตือนภัย แผ่นหลังแนบชิดกับโครงสร้างไม้แกะสลักที่ผุพังตามอายุขัย ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาหาใช่ความทรุดโทรม หากแต่เป็นรอยคราบสีดำคล้ำที่สาดกระเซ็นอยู่บนผนังอิฐโบราณ—คราบเลือดที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน และเสียงสะท้อนแห่งความอาฆาตที่ดังแว่วระงมอยู่โสตประสาทตลอดเวลา
"เจ้าคิดจะหาหลักฐานโค่นล้มฮองเฮาจากซากปรักหักพังแห่งนี้จริงหรือ, มิ่งเอ๋ย..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืด อ๋องเฉินอี้ก้าวออกมาจากเงาเสาไม้ตะเคียนใหญ่ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินขู่คำรามรับแสงไฟจากคบเพลิง แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เขายื่นมือหนาออกมารวบปลายเส้นผมสีดำสนิทที่หลุดลุ่ยของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างถือสิทธิ์ ทว่าดวงตากลับจับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาความหวาดกลัว
มินตรามิได้ถอยหนี นางเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพและคดีฆาตกรรมลับด้วยรอยยิ้มบางเบา
"ตำหนักร้างหลังนี้มิใช่เพียงซากปรักหักพังพ่ะย่ะค่ะ... ท่านอ๋อง" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น กลิ่นอายความตายรอบกายทำให้นางรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหว "แต่มันคือพยานปากเอก ที่ฮองเฮาเหม่ยหลินทรงพยายามลบเลือนด้วยมนמהร์ไสยศาสตร์จากดินแดนไกลโพ้น พระองค์ทรงคิดว่าการปิดตายตำหนักบูรพาจะช่วยกลบฝังความจริงได้กระนั้นหรือ"
เฉินอี้แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังหยอกล้อเหยื่อก่อนขย้ำ "ความจริงเป็นสิ่งมีค่าก็จริง... แต่มันมักแลกมาด้วยชีวิตของคนโง่ที่เอื้อมมือไปคว้ามัน เจ้าก็รู้ว่าเบื้องหลังกำแพงนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่"
สิ้นคำพูดของท่านอ๋อง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็พลันสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงกระซิบโหยหวนนับร้อยสายดังลอดออกมาจากรอยแยกของอิฐบล็อกโบราณ กลิ่นอับชื้นของซากศพและกลิ่นเลือดสดๆ ตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ มินตราขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนให้นางก้าวถอยหลัง แต่เฉินอี้กลับคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักด้วยมือข้างเดียวเพื่อตั้งรับภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เงาร่างบิดเบี้ยวหลายสายปรากฏขึ้นบนกำแพงตำหนักร้าง ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จ้องมองตรงมายังผู้บุกุกทั้งสองด้วยความแค้นเคือง เสียงกรีดร้องแหลมสูงบาดแก้วหูระเบิดขึ้นพร้อมกันจนคบเพลิงในมือเกือบดับลง
"ระวัง!" เฉินอี้คำรามต่ำ เขวี้ยงมีดสั้นเข้าใส่เงาดำที่พุ่งทะลวงออกมาจากผนังอิฐอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างโปร่งแสงเหล่านั้นจะสลายกลายเป็นไอหมอกสีดำทมิฬ
ท่ามกลางความชุลมุนและกลิ่นอายความตายที่คละคลุ้ง มินตรากลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังกองอิฐปรักหักพัง รอยสลักภาษาโบราณที่คล้ายคลึงกับคำสาปในเรือนไทยของนางกำลังเปล่งแสงสีแดงเรืองรองออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว นางสะบัดตัวหลุดจากการโอบกอดของท่านอ๋องชั่วขณะ แล้วพุ่งตรงไปยังจุดนั้นทันทีด้วยความรวดเร็ว
"อย่าแตะต้องมัน!" เฉินอี้ร้องห้ามด้วยความตกใจ ทว่าสายเกินไป
นิ้วเรียวบางของมินตราสัมผัสลงบนรอยสลักบนผนังอิฐ ชั่วพริบตานั้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนก็ไหลทะลักเข้าสู่ห้วงนึกคิดของนางราวกับกระแสน้ำวน นางเห็นภาพหญิงสาวนางหนึ่งถูกตรึงไว้กับผนัง และคนที่ลงมือสังหารด้วยมือของตนเองมิใช่ใครอื่น... แต่เป็นเงาของฮองเฮาเหม่ยหลินที่ถือมีดอาคมเปื้อนเลือด
ทว่า ยังไม่ทันที่มินตราจะได้ถอนมือออก แรงกระชากปริศนาก็ดึงร่างของนางให้จมดิ่งเข้าไปในผนังอิฐราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยคู่กำลังฉีกกระชากวิญญาณของนางออกเป็นชิ้นๆ เสียงกรีดร้องของมินตราขาดห้วงลงในลำคอ
เฉินอี้พุ่งเข้าคว้าข้อมือนางไว้ได้ทันในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ร่างของเขายื้อยุดกับแรงดึงดูดมหาศาลจากภายในกำแพง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและพละกำลังทั้งหมดที่เขาระดมใช้เพื่อดึงหญิงสาวกลับมา
ทว่า ในขณะที่เฉินอี้กำลังออกแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อดึงมินตราออกจากผนังมรณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา
"ท่านอ๋อง... ทรงพยายามงัดความลับที่ตายไปแล้วขึ้นมาอีกครั้ง ช่างเป็นงานอดิเรกที่น่าขันเสียจริงนะพ่ะย่ะค่ะ"
เฉินอี้ชะงัก เขากล่าวตวัดสายตากลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุร้ายดั่งอสูรกาย พร้อมกับที่เงาร่างในชุดคลุมสีทองของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักฮองเฮาก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับในมือที่ถือถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามส่งกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของยาพิษมรณะ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมดาบมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 14
เสียงกรีดร้องจากกำแพง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!